ชุมพร-ภูเก็ต วุ่นหนัก แพทย์-พยาบาล ต้องกักตัวนับ 100 คน หลังผู้ป่วยปิดบังข้อมูลติดเชื้อโควิด-19
นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และ นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ร่วมแถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า จังหวัดชุมพรพบผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 เป็นรายที่ 2 เพศหญิง อายุ 65 ปี เข้ารับการรักษาที่ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.โดยมีอาการไข้ ไอ และหายใจเหนื่อยหอบ เบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวม จึงรักษาอาการโรคปอดบวม จนวันที่ 4 เม.ย.ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากขึ้น หายใจหอบเหนื่อยมากขึ้น และอาการไข้ยังสูงอยู่ มีออกซิเจนในเลือดต่ำ แพทย์จึงใส่ท่อช่วยหายใจ
จากการพบผู้ป่วยรายล่าสุดของ จ.ชุมพร จากการสอบสวนโรคพบว่ามีกลุ่มเสี่ยงสัมผัสที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล 64 ราย และผู้ใกล้ชิด 22 รายรวมทั้งหมด 88 ราย ที่ต้องกักตัวรอดูอาการ นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังในพื้นที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลตำบลวังไผ่ และช่วงวันที่ 19 มีนาคม 63 เวลา 14.00- 20.00 น. ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติที่อำเภอสวี พร้อมกับลูกสาวและลูกเขย เดินทางไปกลับด้วยรถยนต์ส่วนตัว ทำให้มีกลุ่มเสียงต้องสงสัยที่ต้องเฝ้าระวังรวมจำนวนอีกนับร้อยคน
ทางด้าน ผอ.รพ.วชิระภูเก็ตยืนยันบุคลากรทางการแพทย์ภูเก็ต 112 คนเสี่ยงติดโควิด19 จากการสัมผัสใกล้ชิดชายชาวฮังการีที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน และตรวจพบภายหลังว่ามีอาการโรคปอดติดเชื้อโควิด 19 เหตุผู้ป่วยไม่แจ้งข้อมูลมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยในจำนวน 112 คนนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 8 รายโดย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ โรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 17/2563 เพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการออกมาตรการเพิ่มเติม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ นายเเพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้ชี้แจงกรณีการโพสต์ข่าวและแชร์ข้อมูลการเสียชีวิตของชาวฮังการีในโซเชียลมีเดียว่า ชายชาวฮังการี อายุ 25 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ล้มเองได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณสามัคคีซอย2 บ้านใสยวน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพศูนย์ช่วยเหลือนักท่องที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หรือศูนย์ไข่มุก ได้ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลฉลอง
ในเวลาประมาณ 04.30 น.ของวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมาในเวลาประมาณ 05.30 น. ได้นำส่งต่อมายังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ยังพูดคุยได้ โดยมีอาการชาแขนขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง และมีอาการมึนเมา โดยผู้ป่วยไม่ได้แจ้งประวัติความเสี่ยงการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือประวัติการเดินทางมาพื้นที่เสี่ยงแต่อย่างใดหลังจากมาถึงที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่ได้ทำการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย พบว่ากระดูกสันหลังต้นคอท่อนที่ 6 หัก และเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณต้นคอได้รับบาดเจ็บ (ฉีกขาด) จึงได้ทำการผ่าตัดทันที ในเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 25 มีนาคม 2563 โดยหมอสัญญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลัง 2 ท่าน รวมทั้งวิสัญญีแพทย์และพยาบาล หลังจากผ่าตัดผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดคุยได้ แขนขาทั้งสองข้างยังขยับไม่ได้ เป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียง หลังจากนั้นคนไข้ก็ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยตลอด ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม มีการย้ายหวอดไปอีกตึกหนึ่ง ก่อนที่ในเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 28 มีนาคม คนไข้บ่นว่ามีอาการปวด แพทย์จึงให้ยาแก้ปวด และเริ่มทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ร่างกายมีการฟื้นฟูแขนขา
ถัดมาในวันที่ 29 มีนาคม 2563 เพื่อนจากซอยบางลา หาดป่าตองมาเยี่ยม ทำให้ทางทีมแพทย์เริ่มสงสัยว่าผู้ป่วยจะมีประวัติไปเที่ยวที่บางลามาหรือไม่ ก่อนทำการสอบถามอีกครั้ง เมื่อซักไปซักมาจนทราบว่าผู้ป่วยอยู่ที่บางลาประมาณ 2 สัปดาห์ และก่อนหน้าจะมาที่ภูเก็ตนั้นได้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้าน จึงสันนิษฐานว่าเป็นเคสที่มีความเสี่ยงต้องสงสัยโควิด-19 ทางแพทย์จึงได้ทำการตรวจวินิจฉัยโควิด-19 ในวันที่ 30 มีนาคม และผลออกมาวันที่ 31 มีนาคม พบว่าเป็นบวก จึงเข้าสู่กระบวนการทันที โดยพบว่าผู้ป่วยมีอาการไม่ค่อยดี มีอาการไข้สูงและหายใจลำบากขึ้น จนกระทั่งวันที่ 2 เมษายน ก็พบว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือด และในวันที่ 3 เมษายนก็ยังมีอาการเป็นไข้เริ่ม และมีอาการหยุดหายใจในเวลาประมาณ 02.40 น. ทีมแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถที่จะกู้ชีวิตผู้ป่วยได้ทั้งนี้สรุปสาเหตุของการตายในเคสนี้ได้ว่า เกิดจากไขสันหลังบาดเจ็บ เนื่องจากกระดูกสันหลังสุดของต้นคอหัก จากอุบัติเหตุจราจร ร่วมด้วยอาการปอดอักเสบจากการติดเชื้อโควิด-19 รวมระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล 10 วัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจพอสมควร เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้แจ้งประวัติความสุ่มเสี่ยงโควิด 19 ตั้งแต่แรก ทำให้มีบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปช่วยเหลือกลายเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อทั้งหมด โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีที่เข้าไปเกี่ยวข้องสัมผัสผู้ป่วยทั้งหมด 112 คน สัมผัสความเสี่ยงต่ำ 8 คน สัมผัสความเสี่ยงสูง 104 คนโดยใน 104 คนให้พักเพื่อจะเก็บตัว 14 วัน แบ่งเป็นที่โรงแรมแกรนด์สุพิชฌาย์, มอ.ภูเก็ต และที่บ้าน รวม 104 คนและขณะนี้ได้รับการตรวจไปแล้ว 94 คน พบว่าผลเป็นลบ และรอตรวจอีก 18 คน เรื่องที่ต้องฝากไปถึงสื่อมวลชน เพื่อแจ้งไปถึงประชาชนและนักท่องเที่ยว หากรายใดที่มีประวัติชัดเจนขออย่าได้ปิดบังข้อมูล เพราะจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงจำนวนมาก
อ้างอิงจาก: https://www.xn--42c2dgos8bxc2dtcg.com/235208/?utm_source=homepage&utm_medium=internal_referral
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
รวม 10 ที่เที่ยวฮ่องกงสวยๆในปี 2026
เกาะที่ไม่มีรถยนต์


