7 วิธี พัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเหนื่อยน้อยลง
ความพยายามเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรู้ว่าจะต้องพยายามอย่างไรหรือเมื่อไหร่ก็สำคัญไม่แพ้กัน ดั่งคำคมที่ว่า
DON’T WORK HARDER , WORK SMARTER
ไม่จำเป็นต้องทำงานให้หนักขึ้น แต่จงทำงานอย่างฉลาด
มาเริ่มที่การบริหารเวลาในแต่ละวัน สร้างนิสัยที่จะช่วยแยกแยะว่าอะไร สำคัญมากสำคัญน้อย การมีวินัย และการวางแผน สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น โดยที่ไม่เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์
อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่การมีช่วงพักระหว่างวันในการทำงานนั้น จะช่วยทำให้คุณทำงานได้ดียิ่งขึ้นจริงๆ การพักเบรกยังดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานอิสระหรืองานออฟฟิศก็ตาม การลุกจากโต๊ะมาเดินบ้างจะช่วยลดอาการตาล้าและป้องกันอาการเส้นเลือดขอดที่ขาได้
มีงานวิจัยพบว่าการพักจากงานเพียงแค่ 5 นาที ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณกลับมาโฟกัสกับงานได้อีกครั้ง ให้ลองพักดูบ้างเมื่อเริ่มเหนื่อยล้าจากงาน และไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป ถ้าอยากรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ให้หาของกินที่เพิ่มพลังสมองแทนจะดีกว่า
กำหนดกิจวัตรประจำวันให้ติดเป็นนิสัย
สิ่งที่เราทำกันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน มักจะเป็นสิ่งที่ติดเป็นนิสัย ดังนั้นถ้าเราสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องพยายามหรือรู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม และการคุ้นเคยในการทำสิ่งเดิมๆซ้ำ ในเวลาและสถานที่เดิมๆนั้น ก็จะส่งผลให้เราทำสิ่งๆนั้นได้ดียิ่งขึ้น
เริ่มต้นวันของคุณด้วยการมีกิจวัตรยามเช้า อย่างเช่น การจดบันทึกยามเช้า (Morning pages) ทำสมาธิ หรือ ออกกำลังกาย มันสามารถช่วยให้คุณมีสมาธิที่ดีขึ้น การเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีนั้น ควรเริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวล่วงหน้าในคืนก่อนหน้าของวันดังกล่าว
สิ้นสุดวันทำงานของคุณด้วยวิธีใกล้เคียงกัน ปิดออฟฟิศ ทำความสะอาดโต๊ะทำงานเพื่อจะได้เริ่มทำงานในเช้าวันใหม่ได้อย่างสดชื่น ไม่ว่าคุณจะทำงานที่บ้านหรือออฟฟิศก็ควรมีกิจวัตรบางอย่างที่เป็นเครื่องหมายเพื่อแสดงว่าการทำงานสำหรับวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
กำหนดเวลา “ห้ามรบกวน”
ส่วนที่ดีและแย่ที่สุดของการทำงานที่บ้าน ก็คือการทำงานที่บ้านนี่แหละ เพราะสมาชิกร่วมบ้านสามารถเดินเข้าออกห้องทำงานของคุณระหว่างทำงานอยู่เพียงเพื่อ “คุยเล่น” หรือถกเรื่องเล็กๆน้อยๆ ดังนั้นจงแสดงออกให้ชัดเจนว่าคุณไม่ต้องการถูกรบกวนในช่วงเวลาทำงาน ยกเว้นว่าจะเป็นเหตุด่วนจริงๆ ซึ่งคุณสามารถทำเช่นเดียวกันนี้ได้ แม้คุณทำงานในออฟฟิศ โดยบอกกับเพื่อนร่วมงาน ว่าคุณไม่อยากถูกรบกวนในตอนนี้
เช็คอีเมล์และโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น
เชื่อว่าหลายท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็เป็น พวกท่านเช็คอีเมล์และโซเชียลมีเดียหลายๆครั้งต่อวัน ปัญหาก็คือการแวบเข้าไปดูบ่อยๆ จะทำให้คุณเสียสมาธิ และต้องใช้เวลาเกือบ 25 นาทีกว่าจะเลิกวอกแวกและกลับมาโฟกัสกับงานเหมือนเดิมได้ ปิดการแจ้งเตือนอีเมลและกำหนดเวลาเช็คประจำวันไว้ หนึ่งครั้งตอนเช้าและอีกครั้งหนึ่งตอนบ่าย ทำเช่นเดียวกันกับโซเชียลมีเดีย
ทำรายการสิ่งสำคัญที่ต้องทำ 3 อันดับแรก
การวางแผนในแต่ละวันล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ต้องทำหากคุณอยากทำงานต่างๆให้เสร็จเรียบร้อยทันเวลา แต่แทนที่จะทำรายการสิ่งที่ต้องทำแบบยืดยาว ให้ลองทำรายการแค่สามข้อที่สำคัญที่สุดแทน โดยการจำกัดรายการให้เหลือแค่สามข้อที่สำคัญที่สุดเท่านั้น มันจะทำให้รายการของคุณไม่ล้นเกินไปและสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น
บริหารระบบการจัดการเวลาของตัวเองให้ดี
สมุดแพลนเนอร์คือตัวช่วยสำคัญ คุณไม่ควรมองข้ามการจดสิ่งต่างๆลงไปในกระดาษ มีงานวิจัยออกมาสนับสนุนว่าการจดสิ่งต่างๆด้วยลายมือตัวเอง ช่วยให้จำสิ่งนั้นได้ดีขึ้น และข้อดีอีกอย่างก็คือ การตกแต่งหน้าสมุดแพลนเนอร์นั้นสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลได้อีกด้วย
ถ้าคุณไม่ชอบเขียน ก็มีอีกทางเลือกนึงก็คือแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ อย่างเช่น Trello ที่คุณสามารถแยกบอร์ดและการ์ด แปะป้ายสีและใส่รายละเอียดระบุลงในการ์ดแต่ละใบได้ตามต้องการ แอพพลิเคชั่นนี้สามารถช่วยทำอะไรได้นับไม่ถ้วนเลย
จัดระเบียบพื้นที่ทำงานของคุณ
การจัดระเบียบให้กับโฟลเดอร์งานหน้าเดสก์ท็อปหรือ cloud-based จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว จัดการอีเมล์ของคุณด้วยการติดป้ายกำกับสำหรับ Gmail หรือสร้างแฟ้มแบ่งกลุ่มถ้าคุณใช้ Outlook เพื่อทำให้ทุกอย่างสะอาดตาและไม่ยุ่งเหยิง และแนะนำอีกนิดก็คือควรเรียนรู้วิธีใช้คีย์ลัดแทนการใช้เมาส์ด้วย
นอกจากพื้นที่ทำงานออนไลน์แล้ว อย่าลืมจัดระเบียบให้กับออฟฟิศจริงๆของคุณด้วย กำหนดเวลาประจำวันสำหรับการกำจัดเศษกระดาษเก่าๆ (เช่น บ่ายวันศุกร์) เก็บใบเสร็จและใบกำกับสินค้าต่างๆ ใส่ในตู้หรือกล่องเก็บเอกสารการมีพื้นที่ทำงานที่เรียบร้อยจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีสมาธิขึ้น
การทำงานอย่างชาญฉลาดไม่ใช่แค่การใส่ใจกับงานมากขึ้นหรือมีแอพพลิเคชั่นและโปรแกรมที่ทันสมัยเป็นตัวช่วยเท่านั้น แต่คุณต้องรู้ข้อจำกัดและข้อด้อยของตัวเองด้วย เพื่อจะได้ออกแบบระบบการทำงานที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด หากคุณดูแลและรับผิดชอบงานของตัวเองได้ดีขึ้น คุณก็จะทำงานได้มากขึ้นด้วยเวลาที่น้อยลง!
Source : Life Hack
ต่างจังหวัดในไทยที่กำลังจะมีรถไฟในอนาคต
จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
เปิด 10 จังหวัดที่มีความยากจนสูงสุดในไทย ปี 2568–2569
เมืองที่ “อยู่ยาก” หรือ “ไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย” (จากสภาพแวดล้อมจริง)
รวมภาพตลกเฮฮา ขำขันประจำวันนี้ วันที่เป็นวันแรกๆของเดือนมีนาคม อากาศร้อนดีแท้เน่อ
คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
Costa Rican Tadpoles ลูกอ็อดโปร่งใส ของเจ้ากบแก้วแห่งคอสตาริกา
ไม่มีอะไรที่มอสสาดทำไม่ได้!
ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก(พื้นที่เพียง 550 ตร.ม.)
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
ค่าตอบแทนเงินเดือนพนักงานเก็บเงินทางด่วน
เลขเด็ด "แม่นมาก ขั้นเทพ" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69 มาแล้ว!..คอหวยส่องด่วน!!
จังหวัดทั้งหมดในประเทศไทย ที่ยังไม่มีเส้นทางรถไฟตัดผ่าน
หนุ่มโดนเครื่องคั้นน้ำอ้อยหนีบมือ หวิดขาดแต่ยังนิ่ง
อิหร่านเปิดศึกเดือด! ยิงขีปนาวุธแตก 80 ลูกถล่มอิสราเอล โลกจับตาสงครามลุกลาม
เพื่อนช่วยลดน้ำหนัก ด้วยการทักมาด่า ไอ้อ้วนทุกวัน







