หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลูกเหลือเวลาแค่ 6 เดือน พ่อแม่ตัดสินใจปิดไว้แต่หลังเขาจากไป แม่เปิดอ่านไดอารี่กลับพบความจริง


เขียนโดย NIXA

อีกหนึ่งเรื่องราวจากต่างประเทศ ที่ได้รับความสนใจอย่างมากหลังมีการแชรืเรื่องราวลงบนสื่อออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของ Namrata และ Bhavesh Pandya เป็นสองสามีภรรยาชาวอินเดียที่มี Khushil ลูกชายวัย 14 ปีที่อยากเป็นนักสัตววิทยา สองสามีภรรยารักลูกชายคนเดียวมาก แต่วันเวลาดีๆก็อยู่กับพวกเขาได้ไม่นาน ปี 2015 Khushil ต้องไปพบแพทย์เพราะเขารู้สึกว่ามองอะไรไม่ค่อยชัด

นึกไม่ถึงว่าวันนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ ขณะทำการทดสอบด้วยแสงพบว่าดวงตาซ้ายของ Khushil ลืมไม่ขึ้น จึงถูกส่งไปหาแผนกดวงตา ต่อมาถูกส่งตัวไปทำ MRI ที่โรงพยาบาลที่ใหญ่ขึ้น และผลที่ได้ก็เหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า

คุณหมอเรียกสองสามีภรรยาเข้าไปในห้อง ปล่อยให้ Khushil คุยกับพยาบาลอยู่ด้านนอก คุณหมอถามคำถามพวกเขาประโยคเดียวว่า : “Khushil เป็นลูกชายคนเดียวของพวกคุณใช่ไหม” ได้ยินอย่างนี้ Namrata ก็ใจคอไม่ดี คุณหมอบอกว่าหลังการยืนยันผลการตรวจซ้ำไปมาหลายครั้ง พบว่ามีเนื้องอกชนิดร้ายอยู่ในสมองของ Khushil หรือเรียกอีกอย่างก็คือมะเร็ง Khushil เป็นเนื้องอกในสมอง diffuse pons glioma (DIPG) ที่พบได้ยาก ไม่มีวิธีการรักษา สุดท้ายคุณหมอก็ทิ้งท้ายไว้ว่า : “น่าจะ 6-9 เดือน”

สองสามีภรรยาจะรับเรื่องนี้ได้ยังไง? พวกเขาเก็บกดความทุกข์ใจ และตัดสินใจว่าจะไม่ให้ Khushil รู้ว่าตัวเองป่วย เพื่อให้เขาใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไม่ต้องกังวล พยายามที่จะเป็นนักสัตววิทยาต่อไป พวกเขาและ Khushil ร่วมกันตั้งเป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จทีละอย่าง ทั้งครอบครัวเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกัน หลัง 6 เดือนผ่านไป Khushil ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นพวกเขาคิดว่า “นับจากนี้ไปถือเป็นช่วงเวลาที่ขอยืมจากพระเจ้า”

ไม่นานนักอาการของ Khushil ก็เริ่มแย่ลง การทำ MRI แสดงให้เห็นว่าก้อนเนื้อของเขาโตขึ้น ขาขวาไร้เรี่ยวแรง พูดไม่ชัด กลืนลำบากและปัญหาอื่น ๆ ดูเหมือน Khushil จะรู้ว่าตัวเองมีเวลาอีกไม่นาน เขาบอกกับแม่ว่า “ผมไม่อยากตายในโรงพยาบาล ผมอยากกลับบ้าน” และในที่สุดก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้อีกต่อไป เขาจากไปในเดือนกันยายน ปี 2017

หลัง Khushil จากไป ตอนที่พ่อแม่กำลังเก็บข้าวของของเขาก็พบไดอารี่โดยบังเอิญ เมื่อเปิดออกดูก็ต้องน้ำตานอง Khushil เขียนไว้ประโยคหนึ่งว่า “ตั้งแต่เริ่มต้น ผมก็รู้ผลลัพธ์แล้ว” มันเริ่มต้นตั้งแต่ที่เขาถูกวินิจฉัยเมื่อปี 2015 นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่พ่อแม่พยายามทำเพื่อปกป้องเขาโดยการปิดบังเรื่องโรคร้าย

เขากลับรู้มาตั้งแต่แรก ในเวลาที่ผ่านมาพ่อแม่แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไร Khushil ก็ไม่พูดอะไร เพราะเขาไม่อยากให้พ่อแม่เจ็บปวด Namrata เล่าว่า : “พวกเราคิดว่าพวกเรากำลังปกป้องเค้า นึกไม่ถึงว่าเป็นเขาต่างหากที่ปกป้องไม่ให้พวกเราเจ็บปวด”

โพสท์โดย: NIXA
อ้างอิงจาก: http://richfarmtoday.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
NIXA's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,703 ครั้ง
เขียนโดย NIXA
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊, น้องขนุนเป็นสาวแล้ว, โยนี มีเงิน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 โรงเรียนในไทยที่ “นักเรียนแย่งเข้าเยอะที่สุดจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
การหลั่งน้ำอสุจิสามารถป้องกันมะเร็งและลดการอักเสบได้เมื่อระดับน้ำลดลง วิหารโบราณก็ปรากฏขึ้น ใต้เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำผู้ปกครองแห่ ย้ายรร.ให้ลูกหลาน หลังครูหล่อเกินไปแปลกแต่จริง โจรขโมยไข่สุดแพง ไปแลกยาบ้าแสนถูก
ตั้งกระทู้ใหม่