หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นายกฯ แถลงการณ์ เคอร์ฟิว ทั่วประเทศ ลั่น เราทุกคนต้องปรับตัว…เพื่อความอยู่รอด


เขียนโดย

พี่น้องประชาชนทุกท่านครับ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) ขอรายงานความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินของศูนย์ฯ ดังนี้

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข นับว่าสำคัญที่สุดต่อสุขภาพของพวกเราทุกคนโดยเน้นมาตรการ “เว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing และรณรงค์ให้ทุกคน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” รวมทั้งปฏิบัติตนตามคำแนะนำของหมอ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ต้องได้รับความเร่งด่วนในการสนับสนุนหน้ากากอนามัย เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างทันกาล และทั่วถึงโรงพยาบาล ในทุกพื้นที่ ผมถือว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ต้องมีระบบการกระจายที่มีประสิทธิภาพ ขาดแคลนไม่ได้ซึ่งผมจะติดตามด้วยตัวเอง เพื่อให้ทีมหมอและพยาบาล ที่เปรียบเสมือน “นักรบที่อยู่แนวหน้า” คอยต่อสู้และสกัดกั้นข้าศึกที่มองไม่เห็น ด้วยความเสียสละและอดทน ผมในฐานะ “แม่ทัพ” จะไม่ยอมให้กำลังหลักของเรา ต้องต่อสู้ภายใต้ความขาดแคลนไม่ได้ อย่างเด็ดขาด และต้องมีขวัญ – กำลังใจที่เข้มแข็ง อยู่เสมอเพื่อมีพลังเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ ให้ได้

ผมขอยืนยันว่า เรามี “ยา” ที่จำเป็นในการรักษาอย่างเพียงพอ และมีแผนการจัดหาเพิ่มเติมจากต่างประเทศเพื่อเตรียมพร้อม สำหรับสถานการณ์ที่อาจลุกลามได้ นอกจากนั้น เรายังมีความพร้อมในเรื่อง “เตียง” สำหรับผู้ป่วย โดยสามารถเพิ่มศักยภาพจากโรงพยาบาลทุกสังกัด หอพัก และโรงแรม ให้พร้อมรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มขึ้น ขอให้เชื่อมั่นว่า “ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด” ทุกคน จะมีเตียงและยา ในการดูแลรักษาอาการป่วย ตามมาตรฐานสากล ทุกประการ นอกจากนี้ ผู้ป่วยด้วยโรคนี้ รัฐบาลถือว่าเป็น “ผู้ป่วยฉุกเฉิน” ดังนั้น จะมี 3 กองทุน (กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนรักษาพยาบาลประกันสังคม และกองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการข้าราชการ) มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้

ด้านป้องกันและช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการรักษาความมั่นคงเรายึดหลัก “สุขภาพนำเสรีภาพ” โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ จำกัดการเดินทาง– การเคลื่อนย้ายคน และจำกัดการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาดต่างๆ/ โดยแต่ละพื้นที่ จะออกมาตรการที่เข้มงวด สอดคล้องตามสถานการณ์ และคำแนะนำทางการแพทย์ ปัจจุบัน บางจังหวัดได้ยกระดับมาตรการทางการปกครอง เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดร้านค้า และเวลาออกจากบ้าน (Curfew) เพิ่มเติมแล้ว เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดให้ได้ ได้แก่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และภูเก็ต เป็นต้น

ซึ่งจะต้องเอาจริงเอาจัง เราอาจจะรู้สึกไม่สะดวกสบายเหมือนปกติบ้าง แต่เราทุกคนต้อง “ปรับตัว…เพื่อความอยู่รอด”ต้องมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เราจึงจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ผมได้เตรียมพร้อมจะประกาศข้อกำหนด ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน หรือ “เคอร์ฟิว” ตั้งแต่เวลา 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ทั่วราชอาณาจักร เว้นผู้ที่มีเหตุจำเป็น เช่น การไปพบแพทย์ – ไปทำงานในโรงพยาบาล, การขนส่งสินค้าที่จำเป็นเพื่ออุปโภคบริโภค หรือมีธุระจำเป็นอย่างยิ่ง โดยให้ขออนุญาติจากเจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาห้วงเวลา ว่าจะเริ่มวันไหน ซึ่งขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้า อาหาร เพราะท่านยังสามารถออกมาซื้อหาข้ามของในช่วงกลางวันได้ตามปกติ แต่ต้องเคร่งครัดในเรื่อง “ระยะห่างทางสังคม” ด้วยนะครับ

ด้านการควบคุมสินค้าผมได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสินค้า โดยขอย้ำว่า ผมจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดกักตุน หรือฉวยโอกาส หรือแสวงหาผลประโยชน์ซ้ำเติมความทุกข์ยากของคนไทยด้วยกันในยามนี้ ที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนหาต้นตอของปัญหาตลอดสายการผลิต ตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง โดยสามารถจับกุมและเอาผิดผู้กระทำผิดไปแล้วหลายราย ซึ่งจะต้องรับโทษอย่างรุนแรง ทั้งนี้ การกักตุนสินค้ามีอัตราโทษสูง จำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ “สายด่วน บก.ปคบ. 1135”

สำหรับด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจรัฐบาลได้ออกมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ อาทิ เงินช่วยเหลือ5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนสำหรับลูกจ้างรายวัน – อาชีพอิสระ – แรงงานนอกระบบ 9 ล้านคน การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าและการใช้น้ำ รวมทั้งลดค่าน้ำ – ค่าไฟ3 เดือน สำหรับทุกครัวเรือน ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเงินผ่อนบ้าน – ผ่อนรถ, ขยายเวลาชำระตั๋วจำนำ และลดอัตราขั้นต่ำจ่ายหนี้บัตรเครดิต สำหรับประชาชนทั่วไป / รวมทั้งแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมด้วยที่ลดการจ่ายเงินสมทบเหลือ 1% และขยายเวลาให้ 3 เดือน ส่วนผู้ประกอบการและSME รัฐบาลก็จะ

ช่วยคืนสภาพคล่อง – ลดภาระค่าใช้จ่าย – บริหารหนี้เดิมไม่ให้เป็น NPL ด้วยมาตรการด้านภาษีและการเงิน อีกหลายมาตรการ เพื่อทำให้ทุกคน ทุกฝ่าย มั่นใจได้ว่า “เราไม่ทิ้งกัน”
ด้านการต่างประเทศ โดย ศบค. ได้ตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ โดยมีการยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เติมเข้ามาอีก ขอยืนยันชาวต่างประเทศ ไม่ได้เดินทางเข้ามาแล้ว ตั้งแต่ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไป เว้นแต่เป็นผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนด เช่น คณะทูต หรือผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานในไทย หรือลูกเรือที่มากับเที่ยวบินนั้นๆ สำหรับคนไทยในต่างแดน เราก็จะไม่ทอดทิ้งลูกหลาน – ญาติพี่น้องของเราเหล่านั้นเราได้หาทางแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใดในโลก จะได้รับการดูแล หากต้องการกลับเมืองไทย ก็จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง การกักตัว และการเฝ้าระวัง อย่างเหมาะสม

สิ่งสำคัญอีกประการ คือ ด้านการสื่อสารในสภาวะวิกฤตเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ และผู้ปฏิบัติงานมีความชัดเจน ไม่สับสน หรือสร้างความขัดแย้ง ศบค.จัดให้มีระบบการสื่อสารที่เป็น “เอกภาพ”ไปในทิศทางเดียวกัน หรือ Single Voice โดยจะมีการแถลงข่าวที่ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศในทุกช่องทางเป็นประจำ “ทุกวัน” หลังการประชุมในช่วงเช้าโดยโฆษกศูนย์ และผู้รับผิดชอบโดยตรง “เท่านั้น” งดเว้นและหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่ไม่ได้รับมอบหมาย หรือเกี่ยวข้องกับมาตรการต่างๆของศูนย์ ผมขอให้สื่อมวลชนทุกสำนัก รวมถึงสื่อโซเชียล ใช้ความระมัดระวังในการสื่อสาร โดยขอให้ใช้ข้อมูลจากศูนย์นี้ เท่านั้น ห้ามการสื่อสารที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความเข้าใจผิดหรือบิดเบือนข้อมูล รวมถึงผู้ที่สร้างข่าวปลอม หรือ Fake News และการส่งต่อข่าวปลอม ทั้งที่ไม่เจตนา หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่มีผลต่อความมั่นคง ก็จะมีโทษตามพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้อย่างหนัก ดังนั้น เราจะต้องงดการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือไม่มั่นใจ เราควรส่งต่อข้อมูลที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ อาทิ ตัวอย่างการปฏิบัติตนตามนโยบายของภาครัฐ กิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น

ความประทับใจ ท่ามกลางวิกฤตนี้ ผมและรัฐบาล ได้ระดมผู้มีความสามารถ คนเก่งจิตอาสา จากวงการต่างๆ ทั้งด้านสาธารณสุข เทคโนโลยี การสื่อสาร และภาคธุรกิจอื่นๆ มาร่วมหารือ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา อย่างรอบด้าน ผมขอขอบคุณ “จิตอาสา” ทุกท่าน ที่ไม่นิ่งดูดาย รวมพลังความรัก

– ความสามัคคี ร่วมกันทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งการร่วมบริจาคเงิน สิ่งของ อาหาร และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หลายคนเริ่มจากสิ่งง่ายๆ เช่น การเขียนข้อความ ทำคลิป หรือทำป้าย ให้กำลังใจกันและกัน “น้ำใจไทย” เช่นนี้เอง จะช่วยให้ประเทศไทยของเรา รอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้

ผลการดำเนินการตามมาตรการต่างๆข้างต้นอย่างเคร่งครัด ทำให้สถานการณ์ขณะนี้ อยู่ในระดับที่ยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ คือมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวัน เฉลี่ยแล้วอยู่ในอัตราไม่ถึง 20% ไม่สูงถึง 33% ที่เป็นระดับของประเทศมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ทั้งนี้ เป้าหมายร่วมกันของเรา คือ การขจัดโรคภัยและเชื้อร้ายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด และทุกคนปลอดภัย ดังนั้น เราจะต้องไม่ประมาท เราจะต้องไม่ปล่อยให้มี “ผู้ป่วย– ผู้ติดเชื้อรายใหม่” และทำให้ตัวเลขลดลงจนเป็น “ศูนย์” ให้ได้ เราจะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างไม่ลดละต้องบังคับใช้มาตรการต่างๆอย่างเข้มงวด อย่างต่อเนื่อง หากจำเป็น ก็จะต้องยกระดับใน “บางพื้นที่” ตามเหตุผลทางการแพทย์ ผมขอย้ำว่า ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือปฏิบัติตนตามมาตรการแยกตัวอยู่บ้านเพื่อลดภาระของทีมแพทย์และพยาบาลที่เสียสละต่อสู้กันมานานหลายเดือน หาก “แนวหน้าเข้มแข็ง” และ “แนวหลังเข้มงวด” ประเทศไทยก็จะชนะศึกครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน และทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านทั่วประเทศ ที่อดทน เสียสละ ทุ่มเทแรงกาย-แรงใจ ในการดูแล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ด้วยความเสี่ยงภัยและความยากลำบาก ขอให้ท่านรับรู้ว่า ทุกท่านเป็นบุคคลสำคัญในใจผม และคนไทยทุกคน และผมขอให้ทุกคนมั่นใจว่า ผมจะทำทุกทาง เพื่อที่จะนำพาประเทศของเรา ก้าวข้ามเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปให้ได้ อย่างมีสวัสดิภาพ อย่างพร้อมเพรียงกัน ขอให้พวกเรา…สู้!! ไปด้วยกันครับ!!ประเทศไทยต้องชนะ

โพสท์โดย: มีข่าวทุกวัน
อ้างอิงจาก: https://www.xn--42c2dgos8bxc2dtcg.com/230218/?utm_source=category&utm_medium=internal_referral
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
มีข่าวทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 37 ครั้ง
เขียนโดย มีข่าวทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งสถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลกสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวม 10 ที่เที่ยวฮ่องกงสวยๆในปี 2026ชายจีนพบหินลายแพนด้าที่ชายหาดโดยบังเอิญร้อนนี้มีทางแก้ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด"นิโคลัส มาดูโร" เขาคือใคร? : จากคนขับรถประจำทางสู่เส้นทางแห่งอำนาจสายแซ่บนัวเตรียมจ่ายเพิ่ม วัตถุดิบส้มตำแพงขึ้น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
โชว์กระติกน้ำ! ‘วราวุธ’ รับ ‘เม็ดพลาสติก’ ราคาพุ่ง จากผลกระทบตะวันออกกลาง ย้ำ ยังไม่มีการควบคุมปริมาณ-ราคา รณรงค์ลดใช้พลาสติกศึกสายเลือดผู้นำ! ฮันเตอร์ ไบเดน ท้าดวลกำปั้นลูกชายทรัมป์ บนสังเวียนมวยกรงเขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนูบริษัทท่องเที่ยว “รถราง” ในเขมร เตรียมปิดกิจการ หลังปิดด่าน-น้ำมันแพง กระทบท่องเที่ยวหนัก ลูกค้าหลักจากไทยหาย
ตั้งกระทู้ใหม่