หนัง "SLR กล้อง ติด ตาย" เกิดดราม่า #majorหยุดเถอะ ต้องล้มเลิกกิจกรรมกลางครัน
ภาพยนตร์ "SLR กล้อง ติด ตาย" นำแสดงโดย นนน กรภัทร์ , เฌอปราง อารีย์กุล , นนท์ ศดานนท์ และ อ้น นพพันธ์ ซึ่งนับว่ามีแฟนคลับของแต่ละคนรอดูเรื่องนี้กันอยู่มากเลยทีเดียว ทางโรงภาพยนตร์เองก็คงเล็งเห็นจึงจัดกลยุทธ์การตลาดขึ้นมาหวังทำเงินได้เยอะๆ โดยใช้วิธีแบบ Top Spender
รางวัล Top spender ก็ถือเป็นอีกกลยุทธ์คลาสสิกที่ทำให้เกิดการแข่งขันการช้อปปิ้ง ให้ลูกค้ารู้สึกเหนือกว่าคนอื่นเหมือนกับการเล่นเกมที่ต้องมีผู้ชนะอย่างจำกัด โดยไม่ได้ถูกจำกัดแค่สินค้าทั่วไปแต่ยังแฝงอยู่ในการตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างเช่นการซื้อบัตรจับมือ แต่การเอามาใช้กับการซื้อบัตรดูหนังถือเป็นเรื่องแปลกเอามาๆ จนโดนทั้งแฟนคลับและชาวโซเชียลถล่มกันเละเลยทีเดียว ว่าจัดการจัดกิจกรรมนี้เพื่อให้ซื้อตั๋วดูหนังไปเยอะๆ เพื่ออะไร???
สรุปดราม่าว่าเกิดอะไรขึ้นจนต้องมีแท็ก นี้
ทางโรงภาพยนต์เมเจอร์ได้ออกกิจกรรม Top spender เพื่อให้สิทธิพิเศษตามรายละเอียดในภาพแคปด้านล่างของหนัง SLRกล้องติดตาย โดยหลังจากโพสลงเฟสได้ไม่นาน ต้องลบออกเพราะมีกระแสวิพากษ์วิจารย์ถึงความไม่เหมาะสม ควรหาวิธีอื่นทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์กว่าเพื่อทุกฝ่าย การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ แม้ว่าอาจจะดูแหวกแนว (น่าจะแหกโค้ง) สำหรับงานนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการหากำไรมากเกินงาม ยังเหมือนการด้อยค่าวงการหนังทางอ้อม ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ ทีมงาน วงการ และธุรกิจโรงภาพยนต์ (รวมไปถึงปอปคอร์น)
ผลกระทบจริงๆ มันมีมากกว่า เพราะถ้ามีเรื่อง Top spender มันก็อาจจะทำให้ภาพรวมหนังเรื่องนี้ได้ดีเพราะเงิน แล้วหนังเรื่องอื่นที่ไม่ได้จัดแบบนี้ก็จะขายตั้วได้น้อยกว่าเสียเปรียบ? เวลามีจัดรางวัลด้านความนิยม ด้านคุณภาพจะวัดยังไง กลายเป็น Money game ที่ได้แค่เพียงปริมาณ
ความเห็นจากชาวโซเชียล
- เมเจอร์จัด ทสปด.หนังที่กำลังจะเข้าโรงวีคหน้า รู้สึกดูถูกวงการหนังมากเลยนะ คิดจะกอบโกยเม็ดเงินจากฐานฟค.นสด. ทสปด.จะรันวงการไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่วงการภาพยนต์ นายทุนกำลังด้อยค่าอุตสาหกรรมหนังไทย นสด.ที่เค้า appreciate ผลงานตัวเองแทบตาย ต้องมาเจออะไรแบบนี้โคตรน่าเศร้า
- แค่ทุกวันนี้รัฐไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมหนังไทย คนในวงการก้จะตายอยู่ละ นายทุนยังจะมาหากินกับคนดูอีกหรอ ทสปดถ้าทำสำเร็จครั้งแรก ก้ต้องมีครั้งหน้าอะ แล้ววงการหนังจะเหลืออะไรอะ รายได้หนังไม่ได้มาจากคุณภาพ แต่มาจากเม็ดเงินของฟค งี้ทำอะไรออกมาก็ได้แต่เอาดาราดังมาเล่นก้พอป่ะ
- “นับยอดเป็นจำนวนที่นั่ง” ทำงงมาก นี่ขนาดเรียน Marketing มาแค่ 21 หน่วยกิตยังหัวจะปวดเลยค่ะ กิจการโรงภาพยนตร์กับ top spender จำนวนที่นั่งมันไม่ได้ไหมคะ ผ่านตอน brainstorm มายังพอหลับหูหลับตาเข้าใจได้ในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้ แต่ถูก approved มาจนสุดขั้นตอนได้นี่ เอ่อ…
- สำหรับใครที่ยังไม่เก็ทนะคะ การมี top spender ทำให้รายได้จากหนังการันตีคุณภาพไม่ได้ และสุดท้ายผลงานเหล่านั้นจะถูกด้อยค่าว่าหนังที่ทำรายได้สูงเพราะทสปด ซึ่งมันไม่ควรต้องเป็นแบบนั้น
- เรื่องทสปด.ครั้งนี้มันไม่ได้กระทบแค่กับภาพยนตร์เรื่องนี้นะ
แต่มันสะเทือนไปถึงวงการภาพยนตร์ทุกเรื่องเลย โดยเฉพาะเรื่องที่ฉายในช่วงเวลาเดียวกัน
ไม่ใช่แค่แฟนคลับ แต่เราอยากให้คนทำงานทุกคนที่เกี่่ยวข้องกับวงการนี้ออกมาพูด และส่งเสียงให้ดังไปถึงนายทุน หรือคนคิดโปรเจคนี้
- ดูถูกนักแสดงกับทีมงานไม่พอ ทำแบบนี้ก็เหมือนดูถูกแฟนคลับอีกว่าพร้อมเปย์จนไม่ลืมหูลืมตาอ่ะ หาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ในการหาเงินไม่ได้หรอ อาจจะแบบจัด meet and greet คุยเรื่องหนังละขายบัตรอะไรงี้
- สิ่งที่น่าตกใจกว่าการเห็นกิจกรรมนี้คือข้อความที่ proudly to present ว่าเป็นครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ไทย อยากให้ลองคิดทบทวนดีๆ ลองไปถามคนทำหนังก็ได้ค่ะ ว่าสิ่งนี้มันดีจริงๆ เหรอ หลายคนอยากเห็นหนังไทยไปได้ไกล แต่นี่นอกจากไม่สนับสนุนแล้วยังเหมือนโดนดูถูก
- อยากเชิญชวนทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมTop spenderครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ไทย มารวมตัวกันที่แท็กนี้ #majorหยุดเถอะ
เสียงของทุกคนมีความหมาย ถ้าเรายังอยากรักษาอุตสาหกรรมหนังไม่ให้ด้อยค่าไปมากกว่านี้ คุณภาพหนังไม่ได้วัดได้จากเม็ดเงินของแฟนคลับ…