หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"อังกฤษทำลายพม่าอย่างไร? สมัยอาณานิคม"

โพสท์โดย SpiderMeaw

 

Jeerachart Jongsomchai / ก่อนที่จะเกิดสงครามกับพม่าครั้งที่ 3 ในปี 1885 นั้น "อังกฤษ" ก็ต่อยชก "พม่า" ให้ช้ำไปเรื่อยๆ กัดให้กร่อนไปเรื่อยๆ ทีละนิด เช่นการดึงคนพม่าโดยเฉพาะเชื้อชาติอื่น เผ่าต่างๆมาเป็นคนใต้อาณัติตัวเอง และเปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสต์ ปล่อยข่าวลือข่าวเท็จต่างๆนานาให้ร้ายราชวงศ์พม่า ( ที่การออกข่าวลวงที่ดีที่สุด ต้องมีความจริงผสมอยู่ด้วย ที่เหลือ 80-90% เป็นข่าวเท็จ ) เช่นมีการปล่อยข่าวลือจากอังกฤษว่า พระเจ้าสีป่อ กษัตริย์องค์สุดท้ายนั้น ติดน้ำจันท์ (สุรา) อย่างหนัก ทั้งๆที่พระองค์เป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัดและไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เพื่อทำให้คนพม่าแยกตัวออกจากสถาบันที่เขาอิงอยู่

หลังจากเนรเทศกษัตริย์พม่าพระเจ้าสีป่อและนางศุภยลัตออกจากประเทศไปอยู่ที่อินเดียได้แล้ว "อังกฤษ" ก็ได้เริ่มทำลายรากเหง้าอำนาจที่เหลือของพม่าทันที โกดยการเปลี่ยนโครงสร้างหลายอย่าง

อำนาจที่หนึ่งคือ "สถาบันกษัตริย์" นั้นหลุดไปอยู่อินเดียแล้ว คราวนี้เป็น "สถาบันศาสนา" ก่อนอังกฤษมานั้นการศึกษาของพม่าคล้ายของไทย คือวัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และ "พระ" ก็ยังมีบทบาททางการเมืองด้วยเช่น พระดีๆดังก็เป็นหัวหน้าทางการเมืองได้อย่างดีด้วย และอังกฤษต้องการทำลาย โดยการสนับสนุนให้มิชชันนารีเข้ามาสร้างโรงเรียน และสร้างการศึกษาที่แยกออกจากวัฒนธรรมพม่าและศาสนาพุทธ และ เปิดการเรียนการสอนที่ไม่เกี่ยวกับพุทธแต่บางที่ก็เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ที่ค่อยๆซึมเข้ามาแทนอย่างช้าๆแนียนๆ

หลังจากแยกคนพม่าออกจากศาสนา คนก็ไร้ราก ไร้ความดีไร้ศีลธรรม ไร้ศรัทธาแล้ว ไม่มีศีลธรรมมาควบคุม ( ที่ปัจจุบันนี้เขาก็ยังทำอยู่อย่างเนียนๆ เช่นให้เงินหนุนนักการเมืองในประเทศย่านนี้ ยกเลิกและถอดการเรียนการสอนวิชา หน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรม วิชาประวัติศาสตร์ ออกไป ทำให้เด็กรุ่นนี้ไร้ราก นึกว่าตัวเองและบ้านเมืองเกิดมาจาดหน่อไม้ หรือว่าซื้อได้มาจากเซเว่นอีเลเว่น แต่ประเทศเขาเองมีการเรียนประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ) ก็เข้ามาเรื่อง "การบ้านการเมืองราชการ" คนอินเดียคน แองโกลเบอมิส ( หรือลูกครึ่งยุโรปและพม่า ) คนกะเหรี่ยงและเผ่าต่างๆ จะได้เข้ามาเป็นข้าราชการของหน่วยงานใหม่ที่อังกฤษสร้างขึ้นเลย ทำให้คนหลายเผ่าเติบโตและคานอำนาจกันเอง แต่คนพม่าน้อยมาก

อังกฤษแบ่งแยกแคว้น เป็นส่วนต่างๆตามชนกลุ่มน้อยส่วนใหญ่นั้นๆ เช่นรัฐยะไข่ ที่มีคนเชื้อสายผสมอินเดียมานานเป็นพันปีก็รัฐหนึ่ง รัฐฉานก็ของไทยใหญ่ รัฐของคะถิ่น รัฐกะเหรี่ยงเป็นต้น ทำให้เกิดการแยกกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคนเผ่าต่างๆก็ชอบใจ จะได้เป็นอิสระและเอกราชจากคนพม่ากลุ่มใหญ่เสียที อังกฤษก็หลอกใช้ตรงนี้ ได้ประโยชน์ทั้งคู่

"ด้านการทหาร" อังกฤษไม่เอาคนพม่ามาเป็นทหาร แต่ให้คนเชื้อสายแขกเช่น อินเดีย เป็นส่วนใหญ่เป็นทหาร หรือกะเหรี่ยง คอยตรวจจับดูแลคนพม่าเจ้าของดินแดนเสียเอง ที่สร้างความไม่พอใจให้คนพม่ามีต่อคนเชื้อสายอินเดียและแขกในเวลาต่อมา

"ด้านการค้าเศรษฐกิจ" หลังจากที่ขุดคลองสุเอซในปี 1869 นั้นมีการขนส่งสินค้าไปยุโรปผ่านเส้นทางนี้ สั้นง่ายสะดวกประหยัดไม่ต้องอ้อมอาฟริกา ทำให้การค้าในยุโรปของประเทศเจ้าอาณานิคมเติบโตมาก ทำให้ "อังกฤษ" พยายามเร่งการค้าข้าวในพม่า ทั้งในแง่การขยายพื้นที่ปลูกข้าว อังกฤษได้ให้สิทธิ์ "คนอินเดีย" เป็นผู้ออกเงินกู้ราคาแพงให้คนพม่าท้องถิ่นไปกู้มาลงทุนทำการค้า ปลูกข้าว แล้วเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูง จนเมื่อเกิดวิกฤติภัยธรรมชาติ ที่ดินของชาวนาเหล่านั้นก็เป็นของคนอินเดีย ที่มีอังกฤษชักใยอยู่เบื้องหลังเกือบหมด

เมื่ออังกฤษมาถึง เศรษฐกิจของพม่าถูกบีบคั้นด้วยเศรษฐกิจโลกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการส่งออกของอาณานิคม มีการส่งเสริมให้ปลูกข้าวในที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี เนื่องจากขณะนั้น ข้าวเป็นที่ต้องการของยุโรป และมีการอพยพผู้คนจากที่สูงลงมายังที่ลุ่มเพื่อปลูกข้าว ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของประชากร

หลังจากมีการเปิดคลองสุเอซ ความต้องการข้าวจากพม่าเพิ่มมากขึ้น มีการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น ในการเตรียมที่ดินเพื่อการปลูกข้าว ชาวนาพม่ามักจะยืมเงินจากพ่อค้าอินเดียในอัตราดอกเบี้ยที่สูง เกิดการขูดรีด มีการนำแรงงานชาวอินเดียเข้ามาเป็นปัจจัยการผลิตเนื่องจากได้ค่าแรงต่ำ และได้เข้ามาแทนที่ชาวนาพม่า

"อังกฤษ" ฉลาดในการลดแรงกดดันจาก "จีน" ที่เมื่อก่อน "พม่า" ต้องส่งบรรณาการไปให้จีน เมื่ออังกฤษมาถึงและปกครองพม่า อังกฤษก็ยังคงส่งบรรณาการนี้อยู่ในนามพม่า เพื่อไม่อยากสร้างศัตรูเพิ่มทำศึกหลายหน้า คนพม่าในตอนนั้นต้องหลบไปอยู่ทางเหนือโดยตั้งเป็นกองโจรติดอาวุธปล้นสะดมกินไปวันๆ ในชื่อที่ว่า 'dacoity' ( armed robbery หรือโจรติดอาวุธ ).

แม้การค้าข้าว ไม้สัก แร่ธาตุ ของพม่าจะเจริญเติบโตมากแค่ไหน แต่คนพม่าเอง ไม่มีส่วนได้ผลประโยชน์ในครั้งนี้เลย มีแต่เจ้านายใหญ่ชาวอังกฤษ ลูกครึ้งแองโกลเบอร์มิส และลูกน้องคนสนิทอย่างอินเดียที่กอบโกยผลประโยชน์จากการค้านี้ไป ทำให้คนพม่าเกลียดชังคนอังกฤษ คนอินเดียและเชื้อสายแขกมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีคนเชื้อสายแขกอพยพเข้ามาในพม่ามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ตามนโยบาย "กลืนชาติ" ของอังกฤษ และยังเป็นการคานอำนาจของทั้งสองเชื้อชาติเองด้วย

ซึ่งนับจากนั้นมาพัฒนาการทางวัฒนธรรมและศาสนาของพม่าก็ถูกตัดขาดและทำลายตลอดมา ที่ต่างจากอังกฤษและพวกพ้องก็ได้กอบโกยเอาความมั่งคั่งจากดินแดนพม่า และ คนพม่า ไปมากมาย โดยที่เจ้าของดินแดนไม่ได้อะไรเลย

และบทสรุปจะเห็นว่า "การทำลายแบบซอฟท์พาวเวอร์" ( การทำลายที่ไม่ใช่อาวุธทางการทหาร ) หรือ "การทำลายวัฒนธรรม ศาสนา ศีลธรรม ประเพณี" ต่างๆนั้นเป็นอีกวิธีหนึ่ง พอสิ่งเหล่านั้นหายไป คนพม่าก็ไม่เห็นคุณค่า ไปเปลี่ยนศาสนาตามอังกฤษ หรืออินเดีย ทำให้ความเข้มแข็งของผู้คนก็ต่ำลง เพราะศรัทธาความเชื่อมั่นภายในใจต่ำลงเพราะถูกทำลาย โดยระบบใครมือยาวสาวได้สาวเอาแบบทุนนิยมสุดโต่ง

ทำให้นึกถึงบ้านเรา ที่ถอดวิชา "ประวัติศาสตร์" ( แบบที่โจชัง หว่อง ฮ่องกง ถูกล้างสมองให้ถอดวิชาศีลธรรมออกจากโรงเรียนมัธยม ) วิชา "ศีลธรรม หน้าที่พลเมือง" หายไป สิ่งเหล่านี้เองที่มีผลทำให้เด็กรุ่นใหม่ของไทย เป็น "คนไร้ราก" เป็นเด็กที่คิดว่าตัวเองเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ จากเซเว่นอีเลเว่น เกิดจากห้างสรรพสินค้า ไม่มีความเข้าใจในที่มาที่ไปของบ้านเมือง ประเทศ ชุมชนของตน หรือแม้แต่ไม่สนใจที่มาของครอบครัวตนเอง พ่อแม่มาเจอกันได้อย่างไร ลำบากแค่ไหน ( และพ่อแม่หลายคนก็ไม่สนใจที่จะเล่าให้เด็กเกิดความกตัญญู ให้ลูกเรียนและเล่นเกมอย่างเดียว )

คนในอดีตเคยบอกว่า "การเจริญเติบโตที่แท้จริงนั้น ขณะที่ใบอ่อนของต้นไม้ดีดตัวแผ่กิ่งก้านออกสู่อากาศเบื้องบนนั้น รากต่างๆในเบื้องล่างก็ต้องแทงลงลึกไปในดินดำที่รองรับต้นไม้ อย่างแตกแขนงกว้างและลึกด้วยเช่นกัน"

เพราะ "ถ้าคนไร้ราก" รากไม่แทงลึกลงดิน ยิ่งต้นไม้โตขึ้นสูงมากเท่าไร่ ยิ่งง่ายต่อการโค่นล้มมากเท่านั้น

.

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
SpiderMeaw's profile


โพสท์โดย: SpiderMeaw
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
28 VOTES (4/5 จาก 7 คน)
VOTED: Tabebuia, Liuqiang, พี่เกดไม่เข้าใจอ่ะ, zerotype, HellCat
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่งทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุดรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทยส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนเลขเด็ดเสือตกถัง สูตรอ.พล ขอนแก่น งวด 16 มี.ค. 69น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลางของประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
น้ำปลาร้าของไทย ที่มีตัวเลขยอดขายมากสุดเป็นอันดับหนึ่งดาราจีน "จาง จิง อี้" เดินพรมแดง พร้อมถุงพลาสติกสุดหรูเน็ตไอดอลจีนวัย 39 ดับคาจอ หลังปวดหัวรุนแรง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ดาราจีน "จาง จิง อี้" เดินพรมแดง พร้อมถุงพลาสติกสุดหรูเน็ตไอดอลจีนวัย 39 ดับคาจอ หลังปวดหัวรุนแรงเรือ 5 ลำถูกโจมตี ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อเรือสินค้าเด็กที่เกเรที่สุดในอังกฤษ กลายมาเป็นครูใหญ่ มีรายได้ปีละครึ่งล้านดอลลาร์
ตั้งกระทู้ใหม่