เครือข่าย ปชช.ฯ ออกแถลงการณ์ ให้รัฐบาลประกาศ โควิด-19 ไทยเข้าระยะ 3 พร้อมปิดประเทศ 21 วัน
ในเพจ BIOTHAI โพสต์ข้อความระบุว่า แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนเพื่อลดการระบาดของเชื้อ COVID-19 ให้รัฐประกาศสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19เป็นระยะที่ 3 พร้อมดำเนินการปิดประเทศ ปิดเมือง ปิดบ้าน และประกาศภาวะฉุกเฉิน เป็นเวลา 3 สัปดาห์
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 212 คน เสียชีวิต 1 คน เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค 7,546 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น.) โดยที่ปรากฎตามข้อเท็จจริงว่าพบการแพร่ระบาดไปทั่วทุกภูมิภาคของไทย ไม่จำกัดอยู่เพียงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศที่ไม่สามารถระบุต้นตอของการติดเชื้อได้อย่างชัดเจน รวมทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ไม่ได้มารักษาในทันทีตั้งแต่วันแรกที่มีอาการป่วย ทั้งยังไม่มีพฤติกรรมการป้องกันการแพร่เชื้อที่เหมาะสม และมาตรการของรัฐมีความล่าช้า ไม่ทันการณ์ อีกทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรทางการแพทย์อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความเสี่ยงสูงมากกว่าบุคลากรทางการแพทย์ อาจติดเชื้อ COVID-19 ทั้งจากการตรวจผู้ป่วยโดยตรง หรือขั้นตอนการให้การรักษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เครื่องดูดเสมหะในผู้ป่วยหนัก อาจแปลงสภาพการติดเชื้อจากสภาพเสมหะของเหลวกลายเป็นการติดเชื้อในละอองอากาศในโรงพยาบาลนั้น
เครือข่ายประชาชนเพื่อลดการระบาดของเชื้อ COVID-19 มีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง จึงขอเรียกร้องมาตรการปิดประเทศ ปิดเมือง ปิดบ้าน และประกาศภาวะฉุกเฉินระยะสั้น เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อหยุดการแพร่กระจายของโรค และทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด รวมทั้งหยุดยั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะทอดเวลาออกไปนานขึ้น หากไม่มีมาตรการที่เข้มข้น เพียงพอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ประกาศรับรองให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เข้าสู่ระยะที่ 3 เพื่อให้รัฐมีหน้าที่ในการป้องกัน ตรวจคัดกรอง กักบริเวณ และรักษาพยาบาล รวมถึงการจัดงบประมาณเพื่อชดเชยการหยุดงานหรือการปิดกิจการชั่วคราวเพื่อหยุดการแพร่กระจายโรค
- ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมไม่ให้มีการรวมตัวกันของประชาชนเกินกว่า 5 คน เป็นเวลา 3 สัปดาห์
- ให้ดำเนินการสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ทุกหน่วยงาน ทุกกรมกอง ให้พร้อมรองรับการดูแลการแพร่ระบาดในระยะที่ 3 ของเชื้อ COVID-19 อย่างเป็นรูปธรรม
- สิทธิในการป้องกันโรค การคัดกรอง การรักษาพยาบาลให้เป็นสิทธิของประชาชนที่เท่าเทียมกัน โดยหากเป็นกลุ่มเสี่ยงสามารถได้รับการคัดกรองฟรีทั้งของรัฐและเอกชน ส่วนการรักษาพยาบาลให้เป็นไปตามสิทธิของแต่ละคนที่รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายโดยตรงให้สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน
- ให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศมาตรการกำกับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน โดยให้โรงพยาบาลเอกชนคิดค่ารักษาพยาบาลกรณี COVID-19 เท่ากับการรักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉินสีแดง อันหมายถึงค่ารักษาพยาบาลที่รัฐเป็นผู้กำหนดราคาให้โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บ โดยรัฐสนับสนุนให้บุคลากรของภาคเอกชนได้สิทธิอื่น ๆ เท่าเทียมโรงพยาบาลของรัฐในการดูแลผู้ป่วย COVID-19
- ลดการเคลื่อนที่ของประชาชนเพื่อระงับการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 เป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดย
1) ห้ามการเดินทางเข้าและออกจากประเทศเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อกันการแพร่ระบาดของโรค
2) สนับสนุนการประกาศของรัฐบาลที่ได้ปิดสถานศึกษา สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ สถานออกกำลังกาย รวมทั้งสถานบริการอื่นใดที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน ทั้งนี้ยกเว้น ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านขายยา และบริการส่งของ หรืออาหารหรือสินค้าที่จำเป็น โดยมีมาตรฐานและควบคุมความสะอาดของสินค้าและผู้ส่งสินค้า ส่วนร้านอาหารต้องกำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้เข้มงวด ให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลที่เข้ามาใช้บริการตามมาตรฐานเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
3) ขอให้ประกาศปิดส่วนราชการ ยกเว้นงานหรือบริการที่มีความจำเป็นสาธารณะและไม่สามารถทำจากที่บ้านได้ เช่น แพทย์/ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ และขอความร่วมมือสำนักงาน บริษัท ห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า โรงงาน และผู้ผลิตต่าง ๆ ทั้งหมดหยุดกิจการเป็นการชั่วคราว โดยรัฐบาลจัดให้มีมาตรการทางการเงิน งบประมาณ เงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ หรือการลดหย่อนภาษี เพื่อให้ความช่วยเหลือกับบริษัท และผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ลดการจ้างงาน พร้อมจัดสรรงบประมาณของรัฐใหม่ที่ไม่จำเป็น รวมทั้งงบประมาณที่เตรียมการเพื่อจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น มาสนับสนุน
4) ขอความร่วมมือประชาชนงดการเคลื่อนที่ โดยให้อยู่กับบ้านหรือทำงานที่บ้าน ยกเว้นเมื่อมีปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลรักษา หรือออกไปทำธุระที่เกี่ยวข้องกับความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ให้เดินทางน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
- มาตรการของรัฐและการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด ต้องดำเนินการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้ต่ำให้สามารถสำรองอาหารในระหว่างการประกาศนี้ รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรรมและโครงการที่เพิ่มการสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนทั้งในเขตเมืองและชนบท เช่น การปลูกผักในเมือง และการเกษตรแบบผสมผสาน เป็นต้น
- สำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อกักตนอยู่ที่บ้าน เพื่อช่วยกันรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว ในการฝ่าวิกฤติของชาติและของโลกร่วมกันครั้งนี้ หากมีผู้ป่วยเกิดขึ้นในบ้าน ขอให้กักบริเวณเป็นห้องต่างหากโดยเฉพาะ ถ้ายังไม่มีอาการรุนแรงใด ๆ เพื่อป้องกันการระบาดเพิ่มเติมสู่บุคคลอื่น เนื่องจากโรคนี้ไม่จำเป็นต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทุกรายเสมอไป เพราะผู้ป่วยสามารถหายป่วยเองได้ ดังนั้นโรงพยาบาลควรให้บริการเฉพาะผู้ป่วยหนักเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงการระบาดในโรงพยาบาล ส่งเสริมบทบาทของชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สนับสนุนครอบครัวใดที่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่กักตัวตนเอง โดยให้หน่วยงานและกลไกของรัฐที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน
- รัฐมีหน้าที่จัดสรรหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้เพียงพอสำหรับสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทุกครัวเรือน ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เคยแถลงให้คำมั่นต่อประชาชน
การจะหยุดโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมเพรียงของพี่น้องประชาชนด้วยมาตรการแรงในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น จึงจะสามารถหยุดโรคระบาดนี้ได้ เครือข่ายประชาชนเพื่อลดการระบาดของเชื้อ COVID-19 ขอให้กำลังใจและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการสนับสนุนแนวทางดังกล่าว เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายในขณะนี้ให้เข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็วที่สุด
หน่วยงาน องค์กร และบุคคลที่สนับสนุน
- กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ
- ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน
- คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
- เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
- เครือข่ายชุมชนผู้เดือดร้อนจากการสร้างอาคารผิดกฎหมาย
- เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน
- เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน
- เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม
- เครือข่ายผู้บริโภคภาคเหนือ
- เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต
- เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่
- เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์
- เครือข่ายศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน เขต 1 เชียงใหม่
- เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม
- เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้
- มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
- มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
- มูลนิธิคนตัวดี
- มูลนิธิชีววิถี
- มูลนิธิบูรณะนิเวศ
- มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
- มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา
- มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน
- มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
- มูลนิธิสุขภาพไทย
- มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.จันทบุรี
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.จันทบุรี (ประเด็นเกษตร)
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.ฉะเชิงเทรา
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.ฉะเชิงเทรา (ประเด็นเกษตรกร)
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.ฉะเชิงเทรา (ประเด็นคนพิการ)
- ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภค จ.ตราด (ประเด็นผู้ติดเชื้อ)
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.สมุทรปราการ (ประเด็นเกษตร)
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.สมุทรปราการ (ประเด็นเด็กและเยาวชน)
- ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.สระแก้ว
- สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
- สถาบันแพทย์บูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต
- สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
- สมาคมคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคตะวันออก
- สมาคมผู้บริโภคร้อยเอ็ด
- สมาคมผู้บริโภคสงขลา
- สมาคมผู้บริโภคสุราษฎร์ธานี
- สมาคมส่งเสริมภาคประชาสังคม
- ภญ.ศิริพร. จิตรประสิทธิศิริ
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้คนไทยตื่นตัวซื้อประกันประกันภัยโควิด โดยเฉพาะแบบ”เจอ จ่าย จบ” จ่ายเบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักแสนทันที เมื่อตรวจพบการติดเชื้อ โดยเฉพาะการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ จนทำให้ช่องทางการซื้อออนไลน์หลายบริษัทล่ม เช่น บริษัทเมืองไทยประกันภัย และ ทีคิวเอ็ม เป็นต้น
โดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) แจ้งผ่านทางเฟซบุ๊คเมืองไทยประกันภัย ว่า “ประกันไวรัสโคโรนา (โควิด-19)” มีผู้สนใจซื้อกรมธรรม์เป็นจำนวนมาก จนครบจำนวนตามที่บริษัทกำหนดไว้ โดยจะมีผลสิ้นสุด ณ วันที่ 17 มี.ค. 2563 เวลา 20.00 น. และพร้อมออกประกันภัยรูปแบบใหม่“ประกันภัยไวรัสโคโรนา ตัวต่อเนื่อง “ โดยจะเริ่มมีผล ณ วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 08.30 น.
รายข่าวจากบริษัทเมืองไทยประกันภัย แจ้งว่า วานนี้ (17 มี.ค.) มีลูกค้าทะลักเข้ามาซื้อประกันจำนวนมาก 100 รายต่อชั่วโมงผ่านทีมเฉพาะกิจ และคอลเซ็นเตอร์ ทำให้ประกันแบบเจอจ่ายจบเข้าเป้าหมาย หลังจากนี้จะออก 2 แผนใหม่ แบบเจอจ่ายจบ 1แผน ความคุ้มครองไม่สูงมากเท่าเดิม และอีกแผนแบบรองรับค่ารักษาพยาบาล ความคุ้มครองสูง
นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ภาพรวมประกันโควิด-19 แบบเจอจ่ายจบ น่าจะถึงจุดที่บริษัทประกันแต่ละแห่งต้องควบคุมความเสี่ยงภัยสะสมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในส่วนที่ขายผ่านช่องทางทีคิวเอ็ม ผลตอบรับดีมาก ทะลุเป้าหมายแล้ว มียอดขายราว 5 แสนกรมธรรม์ จากตั้งไว้ที่3 แสนกรมธรรม์ บริษัทอยู่ระหว่างกำลังพิจารณา ออกประกันรูปแบบใหม่ มีเงื่อนไขคุมความเสี่ยง เช่น มีระยะเวลารอคอย14วัน ไม่เป็นผู้เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หรือ ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
นายอรัญ ศรีว่องไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนแบบประกันเจอจ่ายจบ ซึ่งอาจยกเลิกการขาย เพราะด้วยค่ารักษาพยาบาลของโควิด-19 ที่สูงมาก ทำให้แผนประกันในลักษณะนี้อาจจะไม่เพียงพอ พร้อมกับปรับแผนออกประกันโควิดรูปแบบใหม่ ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น แต่เบี้ยก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันยอดขายประกันโควิด เป็นแบบเจอจ่ายจบ มียอดขาย20,000กรมธรรม์ ซึ่งยังมีประกันภัยต่อที่เพียงพอ แต่หากมีการยกระดับสถานการณ์ความรุนแรงของการแพร่ระบาดดังกล่าวจะทบทวนรายวัน
นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกกรรมการผู้จัดการบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกประกันโควิดชีลด์ ตั้งแต่ต้น 27 ก.พ. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า ตลาดตอบรับดีมาก10,000กรมธรรม์ เพิ่มเป็น30,000กรมธรรม์ใน2สัปดาห์
นางณาตยา สุขุม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ร่วมพัฒนาประกัน COVID-19 กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีผู้สนใจซื้อประกัน COVID-19 ผ่านช่องทางสาขามากกว่า 100,000 กรมธรรม์ ทั้งที่เปิดจำหน่ายมาได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น สามารถตอบโจทย์ได้ถึง 2 แบบประกันด้วยกัน ได้แก่ COVID-19 Care เน้นค่ารักษาพยาบาลและให้ความคุ้มครองเมื่อเข้าสู่ระยะโคม่า และ COVID-19 Plus เจอ จ่ายเงินก้อนเมื่อตรวจพบเชื้อไวรัส COVID-19
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
บ่อน้ำมันบนบกของไทย ที่ขุดเจาะน้ำมันดิบได้ปริมาณมากที่สุด
หลีเป๊ะ-ลังกาวีสะเทือน! ค่าเรือสปีดโบ๊ตพุ่งแตะ 1,400 บาท รับพิษน้ำมันแพงสุดในรอบ 24 ปี นักท่องเที่ยวอ่วมรับสงกรานต์
ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้ว
ฮีทสโตรกในสัตว์เลี้ยง ภัยร้ายใกล้ตัวที่เจ้าของห้ามมองข้าม
5 ประเทศ ที่ผู้หญิงเกิดมาสบายที่สุด
เปิดที่มาชื่อจังหวัดไทย ซ่อนความหมาย สัตว์ ชนิดไหนไว้บ้าง
"ฮุนเซน" โปรโมต "เกาะโรง" ของกัมพูชา..คนไทยถึงกับเอ๊ะ! สโลแกนนี้ทำไมคุ้นๆ
หลีเป๊ะ-ลังกาวีสะเทือน! ค่าเรือสปีดโบ๊ตพุ่งแตะ 1,400 บาท รับพิษน้ำมันแพงสุดในรอบ 24 ปี นักท่องเที่ยวอ่วมรับสงกรานต์
สงกรานต์นี้ดังกระหึ่มแน่! "Bad Angle" เพลงใหม่ "ลิซ่า"..มันส์ทะลุปรอทแตก!!
เลขเด็ดงวดวันที่ 16 เมษายน 2569 อ.สุ