หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมชนชั้นกลางถึงรู้สึกโอเคกับความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ที่สูงมากในสังคมของเรา

โพสท์โดย dominiqa

เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมกลุ่มคนที่มีระดับรายได้ปานกลาง (middle-income) อย่างเช่นคนในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ จึงมักจะมีความคิดเห็นที่เป็นอนุรักษนิยมเหมือนๆ กันกับกลุ่มคนที่มีรายได้สูง (top-income) หรือ elitists มากกว่าความต้องการที่อยากจะให้เกิดการมี redistribution หรือการกระจายรายได้ของคนที่รวยมากๆ ไปสู่คนที่จนมากๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อาจจะไม่ได้มีส่วนได้หรือส่วนเสียมากมายกับนโยบายที่เป็นอนุรักษนิยมจ๋าหรือนโยบายการกระจายรายได้จ๋าก็ตาม

การวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดพบว่า สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่สามารถยกมาอธิบายอคติในการตัดสินใจของคนในกลุ่มที่มีระดับรายได้ปานกลาง ก็คือความเกลียดการเป็นคนที่รั้งท้ายสุดของคน หรือ last-place aversion นั่นเอง

เพราะว่าคนเราทุกคนแคร์ในเรื่องของการจัดอันดับหรือ ranking มาก คนที่อยู่ตรงกลาง (โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้จนมากจนขนาดไม่มีอะไรกินไปวันๆ แต่ก็ไม่ได้รวยอะไร) การให้ความสนับสนุนกับนโยบายที่เป็นการกระจายรายได้จากคนที่รวยมากๆ ไปสู่คนที่จนมากๆ สามารถที่จะทำให้คนที่อยู่ท้ายๆ ของการจัดอันดับรายได้ก้าวขึ้นมาอยู่ที่เดียวกับเขา (หรืออาจจะก้าวนำเขาไปได้) ซึ่งถึงแม้ว่ารายได้ของเขาจะไม่ถูกกระทบจากนโยบายที่ดีสำหรับคนที่จนมากๆ เหล่านี้เลย แต่การเลื่อนลำดับรายได้ลงมาสามารถทำให้เขารู้สึกทุกข์และกระวนกระวายกับสถานะของตัวเองอย่างที่บอกไม่ถูก (ส่วนคนที่รวยมากๆ เพราะความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้เรามีเยอะมาก — คนที่รวยที่สุด 1% ของประเทศกุมรายได้ของประเทศไว้เกิน 20% ด้วยกัน — ไม่ว่าจะกระจายรายได้ยังไงการจัดลำดับความรวยของเขากับคนอื่นๆในประเทศก็คงจะไม่ตก)

โดยทางกลับกัน การสนับสนุนนโยบายที่เป็นอนุรักษนิยม อย่างเช่นการเก็บภาษีคนรวยน้อยๆและการมีการกระจายรายได้น้อยๆ หรือนโยบายที่ทำให้คนรวยรวยขึ้นและคนจนจนลง สามารถทำให้เขาสามารถคงตำแหน่งอันดับรายได้ของเขาได้ (คล้ายๆ กันกับที่พี่แอ๊ดเคยร้องให้พวกเราฟังกันว่า “ใครจะรวยเท่าไร ก็ปล่อยให้รวยเสียให้เข็ด”)

พูดง่ายๆ ก็คือ ถึงแม้ว่าคนที่มีระดับรายได้ปานกลางต่างก็มีความอยากที่จะรวยกว่าเดิม แต่ความอยากรวยนี้ก็ยังแรงไม่เท่ากับความไม่อยากให้คนที่จนกว่าเราขึ้นมารวยเท่าๆ กับเรา หรือรวยจนแซงเราไปเลยได้

อ่านเพิ่มเติม
Kuziemko, I., Buell, R.W., Reich, T. and Norton, M.I., 2014. “Last-place aversion”: Evidence and redistributive implications. The Quarterly Journal of Economics, 129(1), pp.105-149.

ขอบคุณที่มา: https://thaipublica.org/2017/12/nattavudh-78/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dominiqa's profile


โพสท์โดย: dominiqa
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: smileyjookjik, น้องขนุน, zerotype
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูกโรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทยวิเคราะห์เจาะลึกเลขเด็ด "เจ๊ฟองเบียร์" งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569 คอหวยห้ามพลาด10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุดส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่เลขเด็ดเสือตกถัง สูตรอ.พล ขอนแก่น งวด 16 มี.ค. 69ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่ประเทศที่ไม่มีงูอยู่เลย ในพื้นที่ทางธรรมชาติ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศอันดับหนึ่งของโลก ในเรื่องการปลูกและส่งออกมะพร้าวส่องประวัติ Thylane Blondeau จาก "เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก" สู่ว่าที่เจ้าสาวคนใหม่!เด็กที่เกเรที่สุดในอังกฤษ กลายมาเป็นครูใหญ่ มีรายได้ปีละครึ่งล้านดอลลาร์"ทองคำสีแดง" จากแมลงตัวจิ๋วเปรียบเทียบรับราชการกับงานเอกชนสายไหนมั่นคงกว่ากัน..จากขยะสู่ชัยชนะ เหรียญโอลิมปิกโตเกียว 2020 สกัดจากโทรศัพท์มือถือเก่า
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เด็กที่เกเรที่สุดในอังกฤษ กลายมาเป็นครูใหญ่ มีรายได้ปีละครึ่งล้านดอลลาร์พ่อวางแผนที่จะใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ก่อนตาย โดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ลูกๆจากขยะสู่ชัยชนะ เหรียญโอลิมปิกโตเกียว 2020 สกัดจากโทรศัพท์มือถือเก่าแฝดสาม แต่งงานในวันเดียวกัน
ตั้งกระทู้ใหม่