จอดรถในห้างแล้วรถหาย ทำอย่างไร ใครรับผิดชอบ
เคยสงสัยกันมั้ยว่าเวลาเราไป ซื้อของ ช้อปปิ้ง ตามห้างแล้วจอดรถไว้ในที่จอดรถของห้าง แล้วปรากฏว่ารถของเราหายไป ห้างจะรับผิดชอบมั้ย เชื่อว่าหลายๆคนอยากจะรู้ เรามาดูกันนะครับว่าปัจจุบันนี้กฏหมายจะคุ้มครองเรื่องนี้อย่างไร อาจจะยาวหน่อยแต่อ่านเถอะครับเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
ปัญหาเช่นว่า เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และมีการฟ้องร้องต่อสู้คดีความในศาลกันอย่างยืดเยื้อ ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนถึงชั้นศาลฎีกา
ลองคิดกันเล่นๆ หากห้างฯต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะใช้เหตุผลใดเอาผิดกับห้างฯ แตกหน่อความคิดออกไปอีก ถ้ารถไม่ได้หายในห้างฯล่ะ แต่ไปจอดไว้ที่อื่น เช่น หอพักหรือสนามบิน ทั้งเจ้าของหอพักหรือทางสนามบินจะต้องรับผิด ชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของรถด้วยหรือไม่
ประเด็นนี้ อุดม งามเมืองสกุล ได้จุดประกายความคิด พร้อมกับตั้งข้อสังเกต เพื่อเป็นความรู้เอาไว้ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างน่าสนใจ
เขาบอกว่า กรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นสัญญาฝากทรัพย์ และสัญญาให้เช่าที่จอดรถ เพราะหากเป็นการฝากทรัพย์จะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 657
“อันว่าฝากทรัพย์นั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับฝาก และผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตนแล้วจะคืนให้”
อุดมบอกว่า ดูแล้ว ไม่ใช่ฝากทรัพย์ แน่ เพราะยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะกรณีการส่งมอบทรัพย์สิน เพราะลูกค้าเป็นผู้ที่ขับรถเข้าไปจอดในห้างฯเอง และเป็นผู้เก็บกุญแจรถไว้กับตัวเอง
นอกจากนี้ทางห้างฯไม่ได้ตกลงจะเก็บรักษารถให้ เพียงแค่ให้บริการที่จอดรถ ฟรีบ้าง เก็บเงินบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้เป็นการฝากทรัพย์ตามกฎหมาย
เขาว่า เช่นเดียวกัน ไม่ใช่สัญญาให้เช่าที่จอดรถ หรือถึงจะเป็นสัญญาให้เช่าที่จอดรถ ผู้ให้เช่าก็ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดในความเสียหายกรณีรถหาย เว้นแต่เป็นความผิดของผู้ให้เช่าเอง ดังนั้น แม้จะเป็นสัญญาให้เช่าที่จอดรถห้างฯก็รอดตัวไป
แต่อุดมว่า ถึงแม้ห้างฯไม่ต้องรับผิดตามสัญญา แต่ยังอาจต้องรับผิดเพราะเหตุอื่น
เขายกเนื้อหาใน ป.พ.พ. มาตรา 420 ที่บัญญัติไว้ความว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
พร้อมทั้งยก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5800/2553 (ฉบับย่อ)
“…แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า จะไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับฝากรถของลูกค้าที่มาจอดเพื่อใช้บริการของห้าง และไม่มีการเก็บค่าจอดรถก็ตาม แต่การก่อสร้างห้างของจำเลยที่ 1 อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งกำหนดให้ต้องมีที่จอดรถ 1 คัน ต่อพื้นที่ทุกๆ 20 ตารางเมตร และจำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 มาดูแลรักษาความปลอดภัยของห้าง โดยต้องตรวจบัตรเมื่อจะนำรถออก ต้องให้ตรงกับทะเบียนรถ จึงเป็นการจัดที่จอดรถให้แก่ลูกค้า
เมื่อปรากฏว่า รถที่สูญหายไปบัตรจอดรถยังอยู่ที่ผู้บริโภค (ลูกค้า) การที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 พนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ไม่ระมัดระวังในการออกบัตรจอดรถ และตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัด เป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้บริโภคถูกลักไป จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้บริโภค ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และ มาตรา 425”
จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดดังกล่าว ทั้งจำเลยที่ 1 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ดูแลรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 และลูกจ้าง ตลอดทั้งทรัพย์สินอื่น ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของจำเลยที่ 1 ในบริเวณห้างฯ
จำเลยที่ 2 ย่อมเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ที่ได้รับมอบหมายจึงต้องรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อผู้บริโภค จำเลยที่ 1 ในฐานะตัวการ จึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิด ที่ตัวแทนได้กระทำไป ในกิจการที่ได้รับมอบหมายให้ทำแทน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 427
อุดมสรุปว่า กรณีรถหายในห้างฯ แม้ห้างสรรพสินค้าที่ลูกค้านำรถเข้าไปจอด ไม่ต้องรับผิดตามสัญญา แต่ยังคงต้องรับผิดเพราะเหตุละเมิด
ผลจากคำพิพากษาฎีกาคดีนี้ ทำให้ต่อมาหลายห้างฯ เลี่ยงบาลีด้วยการยกเลิกแจกบัตรตรวจสอบการเข้า-ออกของรถยนต์ ไม่มีแม้กระทั่ง รปภ.ยืนเฝ้าทางเข้า-ออก แต่หันมาใช้ กล้องวีดิโอวงจรปิด แทน โดยห้างฯเหล่านั้นเชื่อว่า หากเกิดกรณีรถหายขึ้นมาอีก จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ
แต่การณ์หากลับเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะล่าสุดมี คำพิพากษาฎีกาที่ 7471/2556 เป็นคดีรถหายในห้างฯ ซึ่งไม่ได้มีการแจกบัตรผ่าน โดยห้างฯต่อสู้คดี ปฏิเสธความรับผิด อ้างว่าไม่ได้เป็นการรับฝากหรือรับดูแลรถ ทั้งห้างฯไม่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบขอให้ศาลยกฟ้อง
คดีดังกล่าวยืดเยื้อราวมหากาพย์ เป็นอีกคดีที่ต่อสู้กันมันหยดถึงชั้นศาลฎีกา
ในที่สุดศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานว่า ห้างสรรพสินค้าต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้า ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย
อีกทั้งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารยังบังคับให้ห้างฯ ต้องมีพื้นที่จอดรถภายในอาคาร เพื่อความสะดวกแก่การจราจร ทั้งยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า โดยมีหน้าที่ต้องดูแลตามสมควร มิใช่ปล่อยให้ลูกค้าต้องระวัง หรือเสี่ยงภัยเอาเอง
อีกทั้งก่อนหน้านี้ทางห้างฯเคยมีการแจกบัตรเข้า-ออกแก่รถยนต์ที่เข้าไปในห้างฯ เพื่อตรวจตราอย่างเข้มงวด แต่ห้างฯกลับยกเลิก อันเป็นการเพิ่มความเสี่ยง ซึ่งห้างฯรู้ดี
ดังนั้นจึงพิพากษาให้ห้างฯต้องรับผิด ใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อลูกค้า
ผลจากคำพิพากษานี้ มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่าง เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันการสูญเสีย (LP) ประจำห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง บอกว่า ไม่ใช่จะปัดความรับผิดชอบ แต่อยากให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม
เขาว่า บ่อยครั้งผู้ที่นำรถเข้าไปจอดที่ห้างฯ ไม่ได้เป็นลูกค้าของห้างฯ หลายคนมีพฤติกรรมลักไก่ขับรถเข้าไปจอดทิ้งไว้ ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม จึงค่อยมานำรถออกไป
“เห็นได้ชัดว่าเป็นการจอดทิ้งไว้ เพื่อไปทำธุระที่อื่น เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาใช้บริการในห้างฯโดยเฉลี่ยใช้เวลาจอดไม่เกิน 4 ชั่วโมง ห้างฯจึงให้จอดรถฟรี 4 ชั่วโมง แต่การลักไก่จอดทิ้งไว้ทั้งวัน แล้วรถหายขึ้นมา จะให้ห้างฯต้องรับผิดชอบ เป็นธรรมแล้วหรือ”
แหล่งข่าวรายนี้บอกว่า ดังนั้นล่าสุดบางห้างฯ จึงใช้วิธีแบ่งเขตความรับผิดชอบให้ชัด โดยกันพื้นที่ส่วนหนึ่งของห้างฯไว้ เป็นลานจอดรถนอกตัวอาคาร ไม่มีการแจกบัตร ไม่มีกล้องวงจรปิด ประมาณว่าทางห้างฯแค่อำนวยความสะดวก หาพื้นที่ให้ ใครอยากจอดก็จอดแบบตัวใคร ตัวมัน ดูแลกันเอาเอง
อีกส่วนเป็นการจอดรถบนอาคารของห้างฯ ใช้ระบบ CMS ซึ่งมีทั้งการแจกบัตร ตรวจตรา และบันทึกข้อมูลการนำรถเข้า-ออกจากห้างฯ อย่างเคร่งครัด
“ถ้าเป็นกรณีผ่านระบบ CMS รถหาย โทษเรา เรายินดีรับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นกรณีที่เราแค่อำนวยความสะดวกหาที่จอดให้ ไม่ผ่าน CMS ถ้ารถหาย ท่านต้องไปว่ากันเอาเองกับบริษัทประกันภัย” แหล่งข่าวทิ้งท้าย
ยังไม่รู้ว่าหากรถหายในพื้นที่ซึ่งห้างฯอ้างว่า แค่อำนวยความสะดวก หาที่ให้จอดนอกอาคาร แบบตัวใครตัวมัน หากเกิดการสู้คดีในชั้นศาลกันขึ้นมาอีก คราวนี้ศาลท่านจะว่าอย่างไร.
อ้างอิง
อุดม งามเมืองสกุล https://www.gotoknow.org/posts/473645
สำนักกฎหมายลอว์เยอร์ คลัสเตอร์ http://lawyercluster.co.th/
แปลปกสลาก งวด 17 มกราคม 2569 วิเคราะห์ภาพปริศนาเพื่อหาเลขเด็ด หลังจากงวดก่อนแจกโชคใหญ่ 2 ตัวท้าย
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
เซียนหวยแห่จับตามอง AI วิเคราะห์หวยน่าจะออกรางวัลงวด 17 มกราคม 2569
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
โค้งสุดท้าย! เลขที่ตรงกันหลายอาจารย์ดังในโซเชียล งวดวันที่ 17 มกราคม 2569 ใครตามสายนี้ห้ามพลาด
3 สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลก
สรุปดราม่าคอนเสิร์ต "โจลิน ไซ่": เมื่อโปรดักชันอาร์ตระดับโลกถูกมองเป็น "พิธีกรรมทางความเชื่อ" จนกลายเป็นคดีความ
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
รวมอาจารย์ดังเลขเด็ด งวด 17 มกราคม 2569
สารอาหารในมันเทศทำให้อายุยืนยาว
หลักฐานคามือ! สาวราชบุรีแฉคลิปหัวคะแนนบุกบ้านแจกเงินหัวละ 2,000 แลกคะแนนเสียง อบต.
หน้าต่างบ้านเรียกทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ย ตำแหน่งดี เปิดรับพลังงานดีเข้าบ้าน
สรุปดราม่าคอนเสิร์ต "โจลิน ไซ่": เมื่อโปรดักชันอาร์ตระดับโลกถูกมองเป็น "พิธีกรรมทางความเชื่อ" จนกลายเป็นคดีความ
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด




