หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ชื่อเล่นยอดนิยมของคนไทยแต่ละยุค ชื่อไหนที่พ่อแม่ชอบตั้งให้ลูกมากที่สุด

เขียนโดย Gario

ชื่อเล่นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน แม้จะไม่ใช่ชื่อที่ปรากฏในเอกสารราชการเหมือนชื่อจริง แต่กลับเป็นชื่อที่คนส่วนใหญ่ได้ยินและใช้เรียกกันบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ชื่อสั้น ๆ อย่าง แดง ดำ น้อย นก และฝน ไปจนถึงชื่อสมัยใหม่อย่าง เบบี๋ สกาย ซันเดย์ และคุกกี้

 

เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป รูปแบบการตั้งชื่อเล่นของคนไทยก็เปลี่ยนตามไปด้วย ชื่อที่เคยพบได้ทั่วไปในคนรุ่นปู่ย่าตายายอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของพ่อแม่ยุคใหม่ ขณะที่ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่ออาหาร ชื่อสิ่งของ และชื่อสองพยางค์กลับกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีสถิติระดับประเทศที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ชื่อเล่นใดมีผู้ใช้มากที่สุดในแต่ละยุค ดังนั้น การแบ่งช่วงเวลาต่อไปนี้จึงเป็นการอธิบายแนวโน้มจากตัวอย่างชื่อที่พบได้ทั่วไป ข้อมูลสำรวจ และงานวิจัยเกี่ยวกับการตั้งชื่อ ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการ

 

1. ยุคปู่ย่าตายาย ชื่อเล่นเรียบง่าย จำง่าย และใกล้ตัว

 

หากย้อนกลับไปในยุคของคนรุ่นปู่ย่าตายาย ชื่อเล่นที่พบได้บ่อยมีลักษณะเรียบง่าย มักเป็นคำภาษาไทยที่มีความหมายตรงตัว เรียกง่าย และเหมาะกับการใช้ในครอบครัวหรือชุมชน

 

ตัวอย่างชื่อที่คุ้นหู ได้แก่

 

- แดง

- ดำ

- ขาว

- น้อย

- เล็ก

- ใหญ่

- อ้วน

- ผอม

- นก

- แมว

 

ชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการตั้งชื่อเล่นในอดีตไม่จำเป็นต้องมีความซับซ้อน บางชื่ออาจมาจากรูปร่าง สีผิว ลักษณะของเด็ก หรือสิ่งที่คนในครอบครัวคุ้นเคย

 

ตัวอย่างเช่น เด็กที่มีรูปร่างเล็กอาจได้รับชื่อเล่นว่า เล็ก หรือน้อย ส่วนชื่ออย่างนกและแมวเป็นการนำชื่อสัตว์มาใช้เรียกบุคคล ซึ่งทำให้จดจำได้ง่าย

 

ชื่อเล่นบางชื่อยังมีที่มาจากลำดับการเกิด เช่น อ้าย เอื้อย หรือชื่อที่ครอบครัวใช้เรียกกันเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ ธรรมเนียมและความนิยมอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและครอบครัว

 

ข้อมูลสำรวจที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่เผยแพร่ผ่านรายงานที่ถูกนำมาอ้างถึงในข่าว ระบุว่า ในปี 2550 มีการสำรวจประชาชน 1,582 คน ใน 22 อำเภอและ 2 กิ่งอำเภอ พบผู้ใช้ชื่อเล่นภาษาไทย 1,190 คน หรือร้อยละ 75.20 โดยชื่อเล่นภาษาไทยที่ได้รับความนิยมในกลุ่มตัวอย่าง 5 อันดับ ได้แก่ แดง แก้ว นก ฝน และแมว

 

ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นภาพของชื่อเล่นภาษาไทยที่ผู้คนคุ้นเคย แต่ต้องระวังว่าเป็นผลสำรวจในพื้นที่และช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่สถิติของคนไทยทั้งประเทศ

 

2. ยุคพ่อแม่รุ่นเก่า ชื่อสั้น ๆ กลายเป็นชื่อที่เรียกติดปาก

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่คนรุ่นพ่อแม่จำนวนมากเติบโตขึ้น ชื่อเล่นแบบหนึ่งพยางค์ยังคงพบได้ทั่วไป เพราะเรียกง่าย ใช้สะดวก และเหมาะกับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

 

ตัวอย่างชื่อที่พบได้ในคนหลายช่วงวัย ได้แก่

 

- อ้อย

- อ้อม

- แอ๋ว

- แอน

- นิด

- หน่อย

- ตุ้ม

- ตุ๊ก

- ปุ๊

- ป้อม

 

ชื่อเหล่านี้บางชื่อเป็นคำไทย บางชื่อเป็นชื่อที่เกิดจากการย่อหรือดัดแปลงคำให้ฟังดูน่ารัก และบางชื่ออาจมีที่มาจากคำเรียกเฉพาะในครอบครัว

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ชื่อเล่นไม่จำเป็นต้องมีความหมายเป็นมงคลเหมือนชื่อจริงเสมอไป พ่อแม่บางคนอาจเลือกชื่อจากเสียงที่ไพเราะ ความรู้สึกเมื่อได้ยิน หรือความสะดวกในการเรียกมากกว่าการตีความหมายอย่างละเอียด

 

ในหลายครอบครัว ชื่อเล่นยังเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตั้งแต่เด็กแรกเกิด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เด็กโตพอที่จะเลือกชื่อด้วยตัวเอง

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าชื่อเหล่านี้เป็นชื่อยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของคนทั้งประเทศในช่วงใดช่วงหนึ่ง เพราะยังไม่มีข้อมูลสถิติระดับประเทศที่ยืนยันอันดับอย่างชัดเจน

 

3. ยุคที่ชื่อภาษาอังกฤษเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

 

เมื่อภาษาอังกฤษและวัฒนธรรมสมัยใหม่เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น ชื่อเล่นที่มีเสียงหรือรูปแบบคล้ายภาษาอังกฤษก็ได้รับความสนใจมากขึ้นตามไปด้วย

 

ตัวอย่างชื่อเล่นที่พบได้ในคนหลายช่วงวัย ได้แก่

 

- เอ็ม

- เมย์

- แอน

- บอย

- ทอม

- จอย

- อาร์ต

- กอล์ฟ

- ไมค์

- นัท

 

ชื่อเหล่านี้มีทั้งชื่อที่มาจากภาษาอังกฤษโดยตรงและชื่อที่คนไทยนิยมใช้เป็นชื่อเล่น แม้บางคำจะมีรูปแบบการสะกดหรือการออกเสียงที่แตกต่างจากภาษาอังกฤษมาตรฐานก็ตาม

 

เหตุผลหนึ่งที่ชื่อภาษาอังกฤษได้รับความสนใจ คือความสั้น กระชับ และสามารถใช้เรียกได้ทั้งในชีวิตประจำวัน โรงเรียน และสถานที่ทำงาน

 

นอกจากนี้ พ่อแม่บางครอบครัวยังต้องการให้ลูกมีชื่อที่ออกเสียงง่ายสำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะครอบครัวที่ติดต่อกับชาวต่างประเทศหรือให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาอังกฤษ

 

ข้อมูลสำรวจในปี 2550 ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้พบว่า ในกลุ่มตัวอย่างมีผู้ใช้ชื่อเล่นภาษาอังกฤษ 392 คน โดยชื่อที่ได้รับความนิยมในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ เอ็ม เมย์ แอปเปิล และการ์ตูน

 

แม้ข้อมูลนี้จะไม่ใช่การจัดอันดับระดับประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าชื่อเล่นที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาอังกฤษมีอยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว ไม่ใช่กระแสที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน

 

4. ยุค 2000 เป็นต้นมา ชื่อเล่นเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 รูปแบบชื่อเล่นของคนไทยมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อที่มาจากสิ่งของ และชื่อที่เกิดจากความชอบส่วนตัวของพ่อแม่

 

ตัวอย่างชื่อที่พบได้ในคนหลายช่วงวัย ได้แก่

 

- มายด์

- บีม

- โบนัส

- เบสท์

- แบงค์

- โฟกัส

- เฟิร์น

- แพรว

- น้ำหวาน

- ใบเตย

 

ชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับชื่อสั้น ๆ แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเลือกคำที่ให้ความรู้สึกทันสมัย มีความหมายดี หรือฟังดูโดดเด่นได้อีกด้วย

 

บางชื่อเชื่อมโยงกับความรู้สึกและคุณค่าที่พ่อแม่อยากมอบให้ลูก เช่น โบนัส ซึ่งอาจสื่อถึงสิ่งดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิต หรือมายด์ ซึ่งมีเสียงใกล้เคียงกับคำภาษาอังกฤษว่า Mind

 

ส่วนชื่ออย่างใบเตย เฟิร์น และแพรว แสดงให้เห็นว่าชื่อเล่นภาษาไทยที่มีเสียงไพเราะยังคงได้รับความสนใจ ไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยชื่อภาษาอังกฤษทั้งหมด

 

อย่างไรก็ตาม ชื่อที่ยกมานี้เป็นตัวอย่างของรูปแบบชื่อเล่นที่พบได้ในสังคมไทย ไม่ใช่รายชื่อที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นชื่อยอดนิยมที่สุดของคนที่เกิดในช่วงปี 2000 เป็นต้นมา

 

5. ยุคพ่อแม่รุ่นใหม่ นิยมชื่อสองพยางค์ที่ฟังดูน่ารักและไม่ซ้ำใคร

 

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่มีงานวิจัยรองรับ คือแนวโน้มการตั้งชื่อเล่นสองพยางค์ของคนไทย

 

งานวิจัยเรื่อง “ทัศนคติการตั้งชื่อเล่นสองพยางค์ของคนไทย” โดยนันทนา รณเกียรติ ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Language and Linguistics ศึกษาผู้ปกครองนักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

 

ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 3 ที่มีชื่อเล่นสองพยางค์มีสัดส่วนร้อยละ 48.33 และ 47.34 ตามลำดับ ขณะที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 มีสัดส่วนร้อยละ 38.37 และ 30.71 ตามลำดับ

 

ผลดังกล่าวสะท้อนว่า ในกลุ่มตัวอย่างนี้ เด็กระดับอนุบาลมีสัดส่วนผู้ใช้ชื่อเล่นสองพยางค์มากกว่าเด็กระดับประถมศึกษาตอนปลาย

 

งานวิจัยยังพบเหตุผลสำคัญที่ผู้ปกครองเลือกชื่อเล่นสองพยางค์ ได้แก่ ต้องการให้ชื่อมีความหมายตามที่ตั้งใจ ต้องการความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ต้องการให้ชื่อฟังดูทันสมัย และการนำชื่อสัตว์ ดอกไม้ ผลไม้ หรือขนมที่ชอบมาใช้ตั้งชื่อ

 

ตัวอย่างชื่อเล่นสองพยางค์ที่พบได้ในสังคมไทย ได้แก่

 

- น้ำขิง

- น้ำตาล

- ข้าวหอม

- ใบหม่อน

- ต้นกล้า

- สายไหม

- ชมพู่

- แพนเค้ก

- คุกกี้

- การ์ตูน

 

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ชื่อเหล่านี้มีที่มาหลากหลาย บางชื่อมาจากธรรมชาติ บางชื่อเป็นชื่ออาหาร และบางชื่อมาจากสิ่งที่พ่อแม่ชื่นชอบ จึงช่วยให้ชื่อเล่นมีเอกลักษณ์มากกว่าการเลือกคำสั้น ๆ ทั่วไป

 

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวศึกษากลุ่มตัวอย่างเฉพาะแห่ง จึงไม่ควรนำตัวเลขไปใช้แทนสัดส่วนของเด็กไทยทั้งประเทศ แต่เป็นหลักฐานที่ช่วยอธิบายแนวโน้มการตั้งชื่อเล่นสองพยางค์ได้อย่างมีน้ำหนัก

 

6. ยุคปัจจุบัน ชื่อเล่นจากอาหาร ธรรมชาติ และภาษาอังกฤษยังคงเป็นตัวเลือก

 

ในยุคปัจจุบัน พ่อแม่สามารถเลือกชื่อเล่นให้ลูกได้จากคำแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นชื่อคน ชื่อสัตว์ ดอกไม้ ผลไม้ ขนม เครื่องดื่ม หรือคำภาษาอังกฤษที่ฟังดูไพเราะ

 

ตัวอย่างชื่อเล่นที่พบได้ในรายการแนะนำชื่อเด็กยุคใหม่ ได้แก่

 

กลุ่มชื่อจากอาหารและขนม

 

- คุกกี้

- บราวนี่

- แพนเค้ก

- ข้าวหอม

- น้ำตาล

- สายไหม

 

กลุ่มชื่อจากธรรมชาติ

 

- ต้นกล้า

- ใบหม่อน

- น้ำค้าง

- สายลม

- ทะเล

- ภูผา

 

กลุ่มชื่อภาษาอังกฤษหรือชื่อที่ให้ความรู้สึกสากล

 

- สกาย

- ซัน

- วิน

- เรน

- ไนซ์

- ไทม์

 

กลุ่มชื่อที่ฟังดูน่ารักและทันสมัย

 

- เบบี๋

- พีช

- มิลค์

- โมจิ

- พุดดิ้ง

- มีนา

 

ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนความหลากหลายของการตั้งชื่อในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกชื่ออยู่ในอันดับต้น ๆ ของชื่อเด็กไทยจริง ๆ เพราะรายการแนะนำชื่อสำหรับพ่อแม่ไม่ใช่ฐานข้อมูลการเกิดหรือสถิติการใช้ชื่อเล่น

 

หากต้องการทราบว่าชื่อใดได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2569 จำเป็นต้องมีข้อมูลสำรวจขนาดใหญ่หรือฐานข้อมูลที่เก็บชื่อเล่นของเด็กเกิดใหม่อย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่ยืนยันอันดับชื่อเล่นของเด็กไทยทั้งประเทศได้อย่างชัดเจน

 

7. ทำไมพ่อแม่แต่ละยุคจึงเลือกชื่อเล่นไม่เหมือนกัน

 

เมื่อเปรียบเทียบชื่อเล่นในแต่ละช่วงเวลา จะเห็นว่าการตั้งชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับความไพเราะเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนค่านิยมและสภาพสังคมของคนในยุคนั้นด้วย

 

หนึ่ง ต้องการชื่อที่เรียกง่าย

 

ชื่อเล่นแบบหนึ่งพยางค์ เช่น แดง น้อย นก และฝน มีข้อดีคือสั้นและเรียกได้สะดวก จึงเป็นรูปแบบที่พบได้ในชื่อเล่นไทยมาหลายช่วงวัย

 

สอง ต้องการชื่อที่มีความหมายดี

 

พ่อแม่บางคนเลือกชื่อจากความหมาย เช่น ข้าวหอม น้ำหวาน หรือชื่อที่สื่อถึงความสุขและความเจริญรุ่งเรือง เพราะต้องการให้ชื่อมีความหมายที่ดีสำหรับลูก

 

สาม ต้องการชื่อที่ไม่ซ้ำคนอื่น

 

งานวิจัยเรื่องชื่อเล่นสองพยางค์พบว่า ความต้องการความแปลกใหม่และไม่ซ้ำใครเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญ

 

สี่ ต้องการชื่อที่ฟังดูทันสมัย

 

ชื่อภาษาอังกฤษหรือชื่อที่มีเสียงสากลอาจตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการให้ลูกมีชื่อเรียกง่ายในบริบทที่หลากหลาย

 

ห้า ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่ชอบ

 

ชื่อจากสัตว์ ดอกไม้ ผลไม้ ขนม และสิ่งของที่พ่อแม่ชื่นชอบ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ปรากฏในงานวิจัยเกี่ยวกับการตั้งชื่อเล่นของคนไทย

 

เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน จะเห็นว่าชื่อเล่นเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะท้อนทั้งความรักของครอบครัว ความคิดสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างน่าสนใจ

 

สรุป ชื่อเล่นยอดนิยมของคนไทยแต่ละยุค ชื่อไหนที่พ่อแม่ชอบตั้งให้ลูกมากที่สุด

 

หากแบ่งตามแนวโน้มโดยภาพรวม ชื่อเล่นของคนไทยสามารถอธิบายได้เป็นหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชื่อไทยเรียบง่ายอย่าง แดง น้อย นก และฝน ชื่อสั้น ๆ อย่าง อ้อม แอน เอ็ม และบอย ไปจนถึงชื่อที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น มายด์ โบนัส บีม น้ำขิง ข้าวหอม และคุกกี้

 

ส่วนชื่อเล่นของเด็กยุคปัจจุบันมีตัวเลือกกว้างขึ้น ทั้งชื่อสองพยางค์ ชื่อจากธรรมชาติ ชื่ออาหาร และชื่อที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาอังกฤษ โดยมีงานวิจัยสนับสนุนว่า ความต้องการชื่อที่มีความหมายดี ฟังดูทันสมัย และไม่ซ้ำใคร เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ปกครอง

 

อย่างไรก็ตาม หากถามว่าชื่อเล่นใดเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ลูกมากที่สุดในประเทศไทย คำตอบที่ถูกต้องในขณะนี้คือ ยังไม่มีข้อมูลสถิติระดับประเทศที่เพียงพอสำหรับยืนยันชื่อเล่นอันดับหนึ่งของคนไทยแต่ละยุคอย่างเป็นทางการ

 

สิ่งที่บอกได้อย่างมีหลักฐานคือ รูปแบบการตั้งชื่อเล่นมีความหลากหลายมากขึ้น และชื่อเล่นสองพยางค์เป็นแนวโน้มที่พบในกลุ่มเด็กที่งานวิจัยศึกษา การจะจัดอันดับชื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างแม่นยำจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่และครอบคลุมหลายภูมิภาคของประเทศไทย

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีพื้นที่วิทยาเขตกว้างใหญ่ที่สุด แต่ละแห่งมีพื้นที่กี่ไร่?จังหวัดไหนมีโรงเรียนมัธยมศึกษามากที่สุดในไทย เปิดข้อมูลจำนวนโรงเรียนแต่ละพื้นที่10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน10 จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดในไทย มีจังหวัดไหนบ้าง? เปิดอันดับจังหวัดคนอยู่น้อยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 25695 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิดทำไมฟ้าผ่าจึงเกิดขึ้น และสถานที่แบบไหนเสี่ยงถูกฟ้าผ่ามากที่สุด? รู้ทันธรรมชาติที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเทียบชัดชน ตารางมหาทักษา 4 สำนัก 1 พ.ย. 69เจาะเลขเด่น 6 8 1 แนวทางหวยงวด 1 พฤศจิกายน 2569 ย้อนดูสถิติเลข 48 พร้อมจับตาชุดเลขน่าสนใจใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลขเปิด 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุด108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปมเงิน 30 ล้านสะเทือนวงการ! ออยศรีเปิดข้อมูลพยานปริศนา อ้างเส้นทางเงินจากบัญชีมูลนิธิสู่บัญชีส่วนตัว เรื่องนี้ต้องตามต่อ!5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีพื้นที่วิทยาเขตกว้างใหญ่ที่สุด แต่ละแห่งมีพื้นที่กี่ไร่?เปิด 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ปมเงิน 30 ล้านสะเทือนวงการ! ออยศรีเปิดข้อมูลพยานปริศนา อ้างเส้นทางเงินจากบัญชีมูลนิธิสู่บัญชีส่วนตัว เรื่องนี้ต้องตามต่อ!ผู้เข้าประกวดไอดอลที่กลายเป็นไวรัลด้วยรูปร่างที่โดดเด่นหมอกควันพิษที่เกิดจากไฟป่าในอินโดนีเซียคุกคามสุขภาพของประชาชน ทางการได้ส่ง "รถบัสออกซิเจนเคลื่อนที่" ไปให้ความช่วยเหลือฮ่องกง–เซี่ยงไฮ้ จับตาวิกฤตน้ำทะเลสูงขึ้น งานวิจัยเตือนน้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลายต่อเนื่อง
ตั้งกระทู้ใหม่