ความล้มเหลวของ “บ้านมั่นคง”
โพสท์โดย doctorsopon
บ้านมั่นคงไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด เป็นความล้มเหลว ทำไปรังแต่จะกลายเป็นการละลายงบแบบเบี้ยหัวแตก ไม่ใช่โครงการที่ยั่งยืน ถือเป็นแบบอย่างไม่ได้
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ในฐานะที่มีประสบการณ์การสำรวจวิจัยชุมชนแออัดทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ ได้ให้ความเห็นต่อโครงการบ้านมั่นคงที่ดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณถึงรัฐบาลประยุทธ์ ว่าโครงการบ้านมั่นคงที่เดี๋ยวนี้อาจเปลี่ยนเป็นบ้านประชารัฐหรืออะไรก็ตาม ก็ล้วนแต่เหล้าเก่าในขวดใหม่ เป็นความล้มเหลวของการดำเนินงาน
การ "ชักดาบ" ของชาวบ้าน
ความล้มเหลวประการหนึ่งของการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดก็คือการจัดหาที่ดินให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งพวกเขาไม่สามารถซื้อได้ และหากให้ซื้อในราคาถูกพิเศษ ก็เป็นการเอาเปรียบผู้มีรายได้น้อยอื่น ที่ผ่านมามีการจัดโครงการแบ่งปันที่ดิน (Land Sharing) ซึ่งได้รับการโฆษณาว่าเป็นโครงการประสบความสำเร็จ เป็นตัวอย่างไปทั่วโลก แต่ปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินต่างพากัน "ชักดาบ" กับทางราชการ ไม่ยอมผ่อนชำระต่อ แต่กลับได้สิทธิในที่ดินไป กรณีนี้จึงถือได้ว่าเป็นความไม่สำเร็จ
สิ่งที่พึงดำเนินการก็คือการให้อยู่อาศัยแบบ "หนาแน่น" (High Density) แต่ไม่แออัด (Overcrowdedness) คือการสร้างแฟลตหลายชั้นให้อยู่อาศัย แทนที่จะย้ายไปไกล ๆ ยกเว้นบางท่านที่ต้องการเงินค่าชดเชยและหาที่อยู่อาศัยเอง เพื่อให้เกิดความหนาแน่นมากขึ้น ปกติในพื้นที่ 1 ไร่ หากมีบ้านอยู่ 15 หลังคาเรือนถือว่าแออัด แต่หากสร้างเป็นอาคารชุดพักอาศัย สามารถอยู่ได้นับร้อยครัวเรือนโดยยังมีพื้นที่สีเขียวได้อีก
การเคร่งครัดเรื่องผ่อนชำระเป็นเรื่องสำคัญ หากไม่สามารถผ่อนต่อได้ ก็ต้องให้ออกจากที่พัก หรือหากเป็นผู้สูงวัยไม่สามารถช่วยตนเองได้ ก็ควรจัดหาที่อยู่อาศัยในสถานสงเคราะห์มากกว่าจะให้อยู่อาศัยอย่างโดดเดี่ยวในห้องพักอาศัย และหากเป็นกรณีผู้เช่าห้องชุด แฟลต หรืออะพาร์ตเมนต์ กับการเคหะแห่งชาติ ก็ต้องห้ามเช่าช่วง หากปรากฏพบ ก็ต้องยึดคืนโดยเคร่งครัด หากมีการผ่อนปรน ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในที่สุด
บ้านอภิสิทธิ์ชน สาวได้สาวเอา
การจัดทำบ้านมั่นคงโดยก่อสร้างในแนวราบเท่ากับเป็นการสร้างอภิสิทธิ์ชนส่วนน้อยที่ได้เปรียบผู้มีรายได้น้อยอื่น บางรายบุกรุกที่ดินมา 2-3 ชั่วรุ่น ยังได้ที่ดินเช่าระยะยาวไปอีกชั่วลูกชั่วหลานในราคาถูก และสร้างที่อยู่อาศัยในแนวราบต่อไป ในกรณีที่ดินบุกรุกนั้น ควรต้องคืนให้หน่วยราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่อาจให้เช่าบางส่วนเพื่อสร้างเป็นอาคารสูง เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยเดิมและผู้มีรายได้น้อยอื่นได้เข้ามาอยู่เพิ่มเติม รวมทั้งผู้ที่มีรายได้สูงขึ้นมาอยู่ด้วยเพื่อเป็นการนำกำไรส่วนที่ได้ไปพัฒนาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยต่อไป
การจัดหาที่อยู่อาศัยนั้น หากเป็นกรณีผู้มีรายได้น้อยที่สุด อาจไม่ใช่การจัดให้เขามีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย อาจเป็นที่อยู่อาศัยแบบให้อยู่เปล่าชั่วคราว เช่น บ้านพักสำหรับคนเร่ร่อน หรือให้เช่าในราคาถูกชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือผู้ที่ตกทุกข์ออกจากงาน หรือจัดเป็นอะพาร์ตเมนท์ให้เช่าราคาต่ำกว่าท้องตลาดในระยะสั้น แต่ไม่ใช่ไปแข่งทำ อะพาร์ตเมนท์กับภาคเอกชนซึ่งจัดทำในราคาถูกอยู่แล้ว หากจะต้องจัดหาที่อยู่อาศัยแบบเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ก็ควรให้ภาคเอกชนดำเนินการโดยมีการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเคร่งครัด
กรณีความสำเร็จของบ้านมั่นคงบางโครงการจึงเป็นเพียงข้อยกเว้นที่ "ทุ่มทุนสร้าง" ไม่สามารถนำไปใช้ในพื้นที่อื่นได้จริง หากไม่ได้ทุ่มเทงบประมาณช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามนโยบายหลักของที่อยู่อาศัยแห่งชาติก็คือการส่งเสริมให้เอกชนดำเนินการโดยรัฐเป็นเพียงผู้สนับสนุน ผู้อำนวยความสะดวก ผู้ให้อุปทานที่ดิน ผู้วางผัง ไม่ใช่ไปแข่งขันกับภาคเอกชน ยกเว้นในบางพื้นที่และบางกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น
ชาวชุมชนแออัดไม่จน
ในประเทศไทยมีคนจน ประมาณ 13% คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ดังนั้นสัดส่วนของคนจนในกรุงเทพมหานครจึงน่าจะมีน้อยกว่า 10% หากประมาณการว่าเป็นแค่ 5% ก็คงมีประชากรไม่เกิน 500,000 คนของประชากรทั้งหมดเกือบ 10 ล้านคนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถ้าประชากรในชุมชนแออัดมีนับล้านคน ก็แสดงว่าคนในชุมชนแออัดส่วนมากไม่ได้จน คนจนจริง ๆ ก็หาได้อยู่เพียงในชุมชนแออัดไม่ พวกเขายังอาจเร่ร่อนอยู่ทั่วไป บ้างอยู่ในหอพักคนงาน เป็นคนใช้ตามบ้าน เป็นแรงงานก่อสร้าง ฯลฯ ดังนั้นอาจอนุมานได้ว่า คนชุมชนแออัดที่จนจริง ๆ นั้นมีเพียงน้อยนิด
ความจริงข้างต้นอาจดูน่าฉงน ลองมาตรองดู คนชุมชนแออัดส่วนมากมีบ้านเป็นของตนเองบนที่ดินเช่า (เป็นส่วนใหญ่) ในราคาแสนถูก หรือไม่ก็บุกรุกที่ดินคนอื่นฟรี ๆ แล้วสร้างบ้าน (เป็นส่วนน้อย) การมีบ้านสะท้อนฐานะที่ชัดเจน เพราะถ้าต้องเช่าบ้าน ค่าเช่าอย่างน้อยก็เป็นเงิน 1,500 บาทต่อห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ถ้าเช่าบ้านชุมชนแออัดทั้งหลังคงไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท ถ้าเราเอาค่าเช่ามาแปลงเป็นมูลค่า ณ อัตราผลตอบแทน 8% ต่อปี ก็จะเป็นเงิน 375,000 บาทต่อหลัง (2,500 x 12 / 8%) นี่คือเครื่องแสดงฐานะของชาวชุมชนแออัดโดยเฉลี่ย ดังนั้นที่อ้างกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาว่าชาวชุมชนแออัดยากจนนั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีมูล อาจถือเป็นคน “อยากจน” เพื่อผลประโยชน์บางอย่างมากกว่า
บ้านประชารัฐลาดพร้าว. . .ตัวอย่างที่ไม่ดี
ชุมชนแออัดบุกรุกริมคลองลาดพร้าวอาศัยความเป็น "กฎหมู่" ได้เปรียบสังคม อยู่มา 50 ปี รวม 2 ชั่วรุ่น ยังจะได้สิทธิพิเศษอีก อย่างนี้เท่ากับเอาสมบัติของแผ่นดินไปให้ "กฎหมู่" อย่างไม่เป็นธรรมต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ ทั้งนี้มีการ "ประเคน" ที่ดินให้เกือบฟรี คือ เช่าตารางวาละ 2 บาทต่อเดือน เช่น ถ้าได้ที่ดิน 50 ตารางวา ก็เท่ากับเช่าปีละ 1,200 บาท ในขณะที่ที่ดินใกล้เคียง คงมีราคาตารางวาละ 50,000 บาท ถ้าที่ดิน 50 ตารางวา ก็เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท ถ้าต้องเช่าตามราคาตลาด ก็เท่ากับเป็นเงินประมาณ 1% ต่อปี เป็นเงิน 25,000 บาทต่อปี เท่ากับให้ชาวบ้าน "อภิสิทธิ์ชน" เหล่านี้เช่าต่ำกว่าค่าเช่าตลาดถึง 21 เท่า และยังมีการให้สินเชื่ออีก 360,000 บาทต่อครัวเรือน ให้ผ่อนนาน 20 ปี ดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% ซึ่งต่ำกว่าประชาชนที่ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมู่หรืออาจต่ำกว่าข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเสียอีก อย่างนี้ถือว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่
ที่ดินราคาแพงในเมือง ควรนำมาสร้างห้องชุดซึ่งในพื้นที่ 1 ไร่ หากจัดสรรที่ดิน อาจจัดสรรได้สุทธิ 80% หรือ 320 ตารางวา หากแต่ละแปลงมีขนาด 50 ตารางวา ก็เท่ากับ 6.4 หน่วยเท่านั้น แต่ที่ดิน 1 ไร่ หากนำมาสร้างที่สัดส่วนอาคารต่อที่ดินที่ 5:1 ก็ควรสร้างได้ 8,000 ตารางเมตร หากพื้นที่ขาย/เช่าสุทธิเป็น 70% ก็เท่ากับ 5,600 ตารางเมตร หากแฟลตห้องหนึ่งมีขนาด 50 ตารางเมตร ก็สามารถให้อยู่อาศัยได้ถึง 112 ครัวเรือน แสดงว่าในพื้นที่ 1 ไร่ ยังจัดให้คนจนอื่นเข้าอยู่ได้อีกนับร้อย ไม่ใช่แค่ 6.4 หน่วย การใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างไร้ประสิทธิภาพ และเอื้อ "กฎหมู่" จึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง
แก้อย่างไรให้ถูกจุด
การตะบี้ตะบันสร้างแฟลต ปรับปรุงสลัม ทำบ้านมั่นคง สร้างบ้านเอื้ออาทร คงไม่ใช่หนทางของการพัฒนาชุมชนแออัดและเราถมเงินไปเท่าไหร่ก็ไม่แล้ว เพราะรัฐบาลก็คงไม่มีเงินมากมายในการทุ่ม ที่ผ่านมาทุ่มไปทุ่มมาในการสร้างแฟลต ก็เลยไพล่ไปปรับปรุงชุมชนแทนเพราะรัฐบาลก็บักโกรกเหมือนกัน ดังนั้นแนวทางสำคัญก็คงอยู่ที่การพัฒนาเศรษฐกิจ ไม่มีใครอยากอยู่ในชุมชนแออัด ต่างอยากออกไปอยู่ในที่ๆ ดีกว่านี้ แต่ที่อยู่ ก็อยู่เพราะความจำเป็น ถ้าประเทศชาติเจริญขึ้น เขาก็มีทางเลือก คนที่คิดจะเข้ามาอยู่ใหม่ ก็ไม่ย้ายมา เพราะในตลาดมีหอพัก อะพาร์ตเมนต์ ห้องชุดให้พักกันมากมาย ไม่ต้องอยู่อย่างต่ำกว่ามาตรฐานการอยู่อาศัยในชุมชนแออัด
อีกอย่างหนึ่งที่ควรทำก็คือการส่งเสริมให้ภาคเอกชนพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลแค่สนับสนุนอยู่ห่าง ๆ ไม่ต้องลงไปแข่งกับภาคเอกชน ท่านอาจไม่เชื่อว่าในระยะ 40 ปีที่ผ่านมาที่การเคหะแห่งชาติพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยนั้น หากไม่นับรวมบ้านเอื้ออาทรที่สร้างขึ้นมาตามนโยบายเร่งด่วนแล้ว กลับมีมูลค่าการพัฒนาต่ำกว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ที่ทำมาเพียง 20 ปีเสียอีก ภาคเอกชนสามารถจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในราคาที่เป็นธรรม แถมยังได้กำไร และรัฐบาลไม่ต้องอุดหนุนเงินให้สักบาทเลยด้วยซ้ำไป
ด้วยเหตุนี้เองบ้านประชารัฐ บ้านมั่นคงจึงเป็นความล้มเหลว ทำได้ไม่กี่มากน้อย ก็ต้องหยุด ทำแค่เป็นน้ำจิ้ม และทำโดยเอาเปรียบสังคม เป็นการซื้อเสียงอย่างหนึ่ง
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดไหนบ้างที่เคยร้อน จนอุณหภูมิแตะ 44°C ขึ้นไป
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
จังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
สิ่งที่เห็นจริง กับสิ่งที่หลอนเอง…? หรือจริง ๆ แล้วคุณกำลังโดนหัวตัวเองเล่นงาน?
รูเล็กๆ บนฝาปากกา ความลับมรณะที่ช่วยชีวิตคุณได้
อะไรคือเหตุผล ที่คนญี่ปุ่นไม่ปลูกซากุระเอาไว้ในบ้าน
เผย 10 อันดับ "พาสปอร์ต" แพงที่สุดในโลกปี 2026..รู้ค่าธรรมเนียมแล้วจะอึ้ง!
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
กับดักมรณะ... แลกชีวิตกับ iPhone เครื่องเดียว" คุณคิดว่า iPhone 15 เครื่องนึง... มีค่าพอที่จะแลกกับชีวิตผู้ชายวัย 26 คนนึงไหมครับ?
อังกฤษเตรียมทดลองแบนโซเชียลมีเดียกับเด็กหลักร้อยคน ก่อนทำการขยายผลบังคับใช้ต่อไป
มัลแวร์ Mirai ได้แตกสายพันธุ์ย่อยไปกว่า 100 สายพันธุ์แล้ว
เกิดแผ่นดินไหวสองครั้งในวันนี้ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น
