โทษหนัก! เมาแล้วขับ ไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์
ตำรวจเอาจริง!!! ไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ อาจเจอโทษหนัก เข้าข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นขับขี่รถในขณะเมาสุรา แม้ไม่ยอมทดสอบ
จากกรณีปรากฏในภาพข่าว และสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง กรณี พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่ง เป่าเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หลังขับรถยนต์เข้ามาด่านตรวจแต่ขัดขืนด้วยการไม่ยอมเป่าเครื่องวัดให้ถูกวิธี และอ้างเหตุผลต่างๆ นานกว่า 30 นาที ซึ่งจากการตรวจสอบภายในรถ พบขวดเหล้าถูกดื่มไปแล้วครึ่งขวด และต่อมาได้มีการส่งตัวชายดังกล่าวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย นั้น
กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอเรียนชี้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวชายตนดังกล่าวไปฟ้องต่อศาลแขวงดอนเมืองแล้ว ปรากฏรายละเอียดดังนี้
ในคำฟ้องของพนักงานสอบสวน ได้ระบุว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เป็นการกระทำความผิด
1. ข้อหาขับขี่รถในขณะเมาสุรา ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2542 มาตรา 43 (2) ซึ่งห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น โดยบทกำหนดโทษเป็นไปตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2542 มาตรา 160 ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
2. ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้ทำการทดสอบผู้ขับขี่ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2542 มาตรา 142 วรรคสอง ในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมาตรา 43 (1) หรือ (2) ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ดังกล่าวว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ หรือเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือไม่ โดยบทกำหนดโทษเป็นไปตาม มาตรา 154 (3) ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 142 วรรคสอง ต้องระวางปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท
ทั้งนี้ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2542 มาตรา 142 วรรคสอง ได้บัญญัติว่า ในกรณีที่มีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น หากผู้น้ันยังไม่ยอมให้ทดสอบตามวรรคสามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้น้ันฝ่าฝืน มาตรา 43 (2) (สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นขับขี่รถในขณะเมาสุรา แม้ไม่ยอมทดสอบ)
โดยพนักงานสอบสวนได้บรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดของชายดังกล่าวโดยละเอียด และได้เสนอให้ศาลพิจารณาสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งภายหลังจากศาลได้สอบคำให้การ และจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษา ดังนี้
1. จำคุก 2 เดือน และ ปรับ 20,000 บาท ข้อหาขับขี่รถในขณะเมาสุรา
2. ปรับ 1,000 บาท ข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน ปรับ 2 ข้อหารวม 10,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี และ พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน
นอกจากนี้ ให้คุมประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปี, ให้บำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง, เข้าอบรมความรู้เกี่ยวกับจราจร 1 ครั้ง, ห้ามออกจากที่พัก ระหว่างเวลา 22.00 น. – 04.00 น. เป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ได้มีการติดเครื่องติดตามบุคคลที่บริเวณข้อเท้าสำหรับคุมประพฤติจำเลยรายดังกล่าว เพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโดยเคร่งครัดอีกด้วย
กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงเรียนชี้แจงมายังพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงข้อกฎหมายและโทษที่เกี่ยวข้องกับกรณีการขับรถในขณะเมาสุราและการขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานให้ทำการทดสอบ และขอรณรงค์พี่น้องประชาชนให้ช่วยกันลดอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลโดยการ เมาไม่ขับ ไม่ขับเร็ว และปฏิบัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครัด
กองบัญชาการตำรวจนครบาล
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
เลขเด็ดเสือตกถัง สูตรอ.พล ขอนแก่น งวด 16 มี.ค. 69
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
9 จังหวัดของไทยที่ไม่มีภูเขา
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
มะยม ผลไม้ไทยโบราณ กับความมหัศจรรย์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
“บิลลี่ โอแกน” โพสต์เดือด! จี้รัฐบาลตอบปมต่างชาติในไทย ซัดแรงถามจะจัดการอย่างไร ชาวเน็ตถกสนั่น
ความ "น่ากลัว" ของชาวยิวในดินแดนไทย ความกังวลของคนในพื้นที่
ผลวิจัยชี้ "ผู้ชาย" ตกหลุมรักได้เร็วกว่า "ผู้หญิง"
พ่อวางแผนที่จะใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ก่อนตาย โดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ลูกๆ
สมบัติโบราณชิ้นสำคัญของไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในระดับโลก
ปาฏิหาริย์มีจริง! ฝาแฝดคลอดก่อนกำหนดที่สุดในโลก ฉลองวันเกิด 4 ขวบ ทุบสถิติ Guinness World Records
เช็ก 7 กลุ่มเสี่ยง "ตายตอนหลับ" ภัยเงียบยามวิกาลที่พรากชีวิตคนวัยทำงาน
ม.วลัยลักษณ์ จัดงาน Thailand RISE Fund Forum RISE UP THAILAND : ปลุกพลังวิจัย ให้ไทยอัพ ครั้งที่ 4 เชื่อมโยงงานวิจัยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
เผยงานวิจัยใหม่ กล้ามเนื้อสะโพกอาจบอกสัญญาณความชราได้เร็วกว่าที่คิด