ศาลฎีกาฯสั่งยึดบ้าน 16 ล้านของสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จ.อ่างทองเป็นของแผ่นดินชี้แจงที่มาไม่ได้
สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ
ศาลฎีกาฯมีมติเอกฉันท์ยึดบ้าน 16 ล้านบาทที่อ่างทองของ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการให้ตกเป็นของแผ่นดินเหตุชี้แจงไม่ชัดเจนถึงที่มาของเงินสร้างบ้าน มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ คดีไม่มีอายุความ เจ้าตัวยอมรับคำวินิจฉัย
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 เมษายน 2559 นายชาติชาย อัครวิบูลย์ รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.74/2558 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล หรือเสี่ยตือ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 16 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
คดีนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 ชี้มูลความผิดจากการไต่สวนกรณีการร่ำรวยผิดปกติของนายสมศักดิ์ซึ่งจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ไม่แสดงบ้านพักเลขที่ 5/5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่ปลูกสร้างเมื่อปี 2541 ช่วงที่นายสมศักดิ์เป็น รมช.ศึกษาธิการ และก่อสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี 2544 ในช่วงที่นายสมศักดิ์เป็น รมว.ศึกษาธิการ โดยใช้เงินค่าก่อสร้าง 16 ล้านบาท
คำร้องอัยการสูงสุดระบุพฤติการณ์สรุปว่า นายสมศักดิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ถูกกล่าวหา ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น รมช.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2540 โดยพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2542 และในวันเดียวกันนั้นได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น รมว.ศึกษาธิการ และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2544
ผู้ถูกกล่าวหาเริ่มก่อสร้างบ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่เดือน ส.ค. 2541 โครงสร้างบ้านเสร็จในเดือน เม.ย. 2542 และมีการก่อสร้างตกแต่งภายในและภายนอกอาคารเสร็จสมบูรณ์ปลายปี 2542 ถือได้ว่าบ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่า 16 ล้านบาท ได้มาในระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ
เมื่อพิจารณารายได้และฐานะของผู้ถูกกล่าวหาตามบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. กับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ยื่นต่อกรมสรรพากร ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีรายได้เพียงพอที่จะมาก่อสร้างบ้านหลังดังกล่าว ถือว่าได้บ้านมาโดยร่ำรวยผิดปกติ จึงขอให้บ้านหลังดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
นายสมศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำคัดค้านอ้างข้อกฎหมายว่าคำร้องเคลือบคลุม อัยการสูงสุดผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง คดีขาดอายุความ และโต้เถียงข้อเท็จจริงว่า โครงสร้างบ้านหลังดังกล่าวเสร็จตั้งแต่เดือน เม.ย. 2542 ก่อนที่จะได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น รมว.ศึกษาธิการ เงินที่ใช้เป็นเงินที่พรรคชาติไทยและผู้ที่เคารพนับถือให้การสนับสนุนในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระหว่างปี 2529-2539 ซึ่งตนเองมีเงินส่วนนี้เหลืออยู่ประมาณ 56 ล้านบาท
ศาลเริ่มการไต่สวนเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2559 ผู้ร้องและผู้ถูกกล่าวหามีพยานรวม 14 ปาก ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเสร็จวันที่ 14 ก.ย. 2559
องค์คณะผู้พิพากษาฯ พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การดำเนินคดีของศาลฎีกาฯ ใช้ระบบการไต่สวน ศาลมีหน้าที่ตรวจคำร้อง หากผู้ถูกกล่าวหาไม่เข้าใจข้อหาอาจแถลงให้ศาลสั่งผู้ร้องชี้แจงเพิ่มเติมได้ เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องนั้นไว้พิจารณาคดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องคำร้องเคลือบคุมให้ต้องวินิจฉัย
คดีกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ใช่เป็นผลที่เกิดจากการก่อหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินจึงไม่มีอายุความ
ส่วนประเด็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น พยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาขัดแย้งกันเอง และขัดแย้งกับที่พยานเคยให้การต่อ ป.ป.ช.จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง และที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าได้บ้านมาก่อนการดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าการก่อสร้างบ้านได้ทำต่อเนื่องจนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปลายปี 2542
นอกจากนี้ ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ปี 2539 และพ้นจากตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2544 ซึ่งความหมายคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” และคำว่า“ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”ตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 หมายรวมถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ดังนั้น ตั้งแต่ที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกเป็น ส.ส.ปี 2539 จนพ้นจากตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการในวันที่ 5 ก.พ. 2544 ผู้ถูกกล่าวหาจึงมีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้บ้านดังกล่าวมาในระหว่างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่อาจนำสืบให้เห็นได้ว่าบ้านดังกล่าวได้มาโดยไม่ได้เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยมิชอบนั้น และยังขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ให้ศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินได้
องค์คณะจึงมีมติเอกฉันท์พิพากษาให้บ้านพักเลขที่ 5/5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง มูลค่า 16 ล้านบาท ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 14360 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ เนื้อที่ 3 ไร่ 24.1 ตร.ว. ตกเป็นของแผ่นดิน
ทาง ด้านนายสมศักดิ์ อดีต รมว.ศึกษาธิการ เดินทางมาฟังคำพิพากษากล่าวเพียงสั้นๆว่ายอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่เป็นไปตามกติกาบ้านเมือง ตนเป็นนักการเมืองต้องเคารพกติกา ส่วนคำวินิจฉัยของศาลผูกพันอนาคตทางการเมืองหรือไม่นั้น ต้องเป็นไปตามกติกา ไม่มีปัญหาอะไร
สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เกิดวันที่ 27 เมษายน 2494 มีชื่อเล่นว่า "หมู" จึงมักถูกเรียกว่า ตือ หรือ เสี่ยตือ ในเหตุการณ์ 14 ตุลา เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่เดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยด้วย จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ธนบุรี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายสมศักดิ์ มีทายาทเข้าสู่วงการเมือง 3 คน คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา และ นายภคิน ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง
ส.ส. อ่างทอง 9 สมัย
นายสมศักดิ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง 9 สมัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เคยเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2538, เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในปี พ.ศ. 2540 และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2542
มีบทบาทโดดเด่นจากการทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นที่ยอมรับว่าทำหน้าที่ได้อย่างดี เป็นธรรม เป็นกลางแก่ทุกฝ่ายมติสื่มวลชนสายรัฐสภาให้ฉายาว่า "คนดีศรีสภา" ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 นายสมศักดิ์ ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปี พ.ศ. 2551 นายสมศักดิ์ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค แต่นายสมศักดิ์ก็ยังนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในฐานะแกนนำกลุ่ม ส.ส. สื่อมวลชนให้ชื่อกลุ่มแกนนำนี้ว่า "8ส.+ส.พิเศษ"ประกอบด้วย สมศักดิ์ เทพสุทิน,สมคิด จาตุศรีพิทักษ์,สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล,สุวิทย์ คุณกิตติ,สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, สุรนันทน์ เวชชาชีวะ, สนธยา คุณปลื้มและสรอรรถ กลิ่นประทุม ส่วน ส.พิเศษ คือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
มหาวิทยาลัยที่มี พื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
ประเทศที่ไม่มีงูอยู่เลย ในพื้นที่ทางธรรมชาติ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
พืชที่ออกดอกได้เพียงครั้งเดียว และต้องรอนานที่สุดกว่าจะออกดอก
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
"กีธูร์น" หมู่บ้านที่ไม่มีถนน ต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น
จังหวัดในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดชายฝั่งทะเลทั้งหมด
พบท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ โผล่พุ่งขึ้นจากถนนหลวงในโอซาก้า
รีวิวหนังดัง THE NEGOTIATOR คู่เจรจาฟอกนรก
ล่าโจรลายสก็อต! ควงปืนบุกเดี่ยวปล้นร้านทองห้างดังนครปฐม กวาดทอง 1 ถาด ซิ่งเวฟเทาดำหลบหนี (มีคลิป)
จังหวัดที่มีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศไทย
อุทาหรณ์ลืมปิดหน้าต่าง! "นกพิราบ" บุกคอนโด ค่าซ่อมพุ่งพอกับซื้อใหม่



