ตัวประกันมือถือ 2 จี 9 ล้านเลขหมาย
ในที่สุดลูกค้าผู้ใช้บริการมือถือ 2 จีบนคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ตซ์ (MHz) ร่วม 9 ล้านเลขหมาย ก็ถูกจับเป็น “ตัวประกัน” บนสงครามช่วงชิงคลื่นความถี่ใต้จมูก กสทช.หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทราคมนาคมแห่งชาติจนได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีการส่งสัญญาณมาจากหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมไทยที่จ้องจะ “ลอยแพ” ปล่อยให้ผู้ใช้บริการ 2 จีกลุ่มนี้ที่มีอยู่กว่า 18 ล้านเลขหมาย ให้เผชิญปัญหา “ซิมดับ” มาตั้งแต่การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ!
โดยหากย้อนรอยไปพิจารณาในช่วงก่อนหน้าภายหลังสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2 จี 900 MHz ที่บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสมีอยู่กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 กสทช.ได้ให้เอไอเอส ยื่นแผนการคุ้มครองผู้ใช้บริการ (ตามประกาศ กสทช.เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวฯ) ก่อนที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช.จะเห็นชอบให้กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 และกำหนดวันสิ้นสุดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900 MHz ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.2558
ทั้งที่ กสทช.ยังไม่มีการจัดประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะ กสทช.กำหนดจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz เอาไว้ครั้งแรกวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ก่อนจะมาสรุปลงตัวในวันที่ 15 ธันวาคม 2558
เมื่อบริษัททักท้วงไปยัง กสทช.และขอให้พิจารณาขยายมาตรการคุ้มครองฯออกไป พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการฯโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900 MHz ที่กำหนดระยะเวลาที่สั้นกว่าระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการระบบ 1800 MHz ก่อนหน้านี้ที่ กสทช.มีการกำหนดและขยายเวลาคุ้มครองไปนานกว่า 2 ปี ทั้งที่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900 MHz มีผู้ใช้บริการมากกว่า 1800 MHz (ที่เหลือคงค้างในระบบเมื่อสิ้นสุดสัมปทานราว 17 ล้านเลขหมาย) การกำหนดระยะเวลาคุ้มครองที่สั้นมากดังกล่าว ย่อมกระทบผู้ใช้บริการที่ไม่สามารถเร่งดำเนินการโอนย้ายไปยังเครือข่ายผู้ใช้บริการรายอื่นได้ทัน
ก่อนที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และ กสทช.จะยอมขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการดังกล่าวออกไป จนถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2558 ซึ่งก็ยังมีปัญหาตามมาอีกเพราะเป็นการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการคุ้มครองที่ให้มีผลทันทีภายหลังจาก กสทช.เสร็จสิ้นการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz โดยไม่พิจารณาไปถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้บริการที่ยังมีคงค้างอยู่ในระบบ ซึ่งในเวลานั้นยังคงมีมากกว่า 12 ล้านเลขหมาย และกทค.-กสทช.เองก็รู้อยู่เต็มว่า แม้จะได้ผู้ชนะประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว แต่กว่าที่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะดำเนินการลงทุนติดตั้งและขยายเครือข่ายเพื่อรองรับผู้ใช้บริการรายเดิมนับสิบล้านเลขหมายได้นี้ ก็ต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 3-6 เดือนหรือเป็นปี
ถึงจุดนี้ บอร์ด กทค.จึงมอบหมายให้ กสทช.หารือไปยังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอรับนโยบายการแก้ไขปัญหา “ซิมดับ” ที่จะเกิดขึ้น (ทั้งที่เป็นความบกพร่องของตนเอง) ด้วยข้ออ้างที่ว่าไม่มีอำนาจจะขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการใดๆ เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขประมูล 4 จีบนคลื่นความถี่ 900 MHz ที่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการให้บริการเอาไว้ ก่อนที่หัวหน้า คสช. จะให้นโยบายให้ชะลอการสิ้นสุดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 900 MHz ไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยจากหัวหน้า คสช.หรือจนกว่า กสทช.จะจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz เสร็จสิ้นและออกใบอนุญาต 4 จีแก่ผู้ประมูลได้
ช่างเป็นการขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ 2 จีที่แสนโกลาหล เพราะต้องลุ้นกันทุกลมหายใจว่าซิม 2 จีจะดับลงวันไหน ผิดกับกรณีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 1800 MHz จำนวน 17 ล้านเลขหมายที่เคยเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ราว “ฟ้ากับดิน” เพราะในครั้งนั้น กสทช.ยืนยันที่จะไม่ยอมปล่อยให้เกิดปัญหา “ซิมดับ” ลอยแพผู้ใช้บริการเกิดขึ้น จนเป็นที่มาของการออกประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว กรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทานหรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 (ประกาศมาตรการเยียวยา) ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการรายเดิมยังคงต้องให้บริการในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ผู้ใช้บริการยังคงสามารถใช้งามือถือต่อไปได้ ทั้งยัง มีคำสั่งทางปกครองห้ามหน่วยงานรัฐคือ “แคทเทเลคอม” ขัดขวางกระบวนการแก้ไขปัญหาซิมดับที่ว่านี้ พร้อมกับเร่งรัดการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ใช้บริการเร่งดำเนินการโอนย้ายเลขหมายไปยังเครือข่ายผู้ให้บริการรายอื่น
มีการขยายมาตรการเยียวยาเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการในระบบดังกล่าวมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งหลงเหลือผู้ใช้บริการในชั้นสุดท้ายอยู่ไม่ถึง 30,000 รายจากที่เคยมีอยู่กว่า 17 ล้านเลขหมาย ก่อนที่บริษัทผู้ให้บริการรายเดิมจะดำเนินการโอนย้ายผู้ใช้บริการล็อตสุดท้ายนี้แบบยกล็อตเข้าค่ายไป
แต่กับกรณีผู้ใช้บริการ 2 จีบนคลื่น 900 MHz ที่มีอยู่กว่า 18 ล้านเลขหมายมากกว่าระบบ 1800 MHzนั้นกลับจ้องแต่จะลอยแพให้ซิมดับเป็นรายวัน!
เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ กสทช.ยังไม่ได้ไขความกระจ่างให้แก่สังคมก็คือ ผลพวงจากการประกาศ กสทช.เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีมือถือระบบ 1800 NMHz ที่ กสทช.ประเคนไปให้บริษัทสื่อสารผู้ให้บริการรายเดิม จะต้องดำเนินการเยียวยาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับในอดีต โดยกำหนดให้บริษัทต้องนำรายได้ภายหลังจากหักต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกค้าคงค้างในระบบส่งเข้ารัฐ ที่กินเวลาร่วม 2 ปี ซึ่งนัยว่างมีมูลค่านับ 10,000 ล้านนั้น จนถึง ขณะนี้ กสทช.ก็ยังคงเคลียร์หน้าเสื่อไม่แล้วเสร็จ เพราะยังไม่ได้รับเม็ดเงินเยียวยาดังกล่าวเข้ารัฐแต่อย่างใด
และในทันทีที่ กสทช.เสร็จสิ้นการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในค่ำวันที่ 21 ธันวาคม 2558 โดยมีบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือทรูคอร์ป และ บริษัทแจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัดในเครือจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะประมูล คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ก็จัดประชุม และมีมติรองรับผลการประมูลทันที พร้อมกำหนดให้ระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการฯสิ้นสุดลงในวันที่ กสทช.ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ชนะประมูลรายหนึ่งรายใดในทันที
ทั้งๆ ที่ กทค.และ กสทช.รู้อยู่เต็มอก การกำหนดให้มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการสิ้นสุดลงในทันทีที่ กสทช.ออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว ย่อมทำให้ผู้ใช้บริการที่ยังคงค้างในระบบร่วม 9 ล้านเลขหมายในขณะนั้นต้องเผชิญกับปัญหา “ซิมดับ” ในทันที และการดำเนินการดังกล่าวหาได้สอดคล้องกับนโยบายของ คสช.ที่ขอให้ชะลอการสิ้นสุดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของหัวหน้า คสช.
เป็นการลอยแพผู้ใช้บริการ เป็นการจับเอาผู้ใช้บริการเป็นตัวประกันหรือไม่
แม้ก่อนหน้านี้บริษัทเอไอเอสผู้ให้บริการรายเดิม จะร้องขอให้ กทค.พิจารณาขยายมาตรการทบทวน ไปถึง 5 ฉบับเพื่อแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยฉบับสุดท้ายนั้น มีขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม 2558 นั้นได้ขอใช้คลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 5 เมกกะเฮิร์ตซ์ในชุดที่ 1 ที่เป็นคลื่นความถี่ในส่วนที่บริษัทแจส โมบาย บรอดแบนซ์ ที่เป็นผู้ชนะประมูลไปแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาจ่ายเงินค่าธรรมเนียมประมูลเพื่อขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจาก กสทช. พร้อมกับยืนยันว่า ยินดีจ่ายเงินรายได้ที่เกิดขึ้นเข้ารัฐคือ กสทช.
แต่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ก็มีมติบอกปัดข้อเสนอดังกล่าวและยืนยันให้มาตรการาคุ้มครองผู้ใช้บริการฯมือถือระบบ 2 จี 900 MHz จะต้องสิ้นสุดลงในวันที่ กสทช.ออกใบอนุญาตให้แก่บริษัทสื่อสารผู้ชนะประมูลรายหนึ่งรายใดที่เข้ามาจ่ายเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแล้วเช่นเดิม พร้อมกับเสนอหนทางออก เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการเดิมไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ โดยให้บริษัทเอไอเอสต้องไปเช่าคลื่นความถี่ 900 MHz จากทรูมูฟ เอช ที่ได้รับสิทธิ์ใช้คลื่นดังกล่าวแทน โดยต้องจ่ายค่าตอบแทนการใช้คลื่นแก่บริษัทที่เรียกมาเดือนละ 450 ล้านบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ และไม่ถือว่าเป็นการขยายมาตรการคุ้มครองตามประกาศ กสทช.แต่อย่างใด
ในขณะที่เอไอเอสก็ยืนยัน ไม่สามารถจะดำเนินการตามมติบอร์ด กทค.ได้ เพราะคลื่นความถี่ที่บริษัทร้องขอใช้เป็นการชั่วคราวเพื่อเยียวยาและคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ระหว่างการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ากลุ่มนี้เร่งโอนไปยังเครือข่ายผู้ให้บริการรายอื่นนั้น เป็นคลื่นความถี่ ชุดที่ 1 ในส่วนที่ กสทช.ยังไม่ได้จัดสรรให้แก่บริษัทเอกชนรายใด และบริษัทไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนไปใช้คลื่นความถี่ในชุด ที่ 2 ที่บริษัททรูมูฟ เอช ได้ใบอนุญาตไปด้วย จึงยังผลให้การเจรจาเพื่อ “ผ่าทางตัน” ปัญหา “ซิม 2 จี 900 MHz” ไร้หนทางออก
จนถึงวันนี้บอร์ด กทค.และ กสทช.ยังคงยืนยันส่าไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้เอไอเอสนำเอาคลื่นความถี่จำนวน 5 MHz ที่อยู่ในมือออกไปให้บริการเป็นการชั่วคราวระหว่างเปลี่ยนผ่านให้ลูกค้าในระบบ 2 จี 900 เดิมเร่งดำเนินการโอนย้ายเลขหมายไปยังเครือข่ายผู้ให้บริการรายอื่นได้ เพราะยังไม่ได้จัดสรรออกใบอนุญาตให้แก่ใคร หนทางเดียวที่จะทำได้ก็คือจะต้องให้เอไอเอสไปขอใช้คลื่นความถี่ จากทรูมูฟที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ออกไปแล้วเท่านั้น คำถามที่บอร์ด กทค และกสทช.เองต้องตอบสังคมก็คือ ในกรณีปัญหาทีวีดิจิตอลที่กำลังหืดจับหายใจไม่ทั่วท้อง ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการต่างออกมาร้องแรกแหกกระเชอที่จะขอคืนไลเซ่นส์ และขอให้ กสทช.แสวงหาหนทางออกให้นั้น
ล่าสุด กสทช.มีมติเมื่อ 10 มีนาคม 2559 เห็นชอบการแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯเพื่อเปิดทางให้มีการโอนเปลี่ยนมือไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอลได้ โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ออกมาเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ กสทช.ในวาระพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอลว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 มาตรา 43 ที่ระบุใบอนุญาตถือเป็นสิทธิเฉพาะไม่สามารถโอนเปลี่ยนมือได้ ไปเป็นสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ เพื่อเปิดช่องให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลได้ผ่อนคลายสถานการณ์ โดยมี 2 แนวทางในการแก้ไขคือเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาแก้ไข ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หรือเสนอให้นายกฯและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตาม ม.44 ผ่านทางตันปัญหาดังกล่าวที่สามารถทำได้เร็วกว่า
ก็ไหนว่า กสทช.ไม่มีอำนาจ แล้วเหตุใดเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับกิจการทีวีดิจิตอล กสทช.กลับแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาถึงขั้นให้มีการแก้ไขกฎหมายจัดตั้งคือ พ.ร.บ.คลื่นความถี่ พ.ศ.2553 ได้ กสทช.คงจะลืมไปว่าตามมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของ กสทช.เอาไว้ใน (23) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีกฎหมายหรือแก้ไขปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรคลื่นความถี่และการดำเนินการอื่นๆ ที่ เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งก็คือสิ่งที่ กสทช.กำลังดำเนินการผ่าทางตันให้กับกับกิจการโทรทัศน์อยู่ในเวลานี้
แล้วเหตุใด กสทช.ไม่คิดจะรายงานสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอรับนโยบายการแก้ไขปัญหา แต่กลับเลือกที่จะปล่อยให้เกิดปัญหา “ซิมดับ” และหันไปแสวงหาทางออกด้วยการบีบให้ผู้ให้บริการไปเช่าใช้คลื่นความถี่ 900 MHz จากบริษัทสื่อสารที่ได้รับใบอนุญาตไปแทน ทั้งที่คลื่นความถี่ที่บริษัทสื่อสารผู้ให้บริการเดิมขอใช้นั้น เป็นคนละส่วนกับคลื่นความถี่ที่บริษัทได้รับอนุญาตจัดสรรไป และบริษัทเอกชนรายดังกล่าวยังไม่มีโครงข่ายให้บริการ และยังต้องไปเจรจาขอเช่าใช้โครงข่ายจากบริษัททีโอทีอีกทอด
มันจึงคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นความพยายามที่จะประเคนผลประโยชน์ออกไปให้บริษัทสื่อสารบางราย โดยอาศัย “ตัวประกัน” ซึ่งก็คือผู้ใช้บริการมือถือร่วม 9 ล้านเลขหมายนี้ เป็นเครื่องมือในการต่อรอง หากบริษัทไม่ดำเนินการไปตามมติ กทค. และ กสทช.วางไลน์ไว้ ก็ต้องปล่อยให้ “ซิมดับ” เท่านั้น!
หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมไทยเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?!!!
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
ฮุนเซน" สั่งขนอาวุธ 28 ตันและทหารรับจ้างเข้ากัมพูชา หวังฟื้นฟูกองทัพหลังสูญเสียหนัก
รวมที่สุดเลขเด็ดงวด 2 ม.ค. 69: บารมีปู่ขาวจับโจรทันควัน พ่วงธูปมงคลและเลขดังทั่วไทย
เครื่องบินประสบอุบัติเหตุกลางอากาศ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากถูกเหวี่ยงออกจากที่นั่ง
เลขเด็ด TikTok วันนี้รวย! หวยงวด 2 มกราคม 69..รีบส่องด่วน!!!
สมเด็จพระบาทนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มอบเหรียญกล้าแก่เชลยศึก แต่ทหารที่พลีชีพยังไร้การเหลียวแล
12 ฉายาคนกีฬาแห่งปี 2568.จากสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย
หลวงปู่ศิลาให้พรในพิธีสะเดาะเคราะห์และพุทธาภิเษกเหรียญรุ่น อริยะทรัพย์ อริยะสัจ4 ก่อนหลุดโฟกัสขันน้ำมนต์.
นักวิทย์ค้นพบว่า "ตาโต ไม่ได้แปลว่า ฉลาด"
วิกฤตปอยเปต! จากเมืองคๅสิโนสู่เมืองร้าง จีนเทาทิ้งบ่อน ชาวบ้านครวญน้ำมันลิตรละ 250
ผ่าดวงการเมืองปี 69 “อนุทิน” ราศีจับลุ้นนั่งนายกฯ “เท้ง” คะแนนดีแต่ส่อวูบเพราะคดี “อภิสิทธิ์” เตรียมคืนชีพ
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
เกร็ดความรู้น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาป้องกันชายแดนไทยระหว่างรอกำแพงกั้นถาวร ซึ่งตอนนี้กั้นไปกว่า 150 ตู้แล้ว
งามไส ทหารเขมรแนวหน้า ถูกธนาคาร ขู่ยึดบ้าน ที่ดิน หลังไม่มีเวลาไปชําระ
สื่อเขมรทัวร์ลง! อ้าง "ไทย" ใช้เงินซื้อสื่อ CNN เพื่อให้โปรโมทงานเคาท์ดาวน์
ผ่าดวงการเมืองปี 69 “อนุทิน” ราศีจับลุ้นนั่งนายกฯ “เท้ง” คะแนนดีแต่ส่อวูบเพราะคดี “อภิสิทธิ์” เตรียมคืนชีพ
ชายญี่ปุ่นก่อเหตุlปลือยกๅยและถูกจับคาวังญี่ปุ่น
ฮุนเซน" สั่งขนอาวุธ 28 ตันและทหารรับจ้างเข้ากัมพูชา หวังฟื้นฟูกองทัพหลังสูญเสียหนัก
ละตินอเมริกาในพื้นที่สีเทา ความบาดหมางสหรัฐฯ–เวเนซุเอลาที่ยังไม่คลี่คลาย