นายกฯ ห่วงใยปัญหาขยะทางทะเล สั่งคุ้มเข้มลักลอบนำขยะทิ้งทะเล ต้องลงโทษเด็ดขาด
เขียนโดย Kenttt

นายกฯ ห่วงใยปัญหาขยะทางทะเล พบจำนวนมากยังไม่ได้รับการกำจัดถูกวิธีจนสร้างปัญหาระบบนิเวศ สั่งคุมเข้มกรณีลักลอบนำขยะไปทิ้งทะเลต้องลงโทษเด็ดขาด แนะดูแลสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับดูแลธรรมชาติ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถึงสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทราบว่าปัจจุบันได้มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพื้นที่ชายฝั่งเพิ่มขึ้นมาก ทั้งในส่วนของเกษตรกรรม การท่องเที่ยวทางทะเล การขนส่งและพาณิชย์นาวีและชุมชนชายฝั่ง จนทำให้เกิดความเสื่อมโทรมมากขึ้นด้วย จึงมีข้อห่วงใยและมีข้อสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่เข้มงวด โดยเฉพาะส่วนของปัญหาขยะทะเล ที่มีรายงานว่าปัจจุบันมีปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด จำนวนถึง 11.47 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้มีการกำจัดที่ถูกต้อง 6.73 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 59% ในปริมาณนี้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ 2.93 ล้านตันต่อปี หรือ 25% ของขยะทั้งหมด แต่ยังมีขยะอีกเกือบ 40% ที่ยังกำจัดไม่ถูกต้อง ซึ่งขยะเหล่านี้นอกจากสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมแนวชายฝั่งที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่สุขภาพของประชาชน และภาคการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นปัญหาต่อระบบนิเวศทางทะเล จึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูและเรื่องนี้อย่างเข้มงวด หากพบมีการขนขยะไปทิ้งทะเล ให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ในโอกาสนี้ ได้ให้นโยบายว่าจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศกับการดูแลทรัพยากรชายฝั่ง ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมานั้นพบว่าสภาพป่าชายหาดหลายพื้นที่ถูกทำลายและปรับเปลี่ยนสภาพเพื่อรองรับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวจนไม่เหลือสภาพธรรมชาติดั้งเดิม ทำให้ระบบนิเวศป่าชายหาดเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จำเป็นต้องเร่งอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมของระบบนิเวศป่าชายหาดในประเทศให้เร็วที่สุด เช่นเดียวกับสถานการณ์ของป่าชายเลน ที่ในปี 2557 เหลืออยู่ 1,534,584.74 ไร่ ลดลงจากปี 2504 ทีมี 2,299,375 ไร่ หรือ ลดลง 764,790.26 ไร่ จากการบุกรุกทำลาย แม้ต่อมาจะมีนโยบายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยกเลิกสัมปทานการทำไม้ป่าชายเลนตั้งแต่ปี 2546 ก็พบว่าถึงขณะนี้ ป่าชายเลนใน 17 จังหวัด เพิ่มขึ้นประมาณ 500 ไร่เท่านั้น โดยแบ่งเป็น ป่าชายเลนฝั่งอ่าวไทยเพิ่มขึ้น 467 ไร่ และฝั่งอันดามันเพิ่มขึ้น 33 ไร่ นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการทั้งเร่งฟื้นฟูทั้งส่วนของป่าชายหาดและป่าชายเลน โดยส่วนของป่าชายเลนนั้นให้มีการปลูกทดแทนเพิ่มขึ้น โดยให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ให้จัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชน การสนับสนุนกิจกรรมซีเอสอาร์ที่เหมาะสมกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร ในขณะที่การท่องเที่ยวป่าชายเลนต้องดูแลไม่ให้เกิดการรบกวนธรรมชาติมากจนเกินไป
ทั้งนี้ ปัญหาทรัพยากรทางทะเลเป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญ เพราะการพัฒนาประเทศหลายด้านมีการใช้ประโยชน์และส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล ต้องดูแลให้เกิดความสมดุล ซึ่งกรอบนโยบายที่รัฐบาลขับเคลื่อนได้ให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ. 2558 - 2564 การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)

อ้างอิงจาก: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 กรมประชาสัมพันธ์
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเอเชียที่ HDI สูงสุด ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช่อันดับ 1
ทำไมเตารีดถ่านหนัก 2-3 กิโลฯ ถึงเคยเป็นของคู่บ้านไทย
คาเวียร์แพงเพราะอะไร รู้จักไข่ปลาสเตอร์เจียนที่เชฟหรูเลือกใช้
ทำไมเตารีดถ่านหนัก 2-3 กิโลฯ ถึงเคยเป็นของคู่บ้านไทย
เปิด 10 ตัวอักษรอังกฤษ คำศัพท์มากสุด ทำไม S ทิ้ง P ไกล
ปิดตำนาน เจ้าของบทเพลงดังอันลือลั่น #ผู้ใหญ่ลี
7 เคล็ดลับขจัดความขี้เกียจในตัวเอง – หรือเราจะเป็นญาติกับหมอน?
ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทำรายได้สูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์



