ศาลปกครองกลางออกคำสั่งบังคับคดีผอ.ปทุมวัน-ผู้ว่ากทม.ให้รื้อถอนโรงแรมเอดิทัสซอยร่วมฤดีสร้างสูงเกินกำหนด

โรงแรมเอดิทัสในซอยร่วมฤดีสร้างสูงเกินกำหนดต้องรื้อชั้น 24 ทิ้ง
ศาลปกครองกลางออกคำสั่งบังคับคดี ผอ.-เขตปทุมวัน -ผู้ว่าฯกทม.ใช้อำนาจตามกกฎหมายควบคุมอาคาร สั่งรื้อถอนโรงแรมเอดิทัส ซ.ร่วมฤดีสูงเกินข้อกำหนด เผยหากไม่ทำอาจโดนทางวินัย-ค่าปรับครั้งละ 5 หมื่น หากเจ้าของโรงแรมไม่ดำเนินการส่งคนเข้ารื้อได้แล้วเจ้าของต้องจ่ายเอง
ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 30 ก.ย.59 ศาลปกครองกลาง อ่านคำสั่งการบังคับคดี ในคดีหมายเลขดำที่ 1475/2551 ที่ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ , นายขวัญแก้ว วัชโรทัย และชาวบ้านที่พัก ซ.ร่วมฤดี รวม 24 ราย ร่วมกันยื่นฟ้อง ผอ.เขตปทุมวันและผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 กรณีปล่อยให้บริษัทเอกชนก่อสร้างอาคารโรงแรมและที่พักอาศัยขนาดใหญ่พิเศษความสูงเกิน 23 เมตร โดยไม่ชอบด้วยกฎกระทรวงฉบับที่ 33ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ที่กำหนดว่าการก่อสร้างอาคารขนาดความสูงดังกล่าวจะทำไม่ได้ ในพื้นที่ที่มีเขตถนนซอยกว้างน้อยกว่า 10 เมตร
คดีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2557 ซึ่งศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ ผอ.เขตปทุมวัน และผู้ว่าฯ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ดำเนินการแก้ไข
ภายหลังศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาแล้วเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ยังไม่ได้มีการดำเนินการให้ครบถ้วนตามคำพิพากษา นพ.สงครามกับพวก ผู้ฟ้องจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2559 ขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับคดี
ทั้งนี้ศาลปกครองกลาง พิเคราะห์ข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า ผอ.เขตปทุมวัน ผู้ถูกฟ้องที่ 1 จะมีคำสั่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40-41 ให้ระงับการก่อสร้าง และห้ามใช้อาคารดังกล่าวที่ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกต้องครบถ้วนและยังปฏิบัติล่าช้า โดยอ้างว่าต้องรอผลการอุทธรณ์ ที่บริษัทเจ้าของอาคารยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ
ศาล เห็นว่าแม้เป็นความจริงว่า บริษัทเจ้าของอาคารมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ตามกฎหมาย แต่ต้องเป็นกรณีที่คำสั่งนั้นริเริ่มโดย ผอ.เขตปทุมวันหรือผู้ว่าฯกทม.เอง ไม่ใช่เป็นคำสั่งที่ ผอ.เขตปทุมวันหรือผู้ว่าฯกทม. จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่มีผลผูกพันให้คู่กรณีในคดีต้องปฏิบัติตาม แต่การปฏิบัติของ ผอ.เขตปทุมวัน และผู้ว่าฯกทม.ก็ยังไม่ถือว่าจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล หรือประวิงให้การบังคับตามคำพิพากษาล่าช้า
ดังนั้นจึงยังไม่สมควรที่ศาลจะสั่งปรับ หรือแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาหรือนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัย
ส่วนที่บริษัทเจ้าของอาคาร ยื่นฟ้อง ผอ.เขตปทุมวัน และผู้ว่าฯกทม.ไม่ดำเนินการเรียกคืนและรักษาเขตทางสาธารณประโยชน์จากผู้รุกล้ำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างว่ามีหลักฐานใหม่ และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องไว้พิจารณา ดังนั้นผลการพิจารณาคดีอาจมีการเปลี่ยนแปลงและเป็นเหตุให้ต้องยุติการบังคับคดี
ศาล เห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นการคาดเดาเหตุการณ์ในข้อเท็จจริงที่ยังไม่เป็นที่ยุติของบริษัทเจ้าของอาคารเท่านั้น ไม่อาจโต้แย้งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ถือเป็นที่สุดแล้วและได้ข้อยุติว่าความกว้างของถนน ซ.ร่วมฤดี มีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ดังนั้นคำขอทุเลาของบริษัทเจ้าของอาคารที่จะให้ระงับการบังคับคดีไว้ก่อนจึงไม่อาจฟังได้
ดังนั้นศาลปกครองกลาง จึงมีคำสั่งให้ ผอ.เขตปทุมวัน และผู้ว่าฯ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร มาตรา 42-43 ดำเนินการกับอาคารโรงแรมดิเอทัสและอาคารเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ดิเอทัส เรสซิเด้นซ์ ของบริษัทลาภประทาน จำกัดและบริษัท ทับทิมทร จำกัด ที่ตั้งอยู่ภายในซ.ร่วมฤดี เขตปทุมวันแล้วแต่กรณีโดยเร็วนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งศาล ซึ่งตามกฎหมายนั้นกำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมด หรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 30 วันโดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
หากเจ้าของอาคารไม่ดำเนินการฯ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นร้องต่อศาลให้จับกุมเจ้าของอาคาร และดำเนินการรื้อถอนอาคารดังกล่าวโดยเจ้าของอาคารต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมด
ทั้งนี้หากผอ.เขตปทุมวัน และผู้ว่าฯ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วน หรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ศาลอาจมีคำสั่งให้ไต่สวนเพื่อมีคำสั่งปรับทั้งสองครั้งละ 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี พ.ศ.2542 มาตรา 75/4 และรายงานผู้บังคับบัญชาหรือนายกฯให้ลงโทษทางวินัยต่อไป
ขณะเดียวกันศาลมีคำสั่งให้ สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ใช้อำนาจดำเนินการบังคับคดีนี้ให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครองอย่างเคร่งครัด และรายงานผลให้ศาลทราบทุกระยะจนกว่าจะได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามบังคับของศาลปกครองถูกต้องครบถ้วน
ทางด้านนายเฉลิมพงษ์ กลับดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจ กล่าวว่า ก็จะรอดูการปฏิบัติตามคำสั่งศาลของ ผอ.เขตปทุมวัน และผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเข้าใจว่าการรื้อถอนอาคารขนาดใหญ่ต้องใช้เวลาแต่คงไม่ต้องถึงกลับใช้เวลาเป็นปี เพราะถ้าช้าขนาดนั้นผู้ร้องก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน คงต้องร้องศาลปกครองกลางไต่สวน และฟ้องเป็นคดีอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม การรื้ออาคารดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือต้องรื้อถอนในส่วนที่สูงเกินกว่า 23 เมตรจากพื้นดินหรือ 8 ชั้น และเหลือพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 10,000ตารางเมตรจากตัวอาคาโรงแรมเอดิทัส ที่สูง 24 ชั้น และอาคารเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ดิเอทัส เรสซิเด้นซ์สูง 18 ชั้น
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
มหาวิทยาลัยที่มี พื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ไม่มีงูอยู่เลย ในพื้นที่ทางธรรมชาติ
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
อิหร่านรับแล้ว!! ว่าเป็นคนลงมือยิงเรือไทยที่ฮอร์มุซเอง
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ทำไมบางคนเห็นผี แต่บางคนไม่เคยเจอเลย? ไขความลับโลกวิญญาณตามหลักธรรมะ
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
อิหร่านรับแล้ว!! ว่าเป็นคนลงมือยิงเรือไทยที่ฮอร์มุซเอง


