จับได้แล้วมือเผาป่าเชียงใหม่ ทำไฟลุกลามคร่า 4 ชีวิต อ้างแค่ความคึกคะนอง
จากกรณี เกิดไฟป่าโหมกระหน่ำในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และพะเยา ซึ่งทำให้ป่าไม้ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก และนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว จะเกิดการสูญเสียของเจ้าหน้าที่และจิตอาสาผู้กล้า ที่เข้าช่วยดับไฟป่าอีกด้วย
ต่อมา เฟซบุ๊ก กรมป่าไม้ รายงานว่า นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ กล่าวถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นไฟป่า พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติความเสียสละของจิตอาสาที่ร่วมดับไฟป่า ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 4 ราย ได้แก่

- พลทหาร ปิยพันธ์ แสนสุข อาสาสมัครดับไฟป่า สังกัดกองร้อยเครื่องยิงหนัก กรมทหารราบที่ 17 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช ประสบอุบัติเหตุตัวเกี่ยวติดกับลวดหนามของเจ้าหน้าที่ทหารที่ป้องกันฐาน ขณะที่เข้าดับไฟป่า ส่งผลให้ถูกไฟป่าคลอกจนเสียชีวิต ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
- นายนิพนธ์ จาระธรรม (พ่อหลวงแดง) ผู้ใหญ่บ้าน ต.แม่แฝกใหม่ บาดเจ็บสาหัสจากไฟคลอกและภายหลังได้เสียชีวิต จากการดับไฟในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
- นางต๊ะนี กิจเจริญพัฒน์ เสียชีวิตขณะเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟ เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจอมทอง จ.เชียงใหม่ และถูกไฟคลอกเสียชีวิต
- นายเงิน นาหยิ ประชาชนจิตอาสา ที่เข้าไปร่วมดับไฟพร้อมชุดเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งเกิดลมกระโชกแรง ลมเปลี่ยนทิศทาง ทำให้เสียชีวิตในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำแม่คำ-ป่าน้ำแม่สลอง และป่าน้ำแม่จันฝั่งซ้าย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

โฆษกกรมป่าไม้ ระบุอีกว่า ปัจจุบันไทยกำลังประสบปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด 19 และปัญหาภัยแล้ง จึงขอความร่วมมือผู้ที่เข้าไปเก็บหาของป่า หยุดก่อเหตุจุดไฟเผาป่า หรือจุดไฟเพื่อหวังผลยึดครอบครองพื้นที่เพื่อทำการเกษตร เพราะเพียงแค่ 1 คนเผา ต้องทำให้หน่วยงานภาครัฐ กำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับประชาชนจิตอาสา ต้องเข้าระงับเหตุจำนวนมากมาย ป่าเสียหายหลายร้อยหลายพันไร่ เสียงบประมาณมากมาย บางครั้งบาดเจ็บ บางครั้งเสียชีวิต จึงขอประณามผู้ที่ก่อเหตุ หากตรวจพบการทำผิด กรมป่าไม้จะดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด ขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ โพสต์เฟซบุ๊กให้ช่วยกันตามล่าคนจุดไฟเผาป่ามาลงโทษ ลงมีคนสังเวยชีวิตไปแล้ว 4 คน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย สามารถจับกุม นายโยซูวา พระพร อายุ 25 ปี ได้พร้อมของกลางเป็นไฟแช็ก 5 อัน เทียนไข 1 ห่อ น้ำมัน 1 ขวด และกระเป๋าเป้ 1 ใบ หลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บ.สันป่าข่า หมู่ 9 ต.แม่สาว อ.แม่อาย แล้วพบเห็นบุคคลดังกล่าวขณะกำลังราดน้ำมันและจุดไฟเผาป่า ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า ทำไปเพราะความคึกคะนอง และทำมาแล้วหลายครั้ง

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ โดยหลังจากนี้จะสอบสวนขยายผลต่อไป และเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา เผาป่า อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 เผาป่า ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (1) กระทำหรือละเว้นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญเสียแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97

อ้างอิงจาก: https://www.xn--42c2dgos8bxc2dtcg.com/233284/
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”


