ไทยเสี่ยงตายโดดเดี่ยวขั้นต่ำปีละ 47,000 คน เปิดแผนรับมือผู้สูงอายุด้วย ‘3 ค’
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัว และวิถีชีวิตที่ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งต้องใช้ชีวิตตามลำพัง โดยมีการประเมินว่าอาจมีผู้สูงอายุที่เผชิญภาวะโดดเดี่ยวหรือมีความเสี่ยงสูงถึง 1.8 ล้านคน และมีตัวเลขคาดการณ์การเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวขั้นต่ำประมาณ 47,000 คนต่อปี
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จึงเสนอแนวทางรับมือผ่านนโยบาย “3 ค” ได้แก่ ค้นหา คุ้มครอง และเคียงข้าง เพื่อสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การค้นหากลุ่มเสี่ยง การดูแลโดยชุมชน ไปจนถึงการคุ้มครองสิทธิในช่วงท้ายของชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิต และจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี
▪️4 รูปแบบของผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อความโดดเดี่ยว
ความโดดเดี่ยวไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่คนเดียวเสมอไป เพราะแม้บางคนจะมีสมาชิกครอบครัวอยู่ร่วมบ้าน แต่ก็อาจขาดการดูแลเอาใจใส่ได้ โดยแบ่งลักษณะความโดดเดี่ยวออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. โดดเดี่ยวสมบูรณ์
ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังเป็นเวลานาน ไม่มีลูกหลานหรือญาติพี่น้องคอยดูแลหรือให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
2. กึ่งโดดเดี่ยวหรือเสมือนโดดเดี่ยว
ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ด้วยกันสองคน เช่น สามีภรรยาสูงวัย แต่ฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระดูแลอีกฝ่ายที่เจ็บป่วยหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จนอาจเกิดความเหนื่อยล้า และความรู้สึกโดดเดี่ยวตามมา
3. โดดเดี่ยวทางความรู้สึก
แม้จะมีลูกหลานหรือสมาชิกครอบครัวอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่กลับไม่ได้รับความสนใจหรือการดูแลเอาใจใส่ จนอาจเกิดความรู้สึกถูกทอดทิ้ง และมีปัญหาด้านสุขภาพจิต
4. โดดเดี่ยวในช่วงกลางวัน
เป็นกรณีที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุต้องอยู่บ้านตามลำพังในเวลากลางวัน เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
▪️คาดการณ์ผู้สูงอายุไทยเสี่ยงตายโดดเดี่ยวขั้นต่ำ 47,000 คนต่อปี
ตัวอย่างจากประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนประเทศไทย เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าการเสียชีวิตตามลำพังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีคนคอยสังเกตความผิดปกติหรือเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้สูงอายุประมาณ 14 ล้านคน และกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากงานศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ประเมินสัดส่วนผู้สูงอายุที่เผชิญภาวะโดดเดี่ยวหรือมีความเสี่ยงไว้ประมาณ 10–12%
เมื่อนำสัดส่วนดังกล่าวมาประเมินกับจำนวนผู้สูงอายุทั่วประเทศ จึงมีการคาดการณ์ว่าอาจมีผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะโดดเดี่ยวหรือเสี่ยงต่อความโดดเดี่ยวสูงถึงประมาณ 1.8 ล้านคน
ขณะเดียวกัน ยังมีการประเมินว่าประเทศไทยอาจมีผู้สูงอายุเสียชีวิตตามลำพังขั้นต่ำประมาณ 47,000 คนต่อปี โดยเป็นตัวเลขคาดการณ์ ไม่ใช่สถิติการเสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งหมด
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การขาดผู้ดูแล การเจ็บป่วยเรื้อรัง การขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การถูกทอดทิ้ง และการไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันเวลา
▪️เปิดแผนรับมือผู้สูงอายุด้วยนโยบาย “3 ค”
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้ขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรับมือปัญหาผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว โดยมีคณะกรรมการจากหลายภาคส่วนร่วมกันจัดทำมาตรการ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อเสนอประกอบด้วยมาตรการ 9 ด้าน ตั้งแต่การเฝ้าระวัง และคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การพัฒนาระบบบริการ และฐานข้อมูล การส่งเสริมหนังสือแสดงเจตนาในวาระสุดท้ายของชีวิต การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การส่งเสริมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ และการจัดการความตาย ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดสามารถสรุปเป็นแนวทางสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
1. ค้นหา — เฝ้าระวัง และคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
แนวทางแรกมุ่งเน้นการป้องกัน โดยจัดทำฐานข้อมูลกลาง (Big Data) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถระบุตัวตน และติดตามผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้แบ่งกลุ่มผู้สูงอายุตามระดับความเสี่ยงด้วยระบบรหัสสี 3 ระดับ ได้แก่
- สีเขียว : ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี ช่วยเหลือตัวเองได้ และมีคนดูแลหรือเครือข่ายช่วยเหลือ
- สีเหลือง : ผู้สูงอายุที่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ต้องใช้ชีวิตตามลำพังหรือขาดแคลนผู้ดูแล
- สีแดง : ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ปัญหาสุขภาพจิตหรืออยู่ในภาวะติดบ้าน และติดเตียง โดยไม่มีคนดูแลอย่างเหมาะสม
การจำแนกกลุ่มดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานสามารถจัดลำดับความเร่งด่วน และวางแผนช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน
2. คุ้มครอง — สร้างระบบดูแลโดยชุมชน
แนวทางที่สองเน้นการพัฒนาระบบบริการ และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับคนทุกวัย (Age-friendly City)
หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ การใช้เครือข่ายเพื่อนบ้าน และชุมชนช่วยสังเกตความผิดปกติ เช่น ผู้สูงอายุที่เคยออกจากบ้านเป็นประจำกลับไม่มีความเคลื่อนไหว ไม่พบการใช้สาธารณูปโภคหรือไม่มีการติดต่อสื่อสารเป็นเวลาหลายวัน
หากพบความผิดปกติ เช่น ไม่มีการใช้น้ำหรือไฟฟ้า และไม่มีความเคลื่อนไหวภายในบ้านติดต่อกันเกิน 3 วัน เครือข่ายชุมชนอาจเข้าไปตรวจสอบ เพื่อป้องกันเหตุร้ายได้
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเฝ้าระวังผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง พร้อมส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้สามารถใช้บริการฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย
▪️Community-based Care จุดแข็งของการดูแลแบบไทย
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ การดูแลโดยชุมชน (Community-based Care) ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียน มัสยิด โบสถ์ และองค์กรในท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคนคอยดูแล และไม่ถูกตัดขาดจากสังคม
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่
อาสาสมัครดูแลครอบครัวเปราะบาง
มีตัวอย่างการจัดระบบอาสาสมัครของโบสถ์แม่พระในกรุงเทพฯ เพื่อหมุนเวียนเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวที่มีผู้สูงอายุติดเตียงหรือผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด
แนวคิด 3–4 ครอบครัวดูแลกัน
บางชุมชนส่งเสริมให้ครอบครัวใกล้เคียงช่วยเหลือกัน เช่น การจัดทำครัวรวม นำวัตถุดิบมาปรุงอาหารร่วมกัน ช่วยลดค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุได้พบปะพูดคุยกับคนในชุมชน
โครงการหลวงพ่อคืนกำไรให้โยม
มีตัวอย่างจากจังหวัดสระแก้วที่พระสงฆ์ และเด็กวัดช่วยนำอาหารที่เหลือจากการบิณฑบาตไปแบ่งปันให้ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังหรือติดเตียง โดยอาศัยความคุ้นเคยกับบ้านเรือนในชุมชน
บ้านหลังสุดท้ายในเขตวัด
มีตัวอย่างวัดป่าในจังหวัดลำพูนที่เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุสร้างที่พักอาศัย และใช้ชีวิตร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ลดความโดดเดี่ยว และมีพื้นที่รองรับการใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย
แนวคิดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่สามารถอาศัยพลังของคนในชุมชนร่วมกันได้
3. เคียงข้าง — ดูแลจนถึงช่วงท้ายของชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี
แนวทางสุดท้ายให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุในทุกช่วงชีวิต รวมถึงการคุ้มครองสิทธิในระยะท้ายของชีวิต (End-of-Life Care)
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสิทธิในการทำหนังสือแสดงเจตนาเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในช่วงท้ายของชีวิต (Living Will) เพื่อให้สามารถแสดงความประสงค์เกี่ยวกับการรักษาได้ล่วงหน้า
ขณะเดียวกัน ยังต้องพัฒนาระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถดูแล และปฏิบัติตามเจตนาของผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสม
▪️ส่งเสริมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ และการจัดการความตาย
นอกจากการดูแลโดยภาครัฐ และชุมชนแล้ว ยังมีข้อเสนอให้ส่งเสริมภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง โดยเฉพาะบริการที่ช่วยลดภาระของครอบครัว และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ชีวิต
ตัวอย่างบริการที่มีการเสนอแนวคิด ได้แก่
- บริการจัดส่งผู้ดูแลรายชั่วโมง เพื่อช่วยพาไปโรงพยาบาล ทำความสะอาดบ้านหรืออยู่เป็นเพื่อน
- บริการรับดูแลผู้สูงอายุชั่วคราวหรือค้างคืน เพื่อให้ญาติ และผู้ดูแลประจำมีเวลาพักผ่อน
- บริการเฝ้าระวังความปลอดภัย และแจ้งเหตุฉุกเฉิน
- บริการจัดการร่างกายหลังเสียชีวิตตามความประสงค์
- บริการจัดทำพินัยกรรม และบริหารจัดการทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องมีมาตรฐานการให้บริการ ระบบขึ้นทะเบียน และกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบ และคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ
▪️ปลดล็อกกฎหมาย รองรับการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว
อีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตตามลำพัง ทั้งการแจ้งการเสียชีวิต การจัดการทรัพย์สิน และสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิต รวมถึงกฎหมายด้านการดูแลบุพการี เนื่องจากกรณีเสียชีวิตที่บ้านโดยไม่มีผู้พบเห็น อาจต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย เช่น การตรวจสอบโดยพนักงานสอบสวน และแพทย์ รวมถึงการชันสูตรศพตามความจำเป็น จึงมีข้อเสนอให้ทบทวนขั้นตอนทางกฎหมาย และการแจ้งตายให้เหมาะสมกับบริบทสังคมสูงวัย โดยเฉพาะกรณีผู้สูงอายุที่มีประวัติเจ็บป่วยเรื้อรัง เพื่อให้กระบวนการมีความชัดเจน และไม่สร้างภาระเกินจำเป็นแก่ครอบครัว
ทั้งนี้ การปรับปรุงขั้นตอนต้องคำนึงถึงการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต และการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายควบคู่กันไปด้วย
▪️สังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกคนมีส่วนร่วมได้
ปัญหาการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุที่ไม่มีครอบครัวเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดกับคนที่มีลูกหลานหรืออาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ หากขาดการดูแล และความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ
ข้อเสนอ “3 ค” จึงเป็นแนวทางที่มุ่งสร้างระบบดูแลตั้งแต่การค้นหาผู้มีความเสี่ยง การคุ้มครองผ่านครอบครัว และชุมชน ไปจนถึงการเคียงข้างในช่วงท้ายของชีวิตเพราะการเตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนสถานดูแลผู้สูงอายุ แต่ยังรวมถึงการสร้างสังคมที่ผู้คนไม่ถูกทอดทิ้ง มีคนคอยสังเกตเมื่อเกิดความผิดปกติ และสามารถใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี
อ้างอิง:
1.https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1256975
2.https://www.nationalhealth.or.th/
3.https://www.dop.go.th/th
4.https://www.anamai.moph.go.th/
ภาพประกอบ: Wikimedia Commons
1. Elderly Man at Thai Elephant Conservation Center — Adam Jones, CC BY-SA 2.0
2. Elderly Woman Serves Food at Yellow Shirt Protest — Adam Jones, CC BY-SA 2.0
3. Elderly Vendor at Chon Buri Night Market (DFC 4947) — PattayaPatrol, CC BY-SA 4.0
4. Elderly Vendor at Outdoor Market (DSCF0316) — PattayaPatrol, CC BY-SA 4.0
5. Night Market Stall in Klet Kaeo (DZ6 2893) — PattayaPatrol, CC BY-SA 4.0
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เลขแม่นล่างเน้นเลขเด่นวงกลม เปิด 4 คู่สองตัว พร้อมวิเคราะห์ตำแหน่งเลข งวด 16 พฤศจิกายน 2569
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
ทำไมเพลงโปรด พอฟังซ้ำบ่อยๆ ถึงเบื่อ?
4 จังหวัดเท่านั้นในไทย ที่เคยมีการค้นพบอุกกาบาตจากนอกโลก
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
ทำไมเวลาซื้อลอตเตอรี่ สมองถึงมั่นใจว่าจะถูกรางวัล?
ทำไมเราถึงจำคำติแย่ๆ ได้แม่นกว่าคำชม?
ส่องแนวทางเลขธูปมงคล ท้าวเวสสุวรรณ 16 พ.ย. 2569
เปิดโพยสลากปกเขียว งวด 16 พ.ย. 69 เลข 2 ตัวมาเป็นชุด จับตาเลขเบิ้ล
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
3 ไม้มงคลดอกหอม นิยมปลูกไว้ในบ้าน เสริมสิริมงคลตามความเชื่อ
ทำไมเวลาซื้อลอตเตอรี่ สมองถึงมั่นใจว่าจะถูกรางวัล?
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
ศูนย์ข้อมูล AI ในเบงกาลูรูใช้น้ำอย่างไร และชุมชนตรวจสอบผลกระทบได้แค่ไหน?
เมืองคอน ผนึกพลังทุกภาคส่วน เตรียมจัดมหกรรมใหญ่แห่งปี “มหานครแห่งโอกาส” ระดมพลังภาครัฐ เอกชน การศึกษา เปิดพื้นที่สร้างอนาคตคนคร 4–13 ธันวาคมนี้
นางเอก av ไม่พอใจที่ถูกแฟนคลับทักว่า "เป็นดาราหนัง av หรือเปล่า?"
อาลัย "เมตตา รุ่งรัตน์" นักแสดงอาวุโสเจ้าของฉายา "ไข่มุกดำแห่งเอเชีย" ปลิดชีพในบ้านพัก ปิดฉากชีวิตหลังสู้มรสุมโรครุมเร้า




