วิธีเก็บเงิน 5 แสนภายใน 2 ปี ประสบการณ์ตรงตามวิถีมนุษย์เงินเดือน
วิธีเก็บเงินให้ได้ 5 แสน ตามวิถีมนุษย์เงินเดือนของสาวแกร่งคนหนึ่งที่ไม่ได้มีเงินเดือนสูงมากมาย แต่อาศัยความขยันและวินัยในการใช้เงินจนปั๊มเงินได้หลักแสนภายในระยะเวลาแค่ 2 ปี
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนใครก็บ่นว่าเงินเก็บไม่ค่อยจะมี แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหากตั้งใจจะเก็บออมเงินให้ได้จริง ๆ ต่อให้เป็นมนุษย์เงินเดือนฐาน 15,000 บาท คุณก็สามารถเก็บเงินให้ถึงหลักแสนยาวไปถึงหลักล้านได้ ขอแค่มีวินัยในการใช้จ่าย และมีความขยันอดทนเหมือนคุณลูกมังกรลูกสายทาน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่มาเปิดประสบการณ์ตรงกับการปั๊มเงินเก็บ 5 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี และหากใครได้ทราบเบื้องหลังการเก็บเงินให้ได้หลักแสนของเธอคนนี้แล้ว ต้องอยากซูฮกกับความแกร่งและความสามารถของเธอจริง ๆ
มนุษย์เงินเดือน ไม่ง่ายเลยกับการพยายามปั๊มเงิน 5 แสนใน 2 ปี…แต่ทำได้นะ โดยคุณลูกมังกรลูกสายทาน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ไม่ได้ฐานะร่ำรวย ไม่อวยตัวเอง และไม่ดราม่าอะไรเลย ขอแชร์ความจริงที่ทำอยู่ค่ะ
เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฉันกับสามีกลับเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อทำงานหาเงินและฝากลูกไว้ให้ยายเลี้ยงที่บ้านนา มากรุงเทพฯ ด้วยเงินที่มีติดตัว 10,000 บาท มาหางานทำใหม่ทั้งสองคน เรียกได้ว่าเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง (หลังจากลาออกจากงานและตั้งใจจะกลับไปทำงานที่บ้าน มีกิจการเล็ก ๆ ของพ่อแม่ลูก)
วันแรกที่ตั้งหน้าเข้ากรุง สามีได้งานไปก่อนแล้วในสนามบิน เดือนละ 15,000 บาท ตอนนั้นเราสองคนแยกกันอยู่ชั่วคราวเพื่อให้สามีไปอยู่กับเพื่อนใกล้สนามบิน แต่ฉันอยู่กับพี่ชายที่ฉะเชิงเทรา และตระเวนหางานกว่าครึ่งเดือน จึงได้งานเลขาฯ ที่ลาดพร้าว เงินเดือน 15,000 บาทเช่นกัน จึงพากันมาอยู่ที่ลาดพร้าวค่าหอ 3,000 บาท โดยฉันเดินไปทำงาน แต่สามีมีมอเตอร์ไซค์ขี่จากลาดพร้าวไปทำงานที่สุวรรณภูมิ ไกลพอควรและหน้าฝนด้วย ฉันได้แต่บอกสามีให้อดทนในตอนแรก เพราะเราจะต้องขยับขยายได้ในวันข้างหน้าแน่นอน โชคดีที่สามีเป็นคนอดทน เขาไหว ฉันก็ไหว
แต่ฉันทำงานเลขาได้ 15 วันก็ลาออก (ปกติฉันเป็นคนอดทนมากเช่นกัน) ขอไม่แจ้งเหตุผลเพราะกระทบแก่บริษัทนั้น จากนั้นฉันหางานทำใหม่ โชคดีอย่างมาก ที่พี่ที่เรียนด้วยกันแนะนำงานให้ จึงได้งานทำโซนหัวลำโพง เงินเดือน 15,000 บาท (ทดลองงาน 3 เดือน ด้วยเงินเดือน 12,000 ก็ยอม) โดยนั่งรถจากลาดพร้าวไปขึ้นเรือที่วัดศรีบุญเรือง 1 ชั่วโมง และนั่งเรือไปโบ๊เบ๊อีก 1 ชั่วโมง เดินต่ออีก 1 กิโลกว่า …ทำแบบนี้ 1 เดือน ก็เป็นลมบ่อยเพราะนอนน้อย จึงหาที่พักใหม่ และยอมทิ้งเงินประกันหอไป (ประกันหอ ต้องเช่าอย่างน้อย 4 เดือน) แล้วเราก็ไปพักที่ลาดกระบัง เพื่อให้สามีได้ทำงานใกล้ ๆ เดินทางสะดวก แต่ฉันนั่งรถไฟเข้าหัวลำโพง สะดวกขึ้นมาอย่างมากมาย …การเดินทางและที่อยู่ของเราเริ่มพอดีและรับไหวที่ลาดกระบัง จึงเริ่มอยู่ตัว
เราสองคนหาเงินรวมกันได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีเงินเบี้ยเลี้ยงที่ฉันออกต่างจังหวัดอีกนิดหน่อย โดยส่งให้ลูกเดือนละ 5,000 บาท นอกนั้นก็ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่ากินค่าอยู่ มีเงินเก็บในครอบครัวเดือนละ 5,000-6,000 บาท ซึ่งก็ดีกว่าไม่ได้เก็บอะไรเลย
หลังจากอยู่กับสามีได้ 1 ปีกว่าก็ต้องหย่ากัน ไม่ขอแจ้งสาเหตุเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อทั้งสองฝ่าย (โดยที่ทุกวันนี้ก็สามารถคุยกันได้เรื่องลูก แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่คุย) ฉันเลือกที่จะออกมาจากหอลาดกระบัง เพราะสามีเขาจะได้เดินทางสะดวกตรงนั้นไม่ต้องหาที่อยู่ใหม่ (ขณะนั้นเขามีเงินติดตัวอยู่หลักหมื่น และคืนพระเลี่ยมทองให้เขา) และฉันก็เลือกย้ายออกมาหาที่อยู่ใหม่ โดยมีเงินติดตัวหลักหมื่นเช่นกัน และที่ดินที่ฉันเคยซื้อร่วมกับเขานั้น (ตอนซื้อมูลค่า 2 แสน) ฉันขอไว้เพื่อให้ลูกวันข้างหน้าเท่านั้นพอ โดยใบหย่าไม่ได้สลักข้อความเรื่องพ่อต้องเลี้ยงดูบุตรแต่อย่างใด และฉันก็ไม่ได้ตั้งใจผูกมัดเขาด้วยเรื่องนี้ คิดว่าเขาให้ก็รับ เขาไม่ให้ก็คงเก็บไปให้ครอบครัวใหม่
ฉันออกมาหาที่อยู่ใหม่ได้ลงตัว (ไม่บอกพิกัด เพราะไม่ต้องการให้เขาหรือใครรู้ นอกจากพี่สาว น้องสาวก็พอ) เดินทางง่าย แต่อยู่เขตนอกเมืองเช่นเดิม แต่เงินเดือนเท่าเดิมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เดือนแรก ๆ ฉันจึง “กินเงินเก็บ” คือ ยังคงส่งลูกเดือนละ 5,000 เช่นเดิมกับรายจ่ายอื่น ๆ ของฉันเองที่มากเกินเงินเดือน นึกถึงตัวเลขรายจ่ายตอนนั้นแล้ว ไม่ได้ท้อใจเลย แต่บอกตัวเองเสมอว่าต้องดีขึ้นสิน่า
ตอนนั้นเงินเดือน 15,000 บาท ได้เงินมาปุ๊บจะถูกหักจ่ายออกทันที คือ
มีค่าหอ 2,500 ค่าประกันชีวิต 2,600 ค่าส่งลูก 5,000 ค่ากองทุนและประกันสังคม 1,200 กินอีก 2,000 บาท ประหยัด ๆ เอา (กินให้เขียม ๆ แต่ไม่นิยมมาม่าเพราะผมร่วง นิยมไข่มากกว่า) ค่ามือถืออินเทอร์เน็ตและของใช้ส่วนตัวอีก 2,000 ค่าเดินทาง 800 รวมค่าใช้จ่ายไว้ก่อน 16,100 บาท โดยไม่นับรวมค่าจิปาถะอะไรอื่น เช่น อยากกลับบ้านหาลูก ต้องไปหาป้าที่ป่วยหนัก … คือ ใช้เงินเก่าที่เคยเก็บด้วย
ไม่ได้การละ ต้องหารายได้เพิ่ม ฉันเดินผ่านโบ๊เบ๊ทุกวัน จึงคิดขายของทางเน็ต (ตั้งปณิธานว่าจะไม่ทำอะไร ขายอะไรที่เบียดเบียนสุขภาพ ร่างกาย จิตใจผู้อื่น หรือหากินกับปมด้อยของผู้อื่น)
พอเริ่มตอนนั้นก็ได้กำไรนะ (คือหักทุนแล้ว แต่ยังไม่นับที่สต็อกไว้) กำไรต่อเดือน เดือนละ 150-900 บาท ตัวเลขไม่ผิดค่ะ ได้กำไรเดือนละไม่ถึงหนึ่งพันบาท
ไม่เป็นไร ได้เพิ่มมาอีก 1,000 ก็ดีแล้ว ก็เริ่มหาทำงานอื่นอีก
คิดจะไปรับจ้างทำสวน ก็กลัวสวนเขาเสีย คิดจะล้างจานก็จะไปแย่งงานเขา คิดไปมากมาย คิดสะระตะ อยากได้เงินเพิ่ม…
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
"ชิ้นสุดท้ายแฟนสวย/แฟนหล่อ"..ถอดรหัสลับอาหารคำสุดท้าย: เมื่อ "ชิ้นมารยาท" สะท้อนวัฒนธรรมจากทั่วมุมโลก
คนไทยเป็นชาวต่างชาติ ที่อาศัยอยู่ในกรีนแลนด์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก
ย้อนตำนานสะเทือนขวัญ “ปลากินคน” ปีศาจดำแห่งลุ่มน้ำแควน้อย เรื่องจริงที่เคยเขย่าขวัญชาวกาญจนบุรี ก่อนกลายเป็นสัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
"อ้ายเป็นเขยเชียงใหม่" :"เปอร์ สุวิกรม" จูงมือนางเอกสาว "ยิหวา ปรียากานต์" เข้าพิธีมงคลแบบล้านนาอย่างเรียบง่าย ณ จังหวัดเชียงใหม่
สงครามสมรส ละครสะท้อนความไร้คุณธรรมของสามีที่นอกใจภรรยา
"ชิ้นสุดท้ายแฟนสวย/แฟนหล่อ"..ถอดรหัสลับอาหารคำสุดท้าย: เมื่อ "ชิ้นมารยาท" สะท้อนวัฒนธรรมจากทั่วมุมโลก



