รุ่งหรือร่วง อนาคตประเทศไทยกับสังคมไร้เงินสด
ถ้าหากย้อนกลับไปสักประมาณ 10 ปีที่แล้ว ประเทศไทยกับโลกดิจิตอลเทคโนโลยียังเหมือนเป็นเด็กน้อยวัยเตาะแตะ เริ่มตั้งไข่กันอยู่เลย ต้องยอมรับว่าสังคมยุคปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และนับวันก็ยิ่งแคบลงแต่เครือข่ายการติดต่อสื่อสารทางข้อมูลกับกว้างขวานไร้ขอบเขต เข้าถึงไดง่ายขั้น เพราะฉะนั้นจากจุดตั้งไข่ ใครเลยจะคิด ว่าเราก็จะมาถึงจุดนี้ได้เหมือนกัน
ในตอนแรก ระบบ Mobile Payment คนไทยไม่ค่อยให้ความเชื่อใจนัก จึงไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่หลังจากการแทนที่คนในสังคมด้วยเจนเนอเรชั่นใหม่ๆมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาการของระบบเครือข่าย ความปลอดภัย และการพัฒนาให้ง่ายต่อการใช้
การก้าวเข้ามาของ Mobile Payment จึงเริ่มมีบทบาทมาขึ้นเรื่อยๆ
จนทุกวันนี้ แม้แต่การไปซื้อของ 7/11 ก็สามารถจ่ายผ่าน โทรศัพท์ได้ และหากการใช้บริการ ซื้อสินค้า การติดต่อสารใด ที่ไม่สามารถจัดการผ่านระบบไร้สายหรือไม่สามารถออนไลน์ได้ มักจะถูกเหมารวมว่า โบราณ และไม่คล่องตัว
ในปี 2558 การใช้อี วอลเล็ต ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์แตะระดับผู้ใช้ 3 ล้านราย และมีความนิยมเพิ่มขึ้น 14%
รายงานช่วงไตรมาสแรกจบ อยู่ที่ 8.457 ล้านราย เพียงแต่ตัวเลขที่แสดงขึ้นมาก็ไม่ได้หมายถึงผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น บางครั้งหมายถึงการเพิ่มจำนวน Wallet ของผู้ใช้งานเพื่อดำเนินการบางกิจกรรมที่ไม่ต้องการใช้ร่วมกับกระเป๋าหลักเพื่อความปลอดภัย
ในแง่ของการซื้อสินค้าออนไลน์ คนไทยซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน e-wallet เพิ่มขึ้น จาก 6.8% ในปี57 เป็น 7.6% ในปี 58
จากการสำรวจด้านการตลาด การบริภาคอุปโภคของบริษัทเอกชนแห่งนึง ในปี 2559 เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศไทย มีอัตราการใช้งาน E-Wallet เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการซื้อสินค้าดิจิทัล เช่น แอพพลิเคชั่น บนแอพสโตร์ และกูเกิลเพลย์ รวมถึงช้อปสินค้าออนไลน์บน e-Commerce เนื่องจากสินค้าและบริการเหล่านี้จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต แต่จำนวนผู้ถือบัตรเครดิตคิดเป็นสัดส่วนต่ำกว่า 10% ของจำนวนประชากรในอาเซียนที่มีกว่า 600 ล้านคน ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตเพียง 10 ล้านรายเท่านั้น
ดังนั้น สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคมีความเข้าใจสินค้าประเภทนี้แล้ว จึงเป็นโอกาสที่ e-Wallet จะเติบโตขึ้นอีกมากในปีนี้ มีทางเป็นไปได้ว่า ในอนาคตประเทศไทย น่าจะลดบทบาทการใช้เงินลดลง แต่ที่แน่นอนตามเมืองใหญ่ๆหรือเมืองท่องเที่ยว e-Wallet จะต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกๆของการชำระค่าสินค้าหรือบริการ
นายอภินันท์ ดาบเพ็ชร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมคนไทยพบว่า กลุ่มคนที่นิยมซื้อสินค้าดิจิทัลสูงที่สุด เป็นกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ่น และวัยเริ่มต้นทำงาน เพศชาย อายุ 13-22 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีบัตรเครดิต แต่นิยมซื้อแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ บนออนไลน์ มีความถี่ในการซื้อเฉลี่ย 4 ครั้งต่อคนต่อเดือน และส่วนใหญ่จะซื้อแอพพลิเคชั่นเกม และไอเทมในเกม ( in-app purchase ) ในราคาประมาณ 3-5 เหรียญ หรือ 100-180 บาท
ทรูมันนี่ วอลเล็ต จึงเข้ามาตอบโจทย์ในส่วนนี้ เพราะสามารถใช้กระเป๋าเงินทรูมันนี่ วอลเล็ต ในการผูกบัญชีแทนบัตรเครดิตได้ ไม่ว่าจะเป็น การซื้อแอพพลิเคชั่นบนแอพสโตร์หรือกูเกิลเพลย์ การซื้อสินค้าในเว็บไซต์ การผูกบัญชีทรูมันนี่ วอลเล็ตเข้ากับบัญชี PayPal ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่ให้กับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตแล้ว ระบบยังมีความปลอดภัย ที่สามารถสั่งเปิด-ปิดการใช้งานบัญชีทรูมันนี่ได้อย่างง่ายดาย และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เพราะเงินจะถูกลิมิตให้ใช้ตามจำนวนที่เติมเข้าไปในบัญชีทรูมันนี่ วอลเล็ตเท่านั้น
โรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักเรียนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก(พื้นที่เพียง 550 ตร.ม.)
เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
ประเทศที่สามารถเข้าออก"ช่องแคบฮอร์มุซ"ได้ณเวลานี้
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดค่าครองชีพสูง รายได้สวนทาง ปี 2568
หนังที่ขาดทุนรุนแรงมากที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในโลก
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก
เลขเด็ด "หวยปฏิทินจีน" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..คอหวยอย่าพลาด! รีบเข้ามาส่องกันได้เลย
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
ผบ.ทหารมะกันเผย "ทรัมป์ได้รับคำสั่งจากเยซู ให้โจมตีอิหร่าน" และ "เตรียมพร้อมสำหรับ วันสิ้นโลก!!"
สถานที่แปลกๆ ในเมืองไทย ที่น้อยคนจะได้ไปพบเจอ



