หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แพทย์เตือน!! "ทุเรียนเทศแก้มะเร็ง" มีพิษต่อระบบประสาท เสี่ยงตับ-ไตวายเฉียบพลัน!

โพสท์โดย บัส สยามเมืองยิ้ม

แพทย์จุฬาฯ เตือน!! ผู้ป่วยต้มใบ "ทุเรียนเทศ" รักษามะเร็ง ชี้มีสารพิษอันตราย เสี่ยงตับ-ไตวายเฉียบพลัน เหตุยังไม่มีผลวิจัยยืนยันว่ารักษาได้ เผยสถิติมีคนไข้หลายรายเสียชีวิตก่อนที่จะตายด้วยมะเร็ง

หลังจากที่ผ่านมาในโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าว "ทุเรียนเทศแก้มะเร็ง" กันอย่างแพร่หลาย จนมีผู้ป่วยมะเร็งหลายคนเชื่อว่ากินทุเรียนเทศแล้วจะรักษามะเร็งได้ จึงมีการนำใบทุเรียนเทศมาต้มกิน ซึ่งขณะนี้ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งของจุฬาฯ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าพบสถิติผู้ป่วยมะเร็งที่ต้มใบทุเรียนเทศกิน ตับวายไตวายเสียชีวิตก่อนที่จะตายจากมะเร็งเสียอีก พร้อมยืนยันว่าทุเรียนเทศมีสารพิษอันตรายต่อสมอง ตับ และไต

ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ค.58) ศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์  อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้แชร์รูปภาพและโพสต์ข้อความระบุถึงกรณีดังกล่าวเช่นกันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Jessada Denduangboripant" ว่า นั่นไงบอกแล้วว่า "ทุเรียนเทศ" อันตราย ถ้าไม่หมดหนทางรักษามะเร็งแล้วอย่าไปชงกินเลย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางมะเร็งของจุฬาฯ ก็ยืนยันว่าทุเรียนเทศมีสารพิษอันตรายต่อสมอง ตับ และไต ที่บอกว่ารักษามะเร็งได้นั้นไม่มีใครยืนยัน สารพิษมันแค่ฆ่าเซลล์มะเร็งในจานเลี้ยงเท่านั้น

อ.เจษฎา ระบุอีกว่า  และที่สำคัญคือที่ผ่านมามีคนไข้ที่เป็นมะเร็งเสียชีวิตมาหลายรายแล้ว เพราะชงทุเรียนเทศกิน เพราะฉะนั้นอย่านำมาชงกินเพื่อกันมะเร็งพร้อมได้แชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก "Ittaporn Kanacharoen" ของนพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ซึ่งระบุว่า

แพทย์จุฬาฯ พบคนไข้มะเร็งไทยตายเพราะตับและไตวาย ก่อนตายเพราะมะเร็ง เหตุหลงเชื่อทุเรียนเทศแก้มะเร็ง ย้ำต่างประเทศศาลลงโทษคนขายแล้ว ไทยคงมีเร็วๆนี้

ความเชื่อผิดๆ "ทุเรียนเทศ" ฆ่าคนไข้ได้ หลังสังคมโซเชียล แพร่ข่าว “ทุเรียนเทศแก้มะเร็ง” ซึ่งเป็นแค่ผลการทดลองในหลอดแก้ว ยังไม่มีรายงานใช้ในคนไข้จริงๆ ทำให้ไม่ทราบผลว่าจะฆ่ามะเร็งในตัวคนได้หรือไม่ แถมผลข้างเคียงต่อตับไตอันตราย พบว่า ผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯกว่า 40 % กินใบทุเรียนเทศ จนทำให้ตับและไตวายเฉียบพลันไปแล้วกว่า 10 ราย ผลคือหมอต้องเลิกให้ยารักษามะเร็งและหยุดรักษา ไปแก้ตับไตวาย หลายรายไม่รอด ที่น่า อนาจใจคือคนไข้จบชีวิต เพราะ "ทุเรียนเทศ"ไม่ใช่เพราะ "มะเร็ง"

นพ.เพชร อลิสานันท์ หน่วยรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา แผนกรังสีวิทยา รพ.จุฬา เผยว่า "ทุเรียนเทศ" เป็นพืชที่พบได้ในภูมิภาคป่าฝน เช่น แอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีชื่อที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค ในหลายๆ พื้นที่ได้ใช้พืชชนิดนี้รักษาโรคติดเชื้อ และในหลายประเทศก็มี"ความเชื่อ"ว่าใช้รักษามะเร็งได้ โดยที่ไม่มีหลักฐานหรือผลงานวิจัยในคนรองรับ งานวิจัยของทะเรียนเทศถูกทำขึ้นในหลอดทดลองเพื่อดูปฏิกริยาระหว่าง สารสกัดใบ ทุเรียนเทศกับเซลล์มะเร็ง ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งเต้านมบางชนิด ซึ่งการพัฒนายามาใช้เพื่อรักษาโรคจำเป็นต้องผ่านการทดลองในหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และในมนุษย์อีกหลายขั้นตอนเพื่อประเมินประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงทั้งระยะสั้นและระยะยาว ก่อนจะนำมาใช้ในมนุษย์อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งต้องใช้เวลา สรุปว่าหลักฐานทางการทดลองของทุกเรียนเทศจึงอยู่ในระดับต่ำและไม่ปลอดภัยที่จะนำมาใช้รักษามะเร็งเวลานี้ เนื่องจากในใบทุเรียนเทศไม่ได้ประกอบไปด้วยสารที่อาจจะมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเท่านั้น ยังประกอบไปด้วยสารอื่นๆ อีกมากมายหลายชนิดที่การแพทย์ยังไม่ทราบว่ามีผลอย่างไรต่อสุขภาพโดยผลทำให้คนไข้ตายไปแล้วหลายราย

คนไข้ที่ทาน"ทุเรียนเทศ" ยังมีผลเกิดการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติ คล้ายกับผู้ป่วยโรค Parkinson เนื่องจากทุกเรียนเทศเป็นพิษต่อระบบประสาท ซึ่งบางงานวิจัยพบว่าพิษจากทุเรียนเทศ สามารถผ่านชั้นเยื่อหุ้มสมองเข้าสู่เนื้อสมองโดยตรงได้อีกด้วย และการรับประทานต่อเนื่องทำให้ตับและไตวายได้ ถึงเสียชีวิตในที่สุด 

กรณีศึกษาที่ประเทศอังกฤษ นาย Andrew Harris ผู้ที่ขายทุเรียนเทศทางอินเตอร์เนต เพื่อรักษามะเร็ง ถูกศาลศาลตัดสินว่าโฆษณาสรรพคุณเกินจริง ถูกปรับ 350 ปอนด์ แล้วก็ต้องรายงานต่อศาล 2 ปี โดยที่เมืองไทย อย. ยังไม่มีการดำเนินคดี ซึ่งเร็วๆนี้เชื่อว่า ญาติผู้เสียชีวิตอาจแจ้งความเอาผิดผู้ขายได้

พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ให้ความเห็นว่า การใช้สื่อ โซเชียลมีเดีย ในการนำเสนอความเชื่อการรักษาต่างๆนั้น ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณ บางครั้งเรื่องที่อาจเห็นว่าเป็นประโยชน์อาจกลายเป็นเรื่องไม่จริง และไปสร้างความหวังผิดๆทางการแพทย์ ให้กับประชาชนโดยเฉพาะ กรณีไม่แน่ใจโปรดหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เช่นจากคณะแพทย์ สถาบันการแพทย์ หรือโรงพยาบาลต่างๆ หรือ ปรึกษาแพทย์ของท่าน ก่อนปรับเปลี่ยนการรักษา สำคัญที่สุดคือไม่แน่ใจอย่า ฟอร์เวิร์ด ทั้ง ไลน์ และ FB ท่านอาจเป็นต้นเหตุทำให้ เพื่อนท่านเสียชีวิตได้

ที่มา: social.tnews.co.th
https://www.facebook.com/tnewsTV
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
16 VOTES (4/5 จาก 4 คน)
VOTED: ชิวชิว, vho, B u s
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมายชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุดประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งจบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวรวิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุดประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลกจังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลกจังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้จักลิง 6 ชนิด ที่สามารถพบได้ในประเทศไทยนักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สาวนักเดินทางแชร์เคล็ดลับหาแฟนชั่วคราวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเที่ยวทั่วโลก ล่าสุดเช็กอินที่ไทยกกต. สั่งเช็คนโยบาย "เต้ มงคลกิตติ์" ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง "เป็นไปไม่ได้" เปิดห้างบนดาวอังคาร คืนชีพไดโนเสาร์เจ็บแสบจี๊ด!! สื่อดัง ตปท. พาดหัว"เหตุใดไทยที่กำลังดิ้นรน ยังคงลงคะแนนเสียงให้กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง"7 กลุ่มก่อการร้ายที่สหรัฐฯ กลัวและให้ความสำคัญต้องเฝ้าระวังมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่