หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ศาลสั่ง "ดวงกมล-สุพจน์" จ่าย 36 ล้าน ฐานตกแต่งบัญชีเนชั่น


เขียนโดย NIXA

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2563 ศาลแพ่งนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ พ.568/2562 ซึ่ง บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG) เป็นโจทก์ฟ้อง นายเสริมสิน สมะลาภา จำเลยที่ 1 นางสาวดวงกมล โชตะนา จำเลยที่ 2 และนายสุพจน์ เพียรศิริ จำเลยที่ 3 ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์นั้น โดยผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์ และผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยที่ 1 มาศาล ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล

ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบมูลแห่งการทำละเมิดและรู้ตัวผู้ทำละเมิด นับตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2561 และฟ้องในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ฟ้องภายใน 1 ปี ดังนั้น ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

ส่วนประเด็นจำเลยทั้งสามทำละเมิดหรือไม่ ซึ่งศาลแยกวินิจฉัยการกระทำของจำเลยเป็นรายบุคคล

จำเลยที่ 1 นายเสริมสิน สมะลาภา ศาลวินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า เป็นผู้สั่งการโดยตรงในการให้ฝ่ายขายลงรายได้ค้างรับที่ไม่มีอยู่จริง และอำนาจหน้าที่ที่จำเลยที่ 1 ต้องเซ็นรับรองงบการเงินของโจทก์นั้น เป็นทางปฏิบัติของบริษัทหรือนิติบุคคลโดยทั่วไปที่จำเลยที่ 1 จะต้องเซ็น จึงไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาดที่จะทำให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชอบในการเซ็นชื่อรับรองงบการเงินนั้น ดังนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำละเมิด และไม่ได้ร่วมกระทำละเมิดกับจำเลยอื่น

จำเลยที่ 2 นางสาวดวงกมล โชตะนา ศาลวินิจฉัยว่า ปรากฏในทางนำสืบให้ศาลเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมในการสั่งการโดยตรง ในการให้ฝ่ายขายลงรายได้ค้างรับที่ไม่มีอยู่จริงเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย Togo อีกทั้งยังปรากฏอีเมล์ที่เป็นการติดตามผลการดำเนินงานจากฝ่ายขายอีกด้วย จำเลยที่ 2 รู้รายละเอียดขั้นตอนวิธีปฏิบัติงานของโจทก์เป็นอย่างดี ศาลจึงเห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อสร้างรายได้เทียมและตกแต่งบัญชีของโจทก์ ดังนั้น จำเลยที่ 2 ร่วมทำละเมิดโจทก์

จำเลยที่ 3 นายสุพจน์ ศาลวินิจฉัยว่า ปรากฏในทางนำสืบให้ศาลเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 3 สอนวิธีการลงรายได้ค้างรับที่ไม่มีอยู่จริงให้แก่ฝ่ายขาย ทั้ง ๆ ที่ตนเป็นนักบัญชีย่อมทราบดีอยู่แล้วว่า การลงรายได้ค้างรับที่ไม่มีอยู่จริงนั้นไม่ถูกต้องตามหลักการตามทางบัญชี และจำเลยที่ 3 ยังเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างผู้บริหารโจทก์และฝ่ายขาย ในเรื่องที่เกี่ยวกับรายได้ค้างรับ ดังนั้น จำเลยที่ 3 ร่วมทำละเมิดโจทก์

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ดังนั้น จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งในบริษัทโจทก์มีระยะเวลาที่แตกต่างกัน ศาลจึงเห็นควรกำหนดสัดส่วนในการรับผิดในความเสียหายตามที่โจทก์ขอมา โดยให้จำเลยที่ 2 รับผิด 48% ของค่าเสียหายในแต่ละส่วน และจำเลยที่ 3 รับผิด 52% ของค่าเสียหายแต่ละส่วน ดังนี้

ค่าว่าจ้าง KPMG เห็นว่า KPMG เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทโจทก์มาเป็นเวลานาน ทั้งมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูง แต่ตรวจสอบไม่เจอความผิดปกติตั้งแต่แรก ดังนั้น ศาลจึงปรับลด

ให้ค่าเสียหายข้อนี้ จาก 1,600,000 บาท ให้เหลือ 800,000 บาท

ค่าปรับที่จ่ายให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ค่าปรับที่จ่ายให้ ก.ล.ต.ส่วนแรก 1,135,200 บาท ศาลให้จ่ายเต็มจำนวน ส่วนที่สอง 985,500 บาท ปรับลดให้เหลือ 5 แสน

ค่าปรับให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 16,000 บาท ค่าปรับกรมสรรพากร 4,000 บาท

นอกจากนี้ค่าเสียหายที่จ่ายเงินปันผลสูงเกินที่ต้องจ่าย ศาลเห็นว่า การที่โจทก์จ่ายเงินปันผลผิดไปนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการกระทำของจำเลยที่ 2 และ 3 แต่ฝ่ายขายก็มีส่วนผิดอยู่ด้วย จึงปรับลดค่าเสียหายในส่วนนี้ให้จาก 57 ล้านบาท ให้เหลือ 34 ล้านบาท

ส่วนค่าว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมาย ศาลเห็นว่า โจทก์ได้ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษขึ้นเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงหาผู้กระทำความผิดอยู่แล้ว การว่าจ้างที่ปรึกษาฯ นั้นเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่โจทก์เองเท่านั้น และเมื่อศาลมีคำพิพากษาก็จะมีค่าทนายความอยู่แล้ว ดังนั้น ค่าเสียหายในส่วนนี้ศาลไม่ให้ (ตามที่ขอมา 1,907,870.99 บาท)

ศาลจึงมีพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 36,533,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดเป็นเงิน 17,535,840บาท และให้จำเลยที่ 3 รับผิดเป็นเงิน 18,997,160 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562) เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีโดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนนี้ให้ตกเป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

นางสาวดวงกมล เป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ บมจ.เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป ส่วนนายสุพจน์ เพียรศิริ เป็นอดีตกรรมการ และผู้อำนวยการสายการเงิน บมจ.เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป

  

 

โพสท์โดย: NIXA
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/Khaosueb/photos/a.137194966354521/4818228461584458/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
NIXA's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 947 ครั้ง
เขียนโดย NIXA
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: ลิลลี่ ไมโครนอส, มยุริญ ผดผื่นคัน, bgs
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทยบริษัทเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ที่ยังคงเปิดกิจการอยู่ในปัจจุบันประเทศ "ยิ้มง่าย" ที่สุดในโลกในปี 2026 (ไทยได้อันดับ 3)ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคตพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติจังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยอย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัวจังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"“สิ่งที่เคยมีในไทย…แต่วันนี้แทบไม่เห็นแล้ว”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทยดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลกความเชื่อโบราณ "อาถรรพ์นางตานี"เปิดรายได้นักบินขับไล่กริพเพนอำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ด่วน! ทรัมป์ ถูกลอบยิงรอบที่ 2 ? ในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบข่าวใครที่ปัสสาวะสีน้ำชา ตัวเหลืองแต่ไม่ปวด สัญญาณอันตราย "มะเร็งตับอ่อน" เพชฌฆาตเงียบที่ต้องระวังพบขวานหินหลายพันปี 5 ชิ้น ในถ้ำเวียดนามพบเกาะประหลาดในทวีปแอนตาร์กติกา
ตั้งกระทู้ใหม่