สัญญาณอันตราย: ความสามารถในการซื้อลดลง
สัญญาณอันตรายสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้ดีดขึ้นจาก 4.9 เท่าเป็น 8.9 เท่าในช่วงปี 2550-2561
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ได้นำตัวเลขรายได้ต่อครอบครัวต่อปีของชาวกรุงเทพมหานคร มาเทียบกับราคาบ้านที่เปิดขายในแต่ละปีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า เมื่อนำราคาบ้านที่เสนอขาย มาหารด้วยรายได้ต่อปี ปรากฏว่า อัตราส่วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการจ่ายเพื่อการซื้อบ้านของประชาชนโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในปี 2550 รายได้ของครัวเรือนในกรุงเทพมหานคร มีรายได้เดือนละ 39,020 บาท ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (https://bit.ly/2NWK8zx) ในปีนั้น ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ประมาณการว่า ราคาโดยเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยทุกประเภทเป็นเงิน 2.289 ล้านบาท หรือเท่ากับว่าราคาที่อยู่อาศัยเป็น 4.9 เท่าของรายได้ต่อปีของครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานคร แต่มาในปี 2561 สัดส่วนข้างต้นได้เพิ่มเป็น 8.9 เท่า แสดงว่าครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความสามารถในการซื้อบ้านลดน้อยลง
ในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา (2550-2561) สัดส่วนราคาบ้านต่อรายได้ของครอบครัว เพิ่มขึ้น 69% หรือเพิ่มขึ้นปีละ 4.9% ในขณะที่รายได้ต่อครัวเรือนของชาวกรุงเทพมหานคร ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนั้น โดยเฉพาะในช่วงปี 2556 มาจนถึงปี 2558 รายได้ต่อครัวเรือนของชาวกรุงเทพมหานครลดจาก 49,191 บาทต่อเดือนมาเหลือเพียง 45,572 บาทต่อเดือน ส่วนในปี 2560 ก็แทบไม่แตกต่างจากปี 2558 ดังนั้นความสามารถในการจ่ายของประชาชนจึงลดลง
ปัญหาของความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนจะวิกฤติมากยิ่งขึ้นเพราะต่างชาติโดยเฉพาะจีนมาแย่งซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ประเทศไทยไม่ได้กำหนดราคาขั้นต่ำที่จะซื้อได้ ไม่ได้กำหนดอัตราภาษีสูงๆ (แต่แทบไม่เก็บภาษีเลย) จึงทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยราว 20% มีต่างชาติมาหาซื้อ ทำให้ราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้น ต่อไปคนไทยจะสามารถซื้อบ้านได้น้อยลง สู้ต่างชาติไม่ได้ ตลาดที่อยู่อาศัยอาจถูกต่างชาติโดยเฉพาะจีนครอบงำ
สำหรับแนวทางการแก้ไขก็คือ
1. กำหนดราคาขั้นต่ำของที่อยู่อาศัยที่จะให้ต่างชาติซื้อ เช่น ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เป็นต้น (มาเลเซียกำหนดไว้ขั้นต่ำประมาณ 8-16 ล้านบาท)
2. กำหนดอัตราภาษีสูง เช่น สิงคโปร์กำหนดให้ต่างชาติที่มาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ต้องเสียภาษี 20% ส่วนฮ่องกงกำหนดไว้ที่ 30%
3. กำหนดห้ามต่างชาติซื้อบ้านมือสอง ทั้งนี้ออสเตรเลียก็มีข้อกำหนดนี้
4. กำหนดให้ต่างชาติที่มาซื้อที่อยู่อาศัยในไทย ไม่สามารถขายต่อในเวลา 3 ปี ทั้งนี้ไต้หวันใช้มาตรการนี้
5. กำหนดให้ชาวต่างชาติที่มาซื้อที่อยู่อาศัยไม่สามารถอยู่ในไทยได้เกิน 4 เดือน ทั้งนี้ไต้หวันก็ใช้มาตรการนี้ เป็นต้น
ถ้าคนไทยเองสามารถซื้อบ้านได้น้อยลง ปัญหาที่อยู่อาศัยก็จะเกิดขึ้น รัฐบาลจึงพึงสังวร
ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 12-15 พฤษภาคม 2562 หน้า 27
ที่มา : https://bit.ly/2E73FH0
ประเทศไหน ที่นิยมมาม่าไทยมากที่สุดในโลก
เมืองยักษ์ใหญ่ในภาคอีสาน ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด
AI วิเคราะห์เลขเด็ด ใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
"แป๊ะกง" ให้เลขเด็ดงวด 1/4/69
มัดรวมแนวทางจาก อ.ไม้เอก, เจ๊นุ๊ก และ อ.ไอติม งวด 1 เมษายน 2569 ..เพื่อคอหวยโดยเฉพาะ
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
3 ประเทศที่มีการเล่นหวยมากที่สุดในโลก
เลขลับจากปกสลาก งวดวันที่ 1 เมษายน 2569
อันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026
โซเชียลเขมรเรียกร้องจัดสงกรานต์แบบไทย ไม่เอาเขมรโบราณ สะท้อนกระแสอยากได้ความสนุกมากกว่าพิธีการ
หนังที่ทำรายได้มากถึง 100 ล้านบาท เรื่องแรกสุดในประเทศไทย
10 อันดับประเทศที่มีชั่วโมงเรียนต่อวันสูงที่สุดในโลก
สุดล้ำ ให้อีกาเก็บขยะมาแลกอาหาร เมื่อความฉลาดของสัตว์และเทคโนโลยีสวีเดนร่วมมือกันกู้โลก
ชุดไทยพระราชนิยมขึ้นบิลบอร์ด กลางกรุง ลุ้นยูเนสโกปลายปี 2569
รูปวาดโดยฝีมือศิลปินชาวไทย ที่มีราคาขายแพงที่สุดตลอดกาล
กินมังฯ ก็เป็นมะเร็งลำไส้ได้
สุดล้ำ ให้อีกาเก็บขยะมาแลกอาหาร เมื่อความฉลาดของสัตว์และเทคโนโลยีสวีเดนร่วมมือกันกู้โลก
สว. เตือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจ่อขึ้นราคา แนะประชาชนปลูกผัก-เลี้ยงไก่-เลี้ยงปลา รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
ต่อคิวเติมด่วน! พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นแรง ดีเซลปรับ 90 สตางค์ เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1 บาท พรีเมียมดีเซลพุ่ง 1.50 บาท
สาวเขมรร้องขอปูติน อย่าขายน้ำมันให้ไทย วอนช่วยกัมพูชาก่อน อ้างลำบากหนักกว่า

