Single Gateway เป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง
ประเด็นเรื่อง Single Gateway กลายเป็นประเด็นร้อนของสังคมไทยในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายสร้าง Single Gateway ด้วยเหตุผลเรื่อง "ความมั่นคง"
อินเทอร์เน็ต ถูกออกแบบมาด้วยสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ ไม่มีจุดกลางมาตั้งแต่ต้น ทนทานต่อการถูกทำลายจุดใดจุดหนึ่งแล้วล่มไปทั้งระบบ (จริงๆ แล้วอินเทอร์เน็ตหรือ ARPANET ออกแบบมาให้ทนทานต่อสงครามนิวเคลียร์ ในกรณีสหรัฐเปิดสงครามกับโซเวียต และประเทศถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธนิวเคลียร์)
ภาพประกอบ: แผนที่อินเทอร์เน็ตจากโครงการ Opte
สถาปัตยกรรมแบบโครงข่าย และวัฒนธรรมความเสรีของอินเทอร์เน็ต กลายเป็นโลกที่ซ้อนทับกับสภาพสังคมในโลกจริง (ที่อาจไม่เสรีเท่ากับในเน็ต) ผลจึงออกมาเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนที่ท่องไปอย่างเสรีในโลกไซเบอร์ และกลุ่มสภาพสังคมเดิม (status quo) ที่ดำรงมาตั้งแต่โลกก่อนมีไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันเชิงสังคมอย่างศาสนา วัฒนธรรม ไปจนถึง "รัฐ" ในฐานะผู้ปกครองสังคมนั้น
ตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างโลกอินเทอร์เน็ตกับโลกความเป็นจริงมีให้เห็นมากมายนับไม่ถ้วน สิ่งที่อาจดูปกติบนเน็ตที่พรมแดนพร่าเลือน กลับกลายเป็นเรื่องต้องห้าม (taboo) ในบางสภาพสังคม
ความพยายามของรัฐในการควบคุมอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องใหม่ หน่วยงานภาครัฐทั่วโลกพยายามเข้ามา "คุม" อินเทอร์เน็ตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน เราจึงเห็นข่าวความพยายามลักษณะนี้ของรัฐบาลทั่วโลก การบล็อคหรือปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงอาจกลายเป็นสิ่งธรรมดาที่พบได้ทั่วไป แต่วิธีการควบคุมอื่นๆ ยังมีเรื่องการดักฟังหรือสกัดจับข้อมูล ดังที่เกิดมาแล้วในกรณี NSA ของสหรัฐ หรือ GCHQ ของสหราชอาณาจักร ที่ดักจับข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต "ที่เชื่อได้ว่า" เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐนั้น(รายละเอียดในบทความ ทำไมรัฐไทยถึงต้องทำ Single Gateway: มุมมองจากรัฐศาสตร์ โดย nrad6949)
ในกรณีของประเทศไทยเอง ความพยายามควบคุมอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เราคงจำกรณีการบล็อค YouTube ในปี 2007 ที่เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีความพยายามด้านการบล็อค "เว็บไม่เหมาะสม" อีกนับไม่ถ้วน (ไม่เว้นแม้แต่ปริศนาดำมืดอย่างเว็บหนังสือพิมพ์ Daily Mail ว่าถูกบล็อคจากเหตุผลใด)
เราอาจมองว่าโครงการ Single Gateway ถือเป็นพัฒนาการขั้นล่าสุดของความพยายามควบคุมอินเทอร์เน็ตของรัฐไทย ซึ่งในแง่การนำไปปฏิบัติได้จริง เรื่องนี้ยังเป็นที่น่ากังขา ว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน
คำอธิบายของรัฐไทยในการผลักดัน Single Gateway ครั้งนี้มีด้วยกัน 2 ข้อใหญ่ๆ
อย่างแรกคือ "ความมั่นคง" ซึ่งอธิบายด้วยเหตุผลทางรัฐศาสตร์ข้างต้น เหตุผลข้อนี้ถูกหักล้างได้อย่างง่ายดาย เพราะ "ความมั่นคงของรัฐ" ไม่เคยตรงกับ "ความมั่นคงของประชาชน" อยู่เสมอมา และในภาวะที่ไม่มีภัยคุกคามใดที่จับต้องได้ (อีกทั้งนิยามของ "ภัยคุกคาม" ในปัจจุบัน เปลี่ยนรูปไปมากจากภัยคุกคามในสมัยสงครามเย็น ที่ดูเหมือนว่ารัฐไทยยังติดกรอบวิธีคิดในยุคนั้นอยู่)
อย่างที่สองคือ "ช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ" เหตุผลข้อนี้อาจดูน่าฟังกว่า แต่ถ้านำหลักการทางเศรษฐศาสตร์มาอธิบายแล้ว การลดต้นทุนที่ดีที่สุดคือเปิดให้ตลาดมีสภาพการแข่งขันที่สมบูรณ์ (Laissez-faire ในความหมายทางเศรษฐศาสตร์) ต่างหาก ซึ่งในปัจจุบันสภาพตลาดอินเทอร์เน็ตไทย ถือว่ามีสภาพการแข่งขันที่ดีในระดับหนึ่ง บริการอินเทอร์เน็ตภาคเอกชนมีการแข่งขันอย่างสูง ส่งผลให้อินเทอร์เน็ตไทยพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ในแง่อัตราการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และราคาที่ลดลงมากในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา (รายละเอียดในบทความ พัฒนาการการเปิดเสรีอินเทอร์เน็ตไทย โดย @icez)
หลักการ "เหมาโหลถูกกว่า" เป็นเรื่องจริง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการแชร์เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ของโอเปอเรเตอร์หลายค่ายในไทย ที่ช่วยลดต้นทุนซ้ำซ้อนลงได้
แต่เราต้องไม่ลืมว่าหลักการนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า เอกชนต้องมีสิทธิเลือกรวมตัวกันเพื่อลดต้นทุน (consolidation) อย่างเสรีด้วย ไม่ใช่ถูกบีบบังคับให้รวมตัวกันด้วยเหตุผลอื่น แล้วใช้ข้ออ้างเรื่องลดต้นทุน
เราทราบกันดีว่าหน่วยงานรัฐทั่วโลกไม่สามารถดำเนินธุรกิจหรือบริการได้มีประสิทธิภาพเท่ากับเอกชน ดังนั้นถ้าเอกชนถูกบีบให้รวมกันเช่าช่องสัญญาณเพื่อลดต้นทุนเข้าจริงๆ เราก็สามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่า คุณภาพของบริการจะลดลงกว่าต้นทุนอีกหลายเท่า
โดยสรุปแล้ว การนำช่องทางเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกลับมารวมศูนย์ ตามแนวคิด Single Gateway จึงขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับธรรมชาติของอินเทอร์เน็ต ทั้งในแง่เทคนิคและการแข่งขันเชิงธุรกิจ
ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคนิคจำนวนมากจะมองว่าโครงการนี้ทำให้เกิดจริงได้ยาก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นมาก คือ วิธีคิด (mindset) ของรัฐไทยต่ออินเทอร์เน็ต ที่ไม่ว่ารัฐบาลยุคสมัยใด (รวมถึงรัฐบาลจากการเลือกตั้ง) หรือมุมมองระดับข้าราชการประจำ ต่างก็มีมุมมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็น "ภัย" ต่อสังคมที่ต้องถูกควบคุมด้วยกันทั้งสิ้น
ต่อให้โครงการ Single Gateway ถูกยกเลิกไป ด้วย mindset ลักษณะนี้ ในอีกไม่ช้า เราสามารถพยากรณ์ได้เลยว่ารัฐไทยจะต้องมี "ไอเดียใหม่" ในการควบคุมอินเทอร์เน็ตโผล่มาอีกเรื่อยๆ
ซึ่งเรารู้ๆ กันอยู่ว่ามันไม่เวิร์คหรอก
คำถามต่อมาคือเราควรรับมือกับอินเทอร์เน็ตอย่างไร?
ยอมรับ และสร้างประโยชน์จากมันครับ
อินเทอร์เน็ตกลายเป็นโครงข่ายระดับโลกที่อยู่เหนือสภาพการควบคุมของรัฐใด (แม้แต่สหรัฐอเมริกาก็ตามที) พลังของอินเทอร์เน็ตยิ่งใหญ่เกินกว่าที่โครงสร้างสังคมใดจะเปลี่ยนแปลงมันได้
สังคมไม่เสรี พยายามควบคุมอินเทอร์เน็ต
แต่สุดท้ายแล้ว
อินเทอร์เน็ตต่างหาก ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้เสรี
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดไหนบ้าง ที่มีชื่อเล่นจนคนเรียกติดปาก มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
จังหวัดที่รวยที่สุดในประเทศไทย (ไม่รวมกรุงเทพฯ)
คําขวัญจังหวัดไหน ยาวที่สุดในไทย
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
"หนุ่ม กะลา" เคลื่อนไหวเบาๆ ติดตามสถานการณ์ทองคำ
ถอดรหัสความเรียบง่ายของ "เทพเหว่ย": อัจฉริยะคณิตศาสตร์ผู้เลือกใช้ชีวิตสมถะ สวนทางโลกวัตถุนิยม
ประเทศที่ไม่มีทะเลแต่มีกองทัพเรือ
เมืองที่ “อยู่ยาก” หรือ “ไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย” (จากสภาพแวดล้อมจริง)
ประเทศที่มีพื้นที่เล็กยิ่งกว่าสวนสาธารณะ
เลขเด็ด "ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69 วิ่งมาให้โชคแล้ว..รีบส่องเลย!
จังหวัดขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ที่ไม่มีแม่น้ำสายหลักไหลผ่าน
สาวขับรถเข้าซอยเจอคนเดินเยอะ นึกว่ากลับไปยุคจูราสสิค
ระทึกกรุงชิง! “ผู้ใหญ่กุ้ง” คลั่งยิงเพื่อนบ้านดับ บุกบ้านนายกฯ นาสาร เผารถ ก่อนโดนกระสุนปริศนาเจาะร่างดับคาที่
เมื่อ "เจ้าถิ่น" กลายเป็น "ขาตั้งกล้อง" ไวรัลสุดฮาจากตุรกีที่ทำเอาแมวเซเลบถึงกับมองแรง!
เมื่อ "จุดเซฟ" ในเกมโผล่ขึ้นกลางทะเลสาบ! ปรากฏการณ์ชวนอึ้งที่คามิสุวะ