ผู้ค้าท่าแพประท้วง สุดทนไม่มีที่ขายสินค้า ขาดรายได้ร่วม” 8 ด.”
กลุ่มผู้ค้าบนลานประตูท่าแพรวมตัวประท้วงจัดระเบียบร้านค้า หลังพยายามตั้งร้านขายของเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแต่ถูกห้าม พร้อมเตรียมกลับไปตั้งร้านจำหน่ายสินค้าหลายร้อยแผงตามเดิม เริ่มถนนคนเดินวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.59 นี้ โดยไม่แยแสที่จะปฏิบัติตามมติของทางจังหวัดเชียงใหม่ เหตุสุดทนเดือดร้อนหนักขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัวมานานกว่า 8 เดือนแล้ว
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 ส.ค.59 กลุ่มตัวแทนผู้ค้าบนลานประตูท่าแพ ประมาณ 50 ราย ได้นัดรวมตัวเพื่อประชุมหารือกันที่บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ส.ค.59 จังหวัดเชียงใหม่มีการประชุมพิจารณาเรื่องการใช้พื้นที่บนลานประตูท่าแพเพื่อจำหน่ายสินค้า โดยมีนายประจวบ กันธิยะ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งมณฑลทหารบกที่ 33,ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่,เทศบาลนครเชียงใหม่,กรมศิลปากร,ธนารักษ์ และกลุ่มผู้ค้าบนลานประตูท่าแพ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะไม่มีการอนุญาตให้ตั้งจำหน่ายสินค้าบนลานประตูท่าแพแล้ว ตลอดจนจะไม่มีการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าทดแทนให้ ตามที่ทางกลุ่มผู้ค้าบนลานประตูท่าแพเสนอขอให้มีการปิดถนนในพื้นที่ติดต่อกับถนนคนเดินวันอาทิตย์เพื่อตั้งร้านจำหน่ายสินค้า
และหลังจากที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้ค้าบางรายได้พยายามจะตั้งร้านจำหน่ายสินค้าบนลานประตูท่าแพ ในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมถนนคนเดินวันอาทิตย์ ซึ่งขัดมติที่ประชุมร่วมของหลายหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ที่ไม่อนุญาตให้ตั้งจำหน่ายสินค้าบนลานประตูท่าแพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าพูดคุยทำความเข้าใจและไม่อนุญาตตั้งจำหน่ายสินค้า ทำให้ผู้ค้าต้องยอมปฏิบัติตาม
ทั้งนี้รายงานแจ้งว่าการนัดรวมตัวกันในครั้งนี้ทางกลุ่มผู้ค้าบนลานประตูท่าแพ มีประเด็นการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการต่อไปของกลุ่มผู้ค้า ซึ่งในการพูดคุยครั้งนี้ได้มีผู้นำสำเนาหนังสือราชการที่ออกโดยสำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ ลงวันที่ 18 มี.ค.59 ถึง ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เรื่อง อนุมัติให้ใช้พื้นที่โบราณสถานบริเวณข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเนื้อหาโดยสรุปว่าอธิบดีกรมศิลปากรอนุมัติให้ใช้พื้นที่ลานประตูท่าแพในการจำหน่ายสินค้าตามโครงการถนนคนเดิน และจัดกิจกรรมสาธารณะและงานประเพณีได้ ขึ้นมาพิจารณาหารือร่วมกันด้วย
จนกระทั่งได้ข้อสรุปร่วมกันของผู้ค้าว่าในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.59 ทางกลุ่มผู้ค้าบนลานประตูท่าแพ ที่มีอยู่เดิมทั้งสิ้นประมาณ 800 แผง จะกลับไปตั้งร้านจำหน่ายบนลานประตูท่าแพ โดยไม่ปฏิบัติตามมติประชุมร่วมของหลายหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว แต่จะยึดถือปฏิบัติตามหนังสือที่ทางอธิบดีกรมศิลปากรอนุมัติให้ใช้พื้นที่ได้ เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยพบว่าทางกรมศิลปากรที่เป็นเจ้าของพื้นที่มีการแจ้งหนังสืออย่างเป็นทางการเลยว่าไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่แล้ว
ทางด้าน นายสมโภช อินทรักษา หนึ่งในผู้ค้าบนลานประตูท่าแพ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ค้าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการที่ไม่มีพื้นที่ตั้งร้านจำหน่ายสินค้าและต้องขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัวมานานกว่า 8 เดือน ทั้งๆ ที่เคยตั้งร้านเฉพาะวันอาทิตย์ในช่วงการจัดงานถนนคนเดินมานานนับสิบปี และไม่เคยก่อปัญหาสร้างความเดือดร้อนใดๆ มาก่อน รวมทั้งประกอบอาชีพสุจริตด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากบางหน่วยงานและคนบางกลุ่มที่นำพื้นที่ไปใช้จัดกิจกรรมและมีการแบ่งพื้นที่ให้เช่าจนกลายเป็นปัญหา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทางกลุ่มผู้ค้าเลยแต่กลับต้องพลอยสูญเสียพื้นที่ทำมาหากินไปด้วย
โดยหลังจากที่ได้รับความเดือดร้อนมายาวนานกว่า 8 เดือน และข้อเสนอขอความช่วยเหลือเยียวยาด้วยการจัดหาพื้นที่ตั้งร้านให้ใหม่ไม่เป็นผล ทางกลุ่มผู้ค้าได้ตกลงร่วมกันแล้วว่าในวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.59 ผู้ค้าทั้งหมดที่เคยอยู่บนลานประตูท่าแพจะกลับไปตั้งร้านจำหน่ายสินค้าตามเดิม โดยไม่ปฏิบัติตามมติของทางจังหวัดเชียงใหม่แล้ว แต่จะยึดถือปฏิบัติตามหนังสือที่อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ลานประตูท่าแพอนุญาตให้ตั้งร้านจำหน่ายสินค้าได้ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยพบว่ามีหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น หากเจ้าหน้าที่ไม่ยินยอมให้ตั้งร้านก็จะใช้หนังสือดังกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันความชอบธรรม
ขณะเดียวกัน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวที่ระบุว่า อธิบดีกรมศิลปากรอนุมัติให้ให้ใช้พื้นที่ลานประตูท่าแพในการจำหน่ายสินค้าตามโครงการถนนคนเดินนั้น เบื้องต้นได้รับการชี้แจงว่าน่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของทางกลุ่มผู้ค้า โดยยอมรับว่าหนังสือดังกล่าวเป็นของจริงที่ออกตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.59 อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดไปแล้ว กล่าวคือการจะอนุญาตให้ใช้พื้นที่ลานประตูท่าแพหรือไม่อย่างไรนั้น ให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันของคณะกรรมการร่วมของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ รวมทั้งตัวแทนจากกลุ่มผู้ค้าด้วย โดยระหว่างการพิจารณาตกลงร่วมกันนั้น ให้กลุ่มผู้ค้างดการใช้พื้นที่ไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปเป็นที่ยุติ ซึ่งหากคณะกรรมการเห็นชอบให้ตั้งร้านจำหน่ายได้ก็จะต้องมีการกำหนดรูปแบบและหลักเกณฑ์ รวมทั้งรายละเอียดทั้งหมดเพื่อนำเสนอให้อธิบดีกรมศิลปากรพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ แต่หากคณะกรรมการไม่เห็นชอบก็น่าจะเป็นที่ยุติ
ความคิดเห็นเจ้าของกระทู้
น่าเห็นใจนะครับเรื่่องพวกนี้ ป้าข้างบ้านผม ขายของที่หน้าลานประตูท้าแพมาเป็น สิบๆปีแล้ว แล้วก็ยังไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ตัวป้าเขาเองก็บอกกับผมว่านับตั้งแต่ที่ทางเชียงใหม่งดไม่ให้ขาย ตอนนี้ก็ 8 เดือนแล้ว ตอนแรกสัญญาว่าจะหาที่จัดลานขายให้ใหม่ภายในไม่กี่เดือน แต่ตอนนี้ 8 เดือนก็ไร้วี่แวว ทางพ่อค้าแม่ค้าได้ส่งหนังสือ ไปหลายหน่วยงานของเชียงใหม่เข้าช่วยเหลือ แต่ก็ไร้วี่แววในการรับผิดชอบหรือการช่วยเหลือ ผมว่าทางเชียงใหม่ ควรจะหาที่ๆค้าขายให้พ่อค้าแม่ค้าคนพวกนี่น่ะครับ แต่ในข่าวที่ออกมาบอกว่าทางเชียงใหม่จะไม่หาลานที่ใหม่พ่อค้าแม่ค้าพวกนี้ ผมอ่านเศร้าใจมากนะครับ หลายคนก็แก่แล้วจะหางานทำอย่างอื่นคงลำบาก ทางบ้านป้าข้างบ้านผมบ้านหลังเล็กบ้านไม้ปลวกกินบ้าน อยู่ด้วยกัน 4 คน ลุง ป้า หลานอีก 2 คนเด็กประถม บ้านแออัดเอามากๆ และพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นก็ไม่ต่างอะไรจากป้าข้างบ้านผม ยังไงก็เห็นใจพวกเขาหน่อยน่ะครับ อย่างน้อยก็ถ้าไม่ให้ป้าเขาขายที่ลานท้าแพก็ควรจัดหาที่ใหม่ให้พวกเขา 800 แผง ถ้าคิดเป็นครอบครัว ก็ 800 กว่าครอบครัวเหมือนกัน ถ้านับเป็นคนในรอบครัวละ น่าจะ 2000 คน UP นะครับ ส่งสารพวกเขาหน่อยนะครับ คนที่อยู่สูงๆทั้งหลายท่านก็มีเงินมีตำแหน่งที่ดี ลองหันมามองพ่อค้าแม่ค้าทางนี้บ้างนะครับ ส่วนทางพ่อค้าแม่ค้าหลังกำแพงอีกฝั่งทำไมยังขายได้ไม่เดือดร้อนเลย ทำไมท่านไม่ขยายถนนคนเดินละครับ ให้พ่อค้าแม่ค้าพวกนี้ได้ค้าขายร่วมกัน ระวังน่ะครับ พ่อค้าแม่ค้าอาจจะส่งหนังสือ ถึง ท่านนายกรัฐมนตรีของเรา หรือไม่ก็สถานนี้ Thai PBS คราวนี้คงจะได้เดือดร้อนจริงๆแน่ ใครๆก็รู้นะครับ 2 ที่นี้ถ้าหนังสือถือเมื่องไหล่ เรื่องคงไม่จบง้ายๆ คนที่อยู่สูงๆคงได้หูบานกับน้ำลายแห้งแน่ๆ คงเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิมแน่ๆ เอาใจเขามาใส่ใจเราหน่อยน่ะครับ ถ้าเป็นพวกท่านพวกท่านจะทำยังไง พวกเขาหาเช้ากินค่ำรายได้ก็พอมีพออยู่พอกิน แต่ตอนนี้เหมือนมัดมือพวกเขาไม่ให้ทำอะไรเลย แล้วพวกเขาจะทำยังไงละ



โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
น้ำตกที่สูงที่สุดในภาคกลางของประเทศไทย
เลขเด็ดเสือตกถัง สูตรอ.พล ขอนแก่น งวด 16 มี.ค. 69
พืชที่ออกดอกได้เพียงครั้งเดียว และต้องรอนานที่สุดกว่าจะออกดอก
แฝดสาม แต่งงานในวันเดียวกัน
จังหวัดที่ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
ม.วลัยลักษณ์ จัดงาน Thailand RISE Fund Forum RISE UP THAILAND : ปลุกพลังวิจัย ให้ไทยอัพ ครั้งที่ 4 เชื่อมโยงงานวิจัยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
เผยงานวิจัยใหม่ กล้ามเนื้อสะโพกอาจบอกสัญญาณความชราได้เร็วกว่าที่คิด
ดาราจีน "จาง จิง อี้" เดินพรมแดง พร้อมถุงพลาสติกสุดหรู
เน็ตไอดอลจีนวัย 39 ดับคาจอ หลังปวดหัวรุนแรง
