จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดพิจารณาคดีฟ้อง Meta ปมปล่อยโฆษณาหลอกลวง ชี้ทิศทางความรับผิดชอบแพลตฟอร์มออนไลน์
จับตา 9 พ.ย. ศาลนัดพิจารณาคดีฟ้อง Meta ปมปล่อยโฆษณาหลอกลวง ชี้ทิศทางความรับผิดชอบแพลตฟอร์มออนไลน์
ความเคลื่อนไหวคดีฟ้องร้องบริษัท เมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล แอปพลิเคชัน และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้บริโภค กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ โดยวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ศาลแพ่งรัชดามีกำหนดนัดพร้อมเพื่อพิจารณาคดีที่สภาผู้บริโภคเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ซึ่งต้องจับตาว่าศาลจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อโต้แย้งทางกฎหมายและประเด็นเขตอำนาจศาลอย่างไร
คดีดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในความพยายามผลักดันให้แพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามามีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค โดยเฉพาะกรณีโฆษณาหลอกลวงและบัญชีมิจฉาชีพที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ศาลเปิดทางคู่ความยื่นคำคัดค้าน ก่อนส่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้นัดพร้อมครั้งที่ 2 ในคดีแรกจากทั้งหมด 10 คดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง โดยเปิดโอกาสให้คู่ความยื่นคำร้องและคำคัดค้านเพิ่มเติม หลังจำเลยบางรายโต้แย้งประเด็นทางกฎหมายว่า คดีดังกล่าวเข้าข่ายคดีผู้บริโภคหรืออยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือไม่
นายพิเชษฐ์ เคยอาษา ทนายความ เปิดเผยว่า ในการนัดพร้อมครั้งที่ผ่านมา จำเลยบางรายได้ยื่นคำคัดค้านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเขตอำนาจศาล ขณะที่ศาลอนุญาตให้ฝ่ายโจทก์ยื่นเอกสารและคำชี้แจงเพิ่มเติมได้ ก่อนรวบรวมคำร้องและคำคัดค้านจากทุกฝ่ายส่งให้ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัย
หลังจากมีคำวินิจฉัย ศาลจะแจ้งผลให้สภาผู้บริโภคและทีมทนายความทราบ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดีและวันนัดพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
พฤศจิกายนมีนัดสำคัญอีก 2 รอบ เร่งผลักดันคดีให้เดินหน้า
นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค ระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายนยังมีนัดหมายสำคัญอีก 2 ครั้ง ได้แก่
9 พฤศจิกายน 2569 นัดที่ศาลแพ่งรัชดา
23 พฤศจิกายน 2569 นัดที่ศาลแพ่งกรุงเทพ
โดยทั้งสองครั้งเกี่ยวข้องกับคดีที่เหลืออีก 9 คดี ซึ่งจะติดตามคำสั่งศาลเกี่ยวกับคำร้องที่คู่ความยื่นไว้ รวมถึงตรวจสอบว่าฝ่ายจำเลยจะมีการยื่นเอกสารหรือคำคัดค้านเพิ่มเติมหรือไม่
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคเตรียมรวบรวมข้อมูลและผลการพิจารณาในแต่ละครั้ง เพื่อจัดทำคำชี้แจงต่อศาล พร้อมเสนอแนวทางกำหนดกรอบเวลาและกระบวนการพิจารณาคดีให้มีความกระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยืนยันว่าจะใช้สิทธิคัดค้านประเด็นที่ฝ่ายจำเลยหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อให้คดีสามารถเดินหน้าต่อไปและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย
เปิดสถิติภัยออนไลน์ 6 เดือน เสียหายเกือบ 9,000 ล้านบาท เฟซบุ๊กพบการหลอกลวงมากที่สุด
ความสำคัญของคดีนี้สะท้อนให้เห็นจากสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทย ซึ่งข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์มากกว่า 170,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 9,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยกว่า 52,000 บาทต่อคดี
ที่น่าจับตาคือ เฟซบุ๊กเป็นช่องทางที่พบการหลอกลวงมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 61% ของคดีทั้งหมด โดยรูปแบบการหลอกลวงมีตั้งแต่เพจปลอม บัญชีผู้ใช้ปลอม โฆษณาชักชวนลงทุน การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ไปจนถึงการแอบอ้างเป็นบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ
สำหรับคดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง มีจุดเริ่มต้นจากผู้บริโภคพบเห็นโฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนถูกชักชวนให้ติดต่อกับมิจฉาชีพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบ Android และ App Store จนเกิดความเสียหายทางการเงิน
การนัดพิจารณาคดีวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะไม่เพียงเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างสภาผู้บริโภคกับบริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดแนวทางความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในประเทศไทยในอนาคต
เขียนโดย Annonymus TN
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่
5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบ
เปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อย
"หง จินเป่า" หันมาไลฟ์ขายของแล้ว
เจ็บ 20 กว่าราย หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 แมกนิจูดที่ญี่ปุ่น
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
ชายญี่ปุ่นทุ่มเงินทำศัลยกรรม หลังถูกแฟนสาวนอกใจ ทำเอาคนจำแทบไม่ได้เลย
ชายวัย 74 ถูกจับ หลังตำรวจพบรูปปั้นทานูกิที่หายไป จำนวนมากที่บ้าน
ดีเซลล้นสต๊อก แต่หน้าปั๊มยัง 41.79 บาท: ข้ออ้างในภาพไวรัล จริงแค่ไหน
เปิดเหตุผลขอตั้ง 3 จังหวัดใหม่ แม่สอด ฝาง และพระนารายณ์
"ต๊ะ นารากร" ตั้งคำถามกระเป๋าหรู "บุ๋ม ปนัดดา" ตีเก๊ยกเซต พร้อมแจงภาพกอดแค่จัดฉาก ยันไม่สนิท-จี้ตรวจเงินบริจาค
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาท



