หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้หรือไม่? หนึ่งในปัจจัยสงครามที่ทำให้อังกฤษชนะสงคราม คือ ชา!!


โพสท์โดย

รู้หรือไม่? หนึ่งในปัจจัยสงครามที่ทำให้อังกฤษชนะสงคราม คือ ชา!!

ในช่วงขณะที่จักรวรรดิอังกฤษนั้น พ่ายแพ้ต่อเยอรมนี และ ญี่ป่นุในช่วงต้นสงคราม อังกฤษได้สูญเสียเส้นทางการปกครองในเอเชียเกือบจะสมบูรณ์ และความพ่ายแพ้ที่ดันเคิร์ก และ การล่มสลายของป้อมปราการในสิงคโปร์ ทำให้อังกฤษนั้นอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าเกือบจะถังแตก! คลังสำรองของพวกเขาไกล้จะหมดลง การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งแอตแลนติกทำได้ยากยิ่ง เพราะภัยคุกคามของ U-Boat ของเยอรมัน และ สหรัฐฯปิดเส้นทางพาณิชย์ หลังจากการโจมตีใน Pearl Harbor

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าชานั้น เป็นเครื่องดื่มที่กลายมาเป็นวัฒนธรรมของอังกฤษ นับตั้งแต่มีการนำเข้ามาสู่จักรวรรดินับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดยชานั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อันสำคัญไม่ว่าจะทั้งในแง่ของสังคม, การเมือง และ สถานะทางเศรษฐกิจอันสำคัญยิ่งของจักรวรรดิอังกฤษ และยังมีบทบาทสำคัญในแง่ของวัฒนธรรม ค่านิยม ของชาวอังกฤษ

หลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมชาอังกฤษที่นำเข้ามาจากอาณานิคมต่างๆทั่วโลก ได้กลายมาเป็นสิ่งที่ค้ำจุนเศรษฐกิจชาติ และ กำไรของโรงงานต่างๆ รวมไปถึงการสร้างงานให้กับแรงงานทั่วทุกมุมจักรวรรดิ สร้างจักรวรรดิเป็นปึกแผ่น เป็นสังคมสมัยใหม่ และ สร้างรากฐานอันสำคัญของชนชาติอังกฤษมาจวบจนทุกวันนี้ ชานั้นยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และ ยังถือว่าเป็นจิตวิญญาณ และ อัตลักษณ์ที่สำคัญยิ่งของชาวอังกฤษ

แรกเริ่มนั้น ชาถูกพูดถึงในปูมเรือของเยียมบาติสต้า รามูสิโอ ในปี 1559 โดยพูดถึง "เครื่องดื่มชาแห่งประเทศจีน" (chàh-ฉ๋า หรือ ชานั่นเอง) หลังจากได้เดินทางไปยังเมืองจีน และต่อมาก็มีบันทึกของ East India Company ในปี 1615 ซึ่งพูดถึงการค้นพบชาเขียวในประเทศญี่ปุ่น จนปี 1660 เมื่อการค้าอย่างจริงจังเริ่มขึ้น ก็ได้มีการจัดตั้ง Coffeehouses of London และมีการจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวที่นำเข้าจากจีน ก่อนการปฏิรูปสจวร์ตไม่นาน (Stuart Restoration)

แต่เดิมนั้น ชา เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ใช้เพื่อรักษาอาการปวดหัว, หวัด, วิงเวียน, หอบหืด, มือไม้สั่น ไปจนถึงเป็นยาอายุวัฒนะ ( Nikolas Dirx, Observationes Medicae, 1641, Thomas Garway 1660)

ในศตวรรษที่ 17 ชากลายมาเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นสูง โดยเฉพาะกับข้าราชบริพารหญิงในราชสำนัก ในขณะที่กาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นล่างและชนชั้นแรงงาน (Ellis, Coulton & Maugner 2015) จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 18 จึงมีการกระจายไปไปยังชนชั้นกลาง แต่ยังไม่ไปถึงยังชนชั้นล่างเพราะราคาของชานั้นขึ้นลงอย่างคาดเดาไม่ได้ ด้วยการนำเข้าในปริมาณที่กำหนด และ มูลค่าภาษีต่างๆของราชสำนัก จนมีการกล่าวว่า "ใบชาเพียงหนึ่งปอนด์ มีค่ายิ่งกว่าเพชรยอดมงกุฎเสียอีก"

เมื่อถึงกลางศตวรรษที่ 18 การเพิ่มการนำเข้าของชาอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างปี 1720-1750 ราคาชาจึงตกลงมาคงที่ และกลายมาเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้ชนชาติอังกฤษเข้าถึงชาในทุกระดับชนชั้นในเวลาต่อมา โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 19

อย่างไรก็ดี เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้นดังที่ได้กล่าวไว้ในย่อหน้าแรก สงครามโลกครั้งที่สองนั้น แตกต่างกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่รบกับบนเพียงทวีปเดียวโดยสิ้นเชิง ยุทธพาหนะต่างๆสามารถปิดกั้นเส้นทางพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะทางเรือ และนั่นทำให้ขวัญกำลังใจของชาวอังกฤษลดลงอย่างน่าใจหาย

ในบันทึกปี 1942, รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจครั้งที่แปลกประหลาดที่สุด นั่นคือ พวกเขาได้ตัดสินใจซื้อชา "ทุกประเภท" เท่าที่มีบนโลกใบนี้ (ยกเว้นจากญี่ปุ่่น) ไม่ว่าจะมาหรือน้อยแค่ไหน หรือ แม้มีเพียงปอนด์เดียวก็ตาม!! (GW Keen, 2016)

ปริมาณชาที่จักรวรรดิอังกฤษจัดซื้อนั้น มีปริมาณมหาศาลถึงขั้นเทียบเท่ามูลค่าของกระสุนปืนประจำกาย, กระสุนปืนใหญ่, ระเบิด ที่ใช้ตลอดสงครามเลยทีเดียว

ฝ่ายนาซีเยอรมันนั้นรู้ดีว่า ชา มีผลต่อขวัญกำลังใจของชาวอังกฤษเพียงใด หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่ตกเป็นเป้าโจมตีเมื่อครั้ง Operation Sea Lion คือการถล่ม Mincing Lane หรือ "ถนนแห่งชา" ในลอนดอนด้วย

นักประวัติศาสตร์ให้ความเห็นว่า ชา เป็นอาวุธชนิดหนึ่งของอังกฤษ และเป็นสัญลักษณือันสำคัญในการแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในชาติผ่านประวัติศาสตร์การค้าอันยาวนานของจักรวรรดิ

ชาเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังทั้งในแง่จิตวิญญาณ และ ในทางกายภาพ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล ถึงกับเคยกล่าวว่า "ชานั้นสำคัญยยิ่งกว่ากระสุน" และออกคำสั่งว่า เรือทุกลำต้องไม่ขาดใบชา

ชาสร้างขวัญกำลังใจ ไม่เพียงแต่กับชาวอังกฤษเท่านั้น หลังปี 1942 บันทึกกองทัพอากาศอังกฤษระบุว่า อากาศยานทิ้งระเบิดของอังกฤษทิ้งกล่องบรรจุชากว่า 75,000กล่อง ลงไปยังเนเธอร์แลนด์ โดยในกล่องนั้นมีข้อความว่า "เนเธอร์แลนด์จะผงาดอีกครั้ง จงยืดอกอย่างภูมิในเถิด" ทุกๆกล่องกาชาดกว่า 20ล้านกล่องนั้น จะมีชาTwining ปริมาณอย่างน้อยควอเตอร์ปอนด์เสมอ

ชา เป็นอาวุธของอังกฤษได้อย่างไร?

ชานั้นไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ ชานั้นมีพลังมหาศาลในการแสดงถึงความสงบ และ ผ่อนคลาย แม้อยู่กลางสมรภูมิที่อันตราย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทหารทุกคนควรมี ชานั้นเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยปลอบใจจากความอบอุ่น ลดช่องหว่างระหว่างบุคคล ในสถานพยาบาลหลายแห่ง พยาบาลจะเสิร์ฟชาให้กับทุกคน สร้างความอบอุ่นในกลุ่มผู้หลบภัย, ผู้บาดเจ็บ นำคนแปลกหน้าเข้่ามาเป็นมิตรกัน และ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

สำหรับทหาร ชานั้นเป็นหนึ่งในเรชั่น หรือ เสบียงพื้นฐานบรรจุมากในกล่องดีบุกกันน้ำ พร้อมครีมเทียม และน้ำตาล

ชาของทหารอังกฤษมักจะเป็นชาที่มีกลิ่นฉุนและรสชาติค่อนข้างแรงกว่าชาที่แจกในเรชั่นปันส่วนของพลเรือน โดยมากมาจากแคว้นอัสสัม หรือ ซีลอน ในอินเดีย, แอฟริกา หรือ จากจีน

น้ำตาล และ คาเฟอีน ช่วยสร้างความสดชื่น และอารมร์ที่ดีขึ้นแก่ทหารในแนวหน้า อีกทั้งยังช่วยปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำด้วย

ในปี 2014 ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ให้สัมภาษณ์ในบทความ UK Daily Tea ว่า

"เมื่อคุณเปียก, หนาว และ สิ้นหวัง แต่คุณอยากจะฮึกสู้อีกครั้งแม้ล้าไกล้ตายเต็มทีจากความเหนื่อยอ่อน...คุณอาจจะเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน ตัวเหม็นโฉ่ จากการไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจจะทั้งหนาว ทั้งเหนื่อยหมดแรงเต็มที..แต่ชาแก้วร้อนๆแก้วนั้น เหมือนจะช่วยขจัดความรู้สึกเหล่านั้นไปได้...เพื่อทหารเริ่มเล่นมุขในวงดื่มชา ขวัญและกำลังใจของเราก็เริ่มมา ช่างเป็นการกระทำที่เรียบง่ายเหลือเกิน เพียงแค่เราแบ่งปันชาในเหยือกร่วมกันกับสหายศึก ซึ่งก็สภาพย่ำแย่พอๆกับเรา....มันช่างเยี่ยมเหลือเกิน"

1942 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ อังกฤษเริ่มชนะสงคราม....และชามีส่วนช่วยจริงๆ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
David Jew's profile
โพสท์โดย David Jew
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: zerotype, Endymion, K K
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดไหน “ร้อนนานที่สุดในไทย” ไม่ใช่แค่ร้อนแรง แต่ร้อนยาวทั้งปีจังหวัดเดียวในไทย ที่ ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมเลยแม้แต่แห่งเดียว10 จังหวัดที่ “อากาศร้อนที่สุดในไทย” ร้อนจนอยู่ยากแค่ไหนจังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียว10 อาชีพที่ AI กำลังแทนที่เร็วที่สุดในไทย (มีของคุณไหม)อาจารย์ออร่า มหารานี แนวทางมหาเศรษฐีงวด 1 เม.ย. 69 กับทักษาโหรรานีคอหวยจับตา เจ้าพ่อปากแดง เผยเลขเด่นงวด 1 เม.ย. 69จังหวัดที่ “สูงที่สุดในไทย” คนละโลกกับสมุทรสงคราม5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 เม.ย. 69 จากสถิติย้อนหลัง 20 ปีเลขเด็ด เจ้าแม่ตะเคียน แนวทางรวยงวด 1 เม.ย. 69คิดได้ยังไง อยากสร้างภูเขาบนตึก เรื่องเหมือนจะเป็นเรื่องโอเวอร์ แต่ดันมีคนทำจริงๆซะอย่างนั้น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 น้ำตก สวยที่สุดในไทย"ผ้าขนหนู" ทำไมต้องชื่อนี้ และทำไมถึงเป็นของขวัญยอดฮิตตลอดกาล?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อัจฉริยะวัย 15 จบป.เอกสาขาฟิสิกส์ กำลังทำการวิจัย หาวิธีการที่จะให้มนุษย์เป็นอมตะขนหัวลุกรับอรุณ! นึกว่าโดนผีอำ ที่ไหนได้ "งูเห่าดำ" ซุกใต้เตียง เลื้อยพาดคอตอนตี 5!ข่าวดีสำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟวันละหนึ่งแก้ว!สาววัย 20 ปี มีอาการปวดคอมานาน 1 สัปดาห์ และ ต้องตกใจเมื่อพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
ตั้งกระทู้ใหม่