บทความพิเศษ เรื่อง : ดื่มแอลกอฮอล์ดีและร้ายอย่างไร?
บทความพิเศษ เรื่อง : ดื่มแอลกอฮอล์ดีและร้ายอย่างไร?
โดยนพ.ธาดา เปี่ยมพงศ์สานต์ นายกสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมายถึงเครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ผลิตจากวัตถุดิบที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลหมัก และเติมยีสต์ลงไปเพื่อให้ยีสต์กินน้ำตาลในวัตถุดิบ และเปลี่ยนกลายเป็นแอลกอฮอล์ ซึ่งมีฤทธิ์ในการกดระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าดื่มในปริมาณไม่มาก จะรู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองอยู่ แต่ถ้าดื่มมากขึ้นก็จะมีฤทธิ์กดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด และอาจทำให้หมดสติได้ในที่สุด
ซึ่งวัดระดับแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกับร่างกายได้หลายอาการ เช่น ในระดับที่สูงเกินกว่า 0.05% ในกระแสเลือด จะทำให้สูญเสียการควบคุมระบบเคลื่อนไหว ถ้าดื่มในระดับ 0.2% จะสูญเสียเรื่องอารมณ์ เช่นส่งเสียงตะโกน โหวกเหวก ถ้าดื่มในระดับ 0.3% จากการดื่มเหล้าอย่างรวดเร็วสัก 1 ขวดแบน ก็อาจหมดสติได้ และถ้าดื่มในระดับ 0.3 - 0.5% อาจทำให้ถึงตายได้ เพราะไปกดระบบการหายใจ ซึ่งคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ แล้วมีอาการหน้าแดงง่าย มีสาเหตุจากสารอะเซตาดีไฮด์ และพรอสตาไซคลิน ทำให้เกิดเส้นเลือดขยาย และบางคนขาดสารเอนไซม์ ซึ่งสลายสารอะเซตาดีไฮด์ ทำให้มีการคั่งของสารอะเซตาดีไฮด์สูงในตับ และในเลือด โดยเฉพาะคนจีนกว่า 50% (หรืออาจรวมในไทยที่มีเชื้อจีน) ไม่มีสารเอ็นไซม์นี้ ดังนั้นจึงมีโอกาสจะเป็นโรคตับแข็งง่ายกว่าชาติอื่น
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ 1.เบียร์ มีแอลกอฮอล์ในระดับ 3-8% 2.ไวน์มีตั้งแต่ 8-12% และ 3.เหล้า มีแอลกอฮอล์ 20-50% ขึ้นอยู่กับว่าเป็นวิสกี้ ยิน หรือวอดก้า ส่วนเหล้าของไทย เหล้าโรง เหล้าเถื่อน อาจจะถึง 45% หรือสูงกว่านั้น สำหรับเครื่องดื่มที่มีประวัติยาวนานที่สุดคือ ไวน์ ในสมัยโบราณจะใช้เพื่อการรักษา ซึ่งไวน์ที่มีความเข้มข้นถึง 10% จะใช้รักษาแผลติดเชื้อ และในอดีตที่โรคอหิวาต์ระบาดในปารีส พบว่าการดื่มไวน์สามารถทำให้โรคหยุดการแพร่กระจาย (เป็นการค้นพบก่อนที่แพทย์จะรู้เรื่องโรคอหิวาต์ และไข้ไทฟอยด์) ต่อมาแพทย์จึงค้นพบว่าไวน์สามารถฆ่าเชื้ออหิวาต์ได้ในเวลา 15 นาที และฆ่าเชื้อไทฟอยด์ใน 24 ชั่วโมง ดังนั้น จึงเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งในสมัยนั้นว่า ดื่มแอลกอฮอล์ปลอดภัยแน่ และไวน์ที่มีแอลกอฮอล์ 10% จะฆ่าเชื้อดีกว่าแอลกอฮอล์ 90% เสียอีก เพราะในไวน์แดงมีสารแอนโธไซยานิน และมัลโวไซด์ และในไวน์ขาวมีสารอีโนไซด์
ข้อดีข้อเสียของการดื่มเหล้า สามารถลดอัตราการตาย โดยถ้าเพียงดื่มวันละ 1 แก้ว เช่น โรคหัวใจ ถ้าดื่มวันละ 1 แก้ว (ผสมแล้ว) ลดการเกิดโรคหัวใจอุดตัน 30- 50% ถ้าดื่มมากกว่านั้น กลับเพิ่มการเป็นโรคหัวใจ ซึ่งจะอธิบายได้ว่า อัตราส่วนของไขมันชนิดต่ำต่อไขมันชนิดสูง ถ้าสูงเกิดโรคหัวใจได้ แต่เหล้าไปเพิ่มไขมันชนิดสูง และลดไขมันชนิดต่ำ แอลกอฮอล์ยังช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด และเพิ่มการทำลายไฟบริน จากหลักฐานของฝรั่งเศส และประเทศแถวเมดิเตอร์เรเนียน พบว่าคนที่ดื่มไวน์ เป็นโรคหัวใจน้อยกว่าประเทศอื่น เพราะในไวน์ นอกจากมีแอลกอฮอล์แล้ว ยังมีสารแอนติออกซิแคนท์ และฟลาโวนอยด์
ภาวะอัมพาต และอัมพฤกษ์ (อัมพาตชั่วคราว) ในอังกฤษพบว่าถ้าดื่ม 2 - 5 แก้ว/วัน ในผู้ชาย หรือ 2 - 4 แก้วในผู้หญิง จะมีอัตราในการเป็นอัมพฤกษ์น้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม และคนที่ดื่มสม่ำเสมอดีกว่าคนดื่มกระปริดกระปรอย แต่การวิจัยกลับพบว่า ถ้าดื่ม 2 แก้วต่อวัน เพิ่มการเกิดอัมพาตจากเส้นเลือดแตกมากกว่า และถ้าดื่ม 3 แก้วขึ้นไป อาจทำให้เกิดมีโอกาสเกิดอัมพาตถึง 2 - 3 เท่า
ก้อนหินในถุงน้ำดี ถ้าดื่มวันละ 5 แก้วในผู้ชาย และดื่ม 2 แก้วในหญิง สามารถป้องกันการเกิดก้อนหินในถุงน้ำดีได้ ส่วนข้อเสียทำให้เป็นโรคตับแข็งได้ทุกชนิด รวมทั้งมะเร็งตับ ขึ้นอยู่กับเวลา และจำนวนที่ดื่ม ถ้าเป็นแล้วดื่มต่อไป โรคจะแย่ลง และมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 5 - 10%
ระบบจิตประสาท ในกลุ่มคนวัยรุ่นจะทำให้เกิดอันตรายได้สูง อาทิ การขับขี่รถยนต์ การก่ออาชญากรรม เป็นเด็กถูกทอดทิ้ง และมีปัญหา ในประเทศสหรัฐช่วงปี 1996 มีอุบัติเหตุสูงถึง 40% จากผู้ขับขี่ที่ดื่มสุรา และผู้ดื่มมากกว่า 5 แก้ว/วัน อาจเป็นโรคจิตซึมเศร้า และมีการฆ่าตัวตาย ในโรงพยาบาลพบว่า การรักษาผู้ป่วยโรคพิษสุราของคนกลุ่มนี้ เขามีโอกาสฆ่าตัวตายสูงถึง 75 เท่าของคนปกติ
*** การดื่มสุรา ผู้ชายควรดื่มไม่เกิน 2 แก้ว (ผสมแล้ว) ต่อวัน ผู้หญิงดื่มประมาณ 1 แก้ว/วัน คนสูงอายุให้ดื่มครึ่งแก้ว/วัน เพียงเท่านั้น ก็ถือว่ามากแล้ว ถ้าดื่มเกินกว่านี้ เป็นอันตรายแน่นอน ***
จริงอยู่ที่สังคมยอมรับการดื่มแอลกอฮอล์ และสมควรแล้วที่ประเทศไทยนโยบายการตรวจจับนักขับรถที่ดื่มสุรา มิฉะนั้นแล้ว แพทย์ผู้มีหน้าที่รักษาพยาบาลอาจต้องทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ทั้งหมดก็เพื่อลดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-4223993 , 095-5415186
หรือเข้าไปดูได้ใน FB: www.facebook.com/thada.skinexpert
สอบถามข้อมูลข่าวสารและบทความได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 0 2000 8499 , 081 732 7889
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
BTS ชี้แจงห้าม 3 ประเทศใช้บัตร Rabbit จริงหรือไม่?
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
กองทัพไทย เมินหนังสือประท้วงกัมพูชา ลั่น "ไทย" ทวงคืนพื้นที่อธิปไตย รื้อสิ่งปลูกสร้าง ในที่ดินไทย ไม่ได้รุกล้ำ
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
สั่นสะเทือนระเบียบโลก! วันนี้เวเนซุเอลา... พรุ่งนี้อิหร่าน? ยุทธศาสตร์เด็ดปีกผู้นำฉบับ "โดนัลด์ ทรัมป์"
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่เคยได้เข้าชิงและชนะรางวัลปาล์มทองคำ
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่เคยได้เข้าชิงและชนะรางวัลปาล์มทองคำ
ภารกิจลวงโลก โอนเงินปลดล๊อค สุดท้ายเงินเกลี้ยงบัญชี
เที่ยวปีนัง มาเลเซีย ชมตึกเก่าแก่มรดกโลกและสตรีทอาร์ตสวยๆ
เมืองคอนแถลงความพร้อมแข่งขันฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL CUP 2026 ชิงแชมป์จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 8
"อีลอน มัสก์" ประกาศมอบอินเทอร์เน็ตฟรี ให้ประเทศเวเนซุเอลา
เผยสาเหตุร้อยราว พลเอกเตียบัญ กับ ฮุนเซน บริหารเขมรเศรษฐกิจดิ่งลงเหว เป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์
นักร้องดัง "จิน เดนิม" เสียชีวิตแล้ว!!