หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ธนาธร ยัน คนหาเช้ากินค่ำ ต้องได้รับช่วยเหลือก่อน อัด รัฐจัดลำดับสำคัญผิด


เขียนโดย NIXA

วันที่ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน เพจคณะก้าวหน้าแรงงาน จัดไลฟ์พูดคุยกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าอนาคตใหม่ ซึ่งปัจจุบันเป็นแกนนำคณะก้าวหน้า ในหัวข้อ มองเศรษฐกิจไทย หลังภัย CD19 โดยตอนหนึ่ง นายธนาธร กล่าวว่า การจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาล ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทั้งในทางคุณภาพและปริมาณ ตอนนี้มีปัญหา ตนคิดว่า ควรช่วยเหลือประชาชนหาเช้ากินค่ำ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ประเทศก่อน

จากนั้นค่อยขยับมาสู่ เอสเอ็มอี ชนชั้นกลาง แล้วค่อยไปช่วยเหลือกลุ่มทุนใหญ่ ซึ่งสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ไม่ได้ทำให้ทุนใหญ่ล้มละลายแน่ๆ อย่าง กรณีบริษัทขายสินค้าปลอดภาษีในสนามบิน สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายขนาดว่า ถ้าไม่ช่วยเหลือแล้วจะล้มละลาย นี่เป็นมายาคติ บริษัทเหล่านี้ แต่ละปี กำไรพันล้าน หมื่นล้าน ดังนั้น ขาดทุน 2-3 เดือนไม่พังแน่ๆ และที่สำคัญ บริษัทปลอดภาษีเหล่านี้ ก็ไม่ได้จ้างงานคนมากมาย ความเสียหายจำกัดมาก ดังนั้น การจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาล ในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบของรัฐบาลผิดมากๆ

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า กรณีเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท วิเคราะห์ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือโดยเอไอ ไม่มีใครมั่นใจ หรือรู้ว่าเอไอนั้น เขียนข้อมูลอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเปิดเผย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ ถ้าใช้เอไอแบบนี้แล้วต้องใช้เวลากว่า 10 วัน ประชาชนถึงจะได้เงินก้อนแรก ตนนี้ถือว่า ให้ความสำคัญผิดมากๆ เพราะจากที่มีโอกาสไปพูดคุยกับคนในชุมชนแห่งหนึ่ง สิ่งที่ได้ยินมาคือ พวกเขาไม่มีอันจะกินแล้ว ในชุมชนส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้อยู่ในระบบประกันตน แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ ในชุมชนนี้แทบทั้งหมดมีอาชีพเกี่ยวเนื่องกันกับการร้อยพวงมาลัยขาย เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจ ที่เรามองไม่เห็น ซึ่งพอมีการเคอร์ฟิว ได้รับผลกระทบ ระบบงานพังลง คนกลุ่มนี้ ไม่มีแม้แต่จะกินข้าว คือ ถ้าปล่อยอย่างนี้ไปอีก 2-3 อาทิตย์ เขาบอกว่า ม้องเท้งแน่ ดังนั้น เขาจึงพร้อมที่จะยอมออกไปค้าขายปกติ แม้จะเสี่ยงกับการติดcovid ดีกว่าจะอยู่แล้วอด_ายอย่างนี้ เพราะไม่ได้รับการช่วยเหลือ พวกเขาลำบากจริงๆ แต่มาตรการช่วยเหลือของรัฐก็ไปไม่ถึง มีแต่มาตรการบอกให้เขาอยู่บ้าน แล้วไม่บอกเลยว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไร

เรื่อง CD19 แน่นอนว่า แพร่ไม่เลือกชนชั้น ทุกคนมีสิทธิติด ได้เหมือนกันหมด แต่ทว่า นี่เป็นเรื่องชนชั้น คือ ส่งผลกับคนแต่ละชนชั้นแตกต่างกันไป คนที่มีรายได้สูง คนที่ที่บ้านมีพื้นที่ การกักบริเวณของพวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ในขณะที่คนที่อยู่ในห้องแคบๆ 3-5 ตารางเมตร อยู่กัน 5 คน ลดค่าไฟเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ไม่ช่วยอะไรเลย เพราะพวกเขายังต้องใช้ไฟเพิ่มขึ้น และที่สำคัญการถูกบังคับให้อยู่บ้าน ทำให้พวกเขาขายของไม่ได้ ไม่มีรายได้ และถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ก็คงไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ โดนตัดน้ำตัดไฟ วุ่นวายแน่นอน นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า รัฐบาลมีทางเลือก 2 ทางเกี่ยวกับการช่วยเหลือ คือ ทางเลือกแรก ถ้ายังเป็นมาตรการ เซมิ ล็อกดาวน์ หรือ กึ่งเปิดกึ่งปิดแบบขณะนี้ต่อไป จำเป็นต้องช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยอัดเม็ดเงินเข้าไปในระบบเพื่อช่วยพยุงซึ่งจะใช้น้อยกว่าการปล่อยพังแล้วอัดเข้าไป เพราะการจะดึงความเชื่อมั่นกลับมา ดึงนักลงทุนกลับมา เกิดการจ้างงาน เกิดการบริโภคอีกครั้งยากมาก ดังนั้น ต้องยอมเสียเงินพยุงดีกว่าปล่อยให้พัง

และสำหรับทางเลือกที่ 2 คือ คลาย-ล็อก-คลาย-ล็อก สลับกันไป ทั้งนี้ ถ้าจำได้ตอนเริ่มใหม่ๆ ในคลื่นลูกแรกนั้นทำทุกคนเป๋ เพราะไม่ได้เตรียมรับมือ จึงเกิดเซมิ ล็อกดาวน์ กราฟผู้ติด CD 19 ลดลงแต่คนจะอดอยาก ดังนั้น ถ้าคลายแน่นอนว่า กราฟอาจจะกลับขึ้นไป จึงต้องล็อกซึ่งในช่วงล็อกนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเตรียมความพร้อมประเทศ ด้านสาธารณสุข เรื่องดูแล คนเข้ามาเมือง การสอบทานคนติด ซึ่งต้องทำ เพื่อให้การคลายครั้งต่อไปจะมีทุกอย่างพร้อมรับมือดูแลได้

สำหรับคำแนะนำผู้ประกอบธุรกิจ มองว่าต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน เงินเดือนพนักงาน ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรสำหรับการอยู่ได้ ควรคิดไว้ 6 เดือน ซึ่งไม่ว่าเราจะเลือกปฏิบัติการแบบไหน จะเป็นแบบแรกหรือแบบหลัง อาจต้องมองต้นทุน 6 เดือนนี้ ซึ่งในไตรมาสที่ 4 อาจจะกลับมาได้ แต่ทว่า ถ้าเรายังใช้กึ่งเปิดกึ่งปิดแบบนี้ แล้วไม่มีช่วยเหลือ หรือยังเป็นการช่วยเหลือ แบบที่เป็นอยู่ เชื่อว่าทั้งประเทศ การช่วยเหลือช่วยเหลือตอนนี้ ผมเห็นว่า ต้องดึงสวัสดิการทุกก้อนร่วมกัน แล้วจ่ายออกไปแบบเดียวกัน ถ้วนหน้า เพราะวันนี้เอไอไม่อาจพิสูจน์ว่า ใครควรได้รับ ดูอย่างเหมือนบัตรคนจน คนที่ได้รับก็ไม่ได้มีแต่คนจนอย่างเดียว คือ เกิดการแข่งขันกันจน เกิดการพิสูจน์เพื่อลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เปลี่ยนจากพลเมืองกลายเป็นผู้สงเคราะห์จากรัฐ ดังนั้น ต้องจัดสรรงบประมาณใหม่ และต้องคิดทั้งระบบแยกส่วนไม่ได้ สวัสดิการถ้วนหน้านี้

โพสท์โดย: NIXA
อ้างอิงจาก: https://www.siamnews.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
NIXA's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 585 ครั้ง
เขียนโดย NIXA
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: แสร์, มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด4 เทคนิคทอดไข่ดาวแบบต่างๆ ให้สวยน่ากินประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.อำเภอเดียวในไทยที่มี "ป้ายทะเบียนรถชื่ออำเภอ”นางสังขารคือใครในล้านนา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
งานศพ "มหาเศรษฐีจีน" ฝังศพพร้อมรถเบนซ์รุ่นใหม่..หวังเอาไปใช้ในปรโลกการหลั่งน้ำอสุจิสามารถป้องกันมะเร็งและลดการอักเสบได้เมื่อระดับน้ำลดลง วิหารโบราณก็ปรากฏขึ้น ใต้เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำผู้ปกครองแห่ ย้ายรร.ให้ลูกหลาน หลังครูหล่อเกินไป
ตั้งกระทู้ใหม่