หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

จริงหรือไม่ 33 ประเทศออกมาเตือนแล้วแนะประชาชนกักตุนอาหาร

เขียนโดย สร้อยนกเขา

ข่าวต่างประเทศ

จับตา 33 ประเทศแนะประชาชนเตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่ม รับมือวิกฤตฉุกเฉิน ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์โลก

กรุงเทพฯ 30 ตุลาคม 2569 — สถานการณ์ความมั่นคงและความเสี่ยงจากภัยพิบัติทั่วโลกกำลังได้รับความสนใจ หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับ 33 ประเทศที่มีคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นสำรองไว้ภายในบ้าน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ในช่วงแรกของเหตุฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค การขนส่ง และการจัดส่งสินค้า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดคำถามในสังคมว่า เหตุใดหลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมเสบียงในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และเป็นสัญญาณเตือนถึงวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ระบุว่า การเตรียมความพร้อมของแต่ละประเทศมีที่มาแตกต่างกัน บางประเทศเน้นรับมือภัยธรรมชาติ บางประเทศให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากสงครามและความมั่นคง ขณะที่อีกหลายประเทศมุ่งเตรียมรับมือเหตุไฟฟ้าดับ ระบบสื่อสารขัดข้อง และการหยุดชะงักของบริการพื้นฐาน โดยยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทั้ง 33 ประเทศกำลังเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ร้ายแรงเดียวกัน

หลายประเทศแนะนำให้ครัวเรือนมีอาหารสำรองอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

รายงานข่าวระบุว่า หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนมีอาหารและน้ำดื่มเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตอย่างน้อย 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่อาจไม่สามารถเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ได้ทันที

ในช่วงเวลาดังกล่าว ถนนอาจถูกตัดขาดจากน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าอาจขัดข้อง เครือข่ายโทรศัพท์อาจใช้งานไม่ได้ หรือร้านค้าและระบบขนส่งอาจหยุดให้บริการชั่วคราว

การมีเสบียงสำรองจึงช่วยให้ครอบครัวสามารถดูแลตัวเองได้ในระยะแรก โดยไม่ต้องรีบเดินทางออกไปซื้อสินค้าในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย

สิ่งของที่แนะนำให้เตรียมไว้ ได้แก่ อาหารที่เก็บรักษาได้นาน น้ำดื่ม ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย แบตเตอรี่ วิทยุที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และอุปกรณ์สำหรับติดต่อสื่อสารในกรณีฉุกเฉิน

สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเป็นประจำ ควรเตรียมสิ่งของที่จำเป็นให้เหมาะสมกับสมาชิกแต่ละคนด้วย

อังกฤษเดินหน้าโครงการเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากการรณรงค์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน โดยรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์โครงการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนรู้จักวางแผนและจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ภายในบ้าน

คำแนะนำดังกล่าวครอบคลุมความเสี่ยงหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นพายุรุนแรง น้ำท่วม เหตุขัดข้องของระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

รัฐบาลอังกฤษแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหารที่เก็บรักษาได้นานและน้ำดื่มให้เพียงพอสำหรับอย่างน้อย 3 วัน รวมถึงสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในกรณีที่บริการต่าง ๆ หยุดชะงัก

ทั้งนี้ คำแนะนำดังกล่าวเป็นมาตรการเตรียมพร้อม ไม่ใช่คำประกาศว่าประเทศกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารในทันที

ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการเตรียมเสบียงฉุกเฉิน เนื่องจากมีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด และภัยพิบัติอื่น ๆ

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า และท่อส่งน้ำอาจได้รับความเสียหาย ทำให้การขนส่งอาหารและสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก

ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงได้รับคำแนะนำให้สำรองอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปควรมีเสบียงอย่างน้อย 3 วัน และหากมีความพร้อมควรเตรียมให้เพียงพอสำหรับประมาณ 1 สัปดาห์

มาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ในช่วงที่กำลังรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่เพราะมีการยืนยันว่าจะเกิดสงครามหรือภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้

ประเทศในยุโรปเพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านความพร้อม

หลายประเทศในยุโรปมีแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินมาเป็นเวลานาน และบางประเทศได้ปรับปรุงคำแนะนำให้สอดคล้องกับความเสี่ยงในปัจจุบัน

สวีเดนแนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลตัวเองได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยครอบคลุมสถานการณ์ตั้งแต่ไฟฟ้าดับ ภัยธรรมชาติ ไปจนถึงวิกฤตด้านความมั่นคง

นอร์เวย์ให้ความสำคัญกับการเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงที่บริการพื้นฐานหยุดชะงัก ส่วนเยอรมนีมีคำแนะนำเกี่ยวกับการสำรองสิ่งของจำเป็นสำหรับหลายวัน และออสเตรียมีแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจต้องพึ่งพาตนเองเป็นระยะเวลานานขึ้น

ขณะเดียวกัน เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก ฟินแลนด์ และประเทศอื่น ๆ ก็มีแนวทางให้ประชาชนเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและวางแผนรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

คำแนะนำเหล่านี้มีความแตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ ระบบสาธารณูปโภค และความเสี่ยงของแต่ละประเทศ จึงไม่ควรนำจำนวนวันสำรองอาหารของประเทศหนึ่งไปสรุปว่าเป็นคำสั่งเดียวกันของทุกประเทศ

เหตุใดจึงมีความกังวลเรื่องสงครามและวิกฤตอาหาร

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นในบางพื้นที่ ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ และความเปราะบางของระบบขนส่งสินค้า

เมื่อเกิดสงครามหรือความขัดแย้งในพื้นที่สำคัญ การผลิตและการขนส่งสินค้าอาจได้รับผลกระทบ ราคาพลังงานอาจเปลี่ยนแปลง และต้นทุนการขนส่งอาหารอาจสูงขึ้น

ในกรณีที่ระบบไฟฟ้า น้ำประปา หรือการสื่อสารขัดข้องเป็นวงกว้าง ประชาชนอาจไม่สามารถซื้ออาหารหรือเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้ตามปกติ แม้ในพื้นที่ที่ยังมีอาหารเพียงพอก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความพร้อมในระดับครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ในช่วงแรกของเหตุฉุกเฉิน และทำให้ความช่วยเหลือสามารถไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดได้ก่อน

อย่างไรก็ตาม การมีมาตรการเตรียมความพร้อมไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเหล่านั้นมีข้อมูลลับเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งใหม่ หรือคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลกในเวลาอันใกล้

 

การตีความข่าวโดยไม่ตรวจสอบที่มาอาจทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลเกินความจำเป็น และอาจนำไปสู่การซื้อสินค้าเกินความต้องการจนกระทบต่อผู้บริโภครายอื่น

ประเทศไทยยืนยันยังมีความมั่นคงด้านอาหาร

สำหรับประเทศไทย ประเด็นการสำรองอาหารได้รับความสนใจอย่างมาก หลังมีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหาร ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 72 ชั่วโมง เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 สภาความมั่นคงแห่งชาติได้ชี้แจงว่า ไม่เคยออกประกาศหรือแจ้งเตือนให้ประชาชนกักตุนสิ่งของจำเป็นตามข้อความที่เผยแพร่ดังกล่าว และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้

ต่อมาในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านอาหาร โดยมีผลผลิตทางการเกษตรและวัตถุดิบที่เพียงพอสำหรับความต้องการภายในประเทศ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างมีสติและไม่ตื่นตระหนก

ข้อเท็จจริงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าข่าวการเตรียมเสบียงในต่างประเทศไม่ควรถูกนำมาเชื่อมโยงกับประเทศไทยโดยอัตโนมัติ หากไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนควรเตรียมตัวอย่างไรโดยไม่ต้องตื่นตระหนก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยทั่วไปแนะนำว่า ครัวเรือนควรเริ่มจากการสำรวจสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แล้วจัดเตรียมสำรองไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในบ้าน

อาหารที่ควรเลือก ได้แก่ ข้าว อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง และอาหารที่สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องปรุงด้วยความร้อนมากนัก ส่วนการสำรองน้ำดื่มควรคำนึงถึงจำนวนสมาชิกและความต้องการใช้น้ำในแต่ละวัน

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบวันหมดอายุของอาหารและยาอยู่เสมอ หมุนเวียนนำสิ่งของที่ใกล้หมดอายุมาใช้ก่อน แล้วเติมของใหม่ทดแทน เพื่อป้องกันการสิ้นเปลือง

ประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารจำนวนมากจนเกินความจำเป็น ไม่ควรกู้เงินเพื่อซื้อเสบียง และไม่ควรเชื่อข่าวที่ระบุว่าจะเกิดสงครามหรืออาหารขาดแคลนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ

การเตรียมความพร้อมที่ดีควรเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตตามปกติ ไม่ใช่การตอบสนองต่อข่าวลือด้วยความกลัว

บทสรุป

กรณี 33 ประเทศที่มีคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับเหตุฉุกเฉิน สะท้อนให้เห็นว่าหลายรัฐบาลทั่วโลกให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมในระดับครัวเรือน ท่ามกลางความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการหยุดชะงักของบริการพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำเหล่านี้ไม่ได้ออกพร้อมกันทั้งหมด และไม่ได้เป็นหลักฐานว่าสงครามโลกครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้น หรือโลกกำลังเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารในทันที

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการแจ้งเตือนให้ประชาชนสำรองสิ่งของจำเป็น 72 ชั่วโมงเพราะสถานการณ์ตะวันออกกลาง และยืนยันว่าประเทศยังมีความมั่นคงด้านอาหาร

สิ่งที่ประชาชนควรทำในเวลานี้ คือการติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ วางแผนรับมือภัยฉุกเฉินตามความเหมาะสม และสำรองสิ่งของจำเป็นอย่างมีเหตุผล

เพราะการเตรียมพร้อมไม่ใช่การคาดหวังว่าจะเกิดหายนะ แต่เป็นการลดความเสี่ยงและช่วยให้ครอบครัวสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีสติ

---

แหล่งที่มาของข่าว

1. รายงานข่าวเกี่ยวกับ 33 ประเทศที่มีคำแนะนำให้เตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่ม

เว็บไซต์ไวด์ นิวส์รูม เผยแพร่รายงานวันที่ 30 ตุลาคม 2569 โดยอ้างถึงรายชื่อประเทศที่นิตยสารนิวส์วีกนำเสนอ ทั้งนี้ รายชื่อดังกล่าวเป็นการรวบรวมแนวทางเตรียมความพร้อมที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ

"อ่านรายงานเกี่ยวกับ 33 ประเทศที่แนะนำให้เตรียมเสบียงฉุกเฉิน" (https://newsroom.wyde.org/articles/countries-urge-food-water-stockpiles-bongino-30-days?utm_source=chatgpt.com)

2. รายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการเตรียมความพร้อมของหลายประเทศ

หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น รายงานเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่า มีอย่างน้อย 20 ประเทศที่มีแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน โดยระยะเวลาที่แนะนำให้สำรองสิ่งของแตกต่างกันตั้งแต่ 3 วันไปจนถึงประมาณ 2 สัปดาห์

"อ่านรายงานข่าวจากเดอะ เนชั่น" (https://www.nationthailand.com/news/general/40072932?utm_source=chatgpt.com)

3. สำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ด ประเทศไทย

บทวิเคราะห์ข่าววันที่ 30 ตุลาคม 2569 อธิบายเหตุผลที่หลายประเทศส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมเสบียง พร้อมชี้แจงว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าคำแนะนำดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าสงครามครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

"อ่านบทวิเคราะห์จากเดอะสแตนดาร์ด" (https://thestandard.co/why-countries-advise-stockpiling-food/?utm_source=chatgpt.com)

4. เว็บไซต์รัฐบาลไทย

รัฐบาลไทยเผยแพร่คำชี้แจงเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่า ข่าวที่อ้างว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติแจ้งเตือนให้ประชาชนสำรองอาหารและสิ่งของจำเป็น 72 ชั่วโมงเนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางนั้นไม่เป็นความจริง

"อ่านคำชี้แจงจากเว็บไซต์รัฐบาลไทย" (https://www.thailand.go.th/public/issue-focus-detail/official-denial--fake-news-on-72-hour-stockpiling?utm_source=chatgpt.com)

5. รัฐบาลสหราชอาณาจักร

ข้อมูลจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน แนะนำให้ครัวเรือนจัดเตรียมอาหารที่เก็บรักษาได้นานและน้ำดื่ม เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจทำให้บริการพื้นฐานหยุดชะงัก

"อ่านคำแนะนำจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร" (https://www.gov.uk/government/news/households-encouraged-to-take-small-simple-steps-to-stay-prepared-in-an-emergency?utm_source=chatgpt.com)

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ย่านที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดของไทย ราคาพุ่งแตะ 3.8 ล้านบาทต่อตารางวา!ทำไมบางคนง่วงหลังมีเพศสัมพันธ์เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันฝึกขมิบช่วยแก้ปัญหาหลั่งเร็วได้ไหมเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งฟู่เป่าจำเสียงคุณปู่คังได้ หลังแยกกัน 92 วัน: เบื้องหลังคลิปไวรัลปี 2024หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเสียงครางบอกความรู้สึกของผู้หญิงได้แค่ไหนสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยหวยลาววันนี้ 30 ต.ค. 69 รวม 4 สำนักดัง เทียบเลขเด่น เลขวิ่ง จัดชุด 2-3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมบางคนง่วงหลังมีเพศสัมพันธ์ย่านที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดของไทย ราคาพุ่งแตะ 3.8 ล้านบาทต่อตารางวา!ฝึกขมิบช่วยแก้ปัญหาหลั่งเร็วได้ไหมฟู่เป่าจำเสียงคุณปู่คังได้ หลังแยกกัน 92 วัน: เบื้องหลังคลิปไวรัลปี 2024เสียงครางบอกความรู้สึกของผู้หญิงได้แค่ไหนกลืนน้ำอสุจิช่วยให้หน้าใสจริงหรือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
จ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกฮาโลวีนนี้พาเที่ยวแพะเมืองผี ! เปิดตำนานหลุมเงินทอง รอยเท้าปริศนา กับเสาดินมหัศจรรย์แห่งเมืองแพร่แฮกเกอร์ขโมยคริปโตจาก Binance มูลค่า 6.36 พันล้านดอลลาร์ สงสัยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังบุ๋ม ปนัดดา ตั้งทนายเพชรดูแลคดี เดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม ขอสงวนรายละเอียดและพยานหลักฐาน
ตั้งกระทู้ใหม่