สหรัฐฯ สั่งถอด DeepSeek จากระบบหน่วยงานพลเรือน แจงเหตุผลความปลอดภัย AI
รัฐบาลสหรัฐอเมริกายกระดับมาตรการควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากจีนอีกครั้ง หลังวันที่ 19 ตุลาคม 2569 กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (Department of Homeland Security: DHS) ออกคำสั่งให้หน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลางถอดผลิตภัณฑ์ของ DeepSeek และบริการจากบุคคลที่สามซึ่งพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีของบริษัทออกจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงาน พร้อมห้ามจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวเพิ่มเติม เหตุผลหลักที่ DHS ระบุคือความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการคุ้มครองข้อมูล โดยหน่วยงานกังวลว่าการใช้โมเดล AI ของ DeepSeek กับข้อมูลราชการอาจเปิดช่องให้ข้อมูลอ่อนไหวถูกส่งต่อไปยังจีน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ระบบจะมีช่องโหว่หรือองค์ประกอบที่เป็นอันตราย
อย่างไรก็ตามข่าวนี้ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐ สั่งห้ามประชาชนและบริษัทเอกชนทุกแห่งใช้ DeepSeek โดยอัตโนมัติ เพราะคำสั่งที่ประกาศครั้งนี้มุ่งไปที่ระบบไอทีและการจัดซื้อของหน่วยงานพลเรือนรัฐบาลกลางเป็นหลัก ประเด็นที่น่าสนใจจึงมีทั้งความปลอดภัยของ AI การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ความเสี่ยงจากการใช้บริการคลาวด์และการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีน
คำสั่งของสหรัฐ ครอบคลุมอะไรบ้าง
คำสั่งดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ใน Federal Register เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ภายใต้กรอบกฎหมาย Federal Acquisition Supply Chain Security Act of 2018 ซึ่งเปิดทางให้รัฐบาลดำเนินมาตรการกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกประเมินว่าอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานของรัฐบาลกลางขอบเขตสำคัญประกอบด้วย
-
ถอดผลิตภัณฑ์ DeepSeek หน่วยงานพลเรือนรัฐบาลกลางต้องนำผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบเขตคำสั่งออกจากระบบไอที
-
ห้ามจัดซื้อเพิ่มเติม ไม่สามารถจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาโดย DeepSeek ตามขอบเขตที่กำหนด
-
ครอบคลุมบริษัทในเครือ คำสั่งรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามนิยามในกฎระเบียบ
-
ครอบคลุมบริการจากบุคคลที่สาม ไม่ได้จำกัดเฉพาะแอป DeepSeek โดยตรง รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่พัฒนาขึ้นโดยใช้การนำเทคโนโลยี DeepSeek ไปใช้งานด้วย
การครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของบุคคลที่สามมีความสำคัญ เพราะในระบบองค์กร AI อาจถูกฝังอยู่ในซอฟต์แวร์หรือบริการอื่นที่ผู้ใช้ไม่เห็นชื่อ DeepSeek โดยตรง ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมุ่งเน้นหน่วยงานพลเรือนของฝ่ายบริหารรัฐบาลกลาง ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นการห้ามใช้ DeepSeek ในทุกภาคส่วนของสหรัฐหรือทุกประเทศทั่วโลก
ทำไมรัฐบาลสหรัฐ จึงกังวลเรื่องความปลอดภัยของ DeepSeek
ตามรายงานของ Reuters DHS ระบุความเสี่ยงหลายด้าน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ข้อมูลอ่อนไหวของรัฐบาลจะถูกถ่ายโอนไปยังจีน หากเจ้าหน้าที่หรือผู้รับจ้างของรัฐบาลใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังตั้งข้อกังวลว่าโมเดลอาจเปิดเผยข้อมูลที่นำไปใช้สร้างข่าวกรองเกี่ยวกับบุคคลหรือหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ได้หรืออาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ประเด็นเหล่านี้ควรพิจารณาเป็นความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐ ระบุและใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่า DeepSeek ได้ขโมยข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบาลทุกแห่งหรือมีการโจมตีระบบราชการเกิดขึ้นแล้วในทุกกรณี
ความเสี่ยงที่ 1 ข้อมูลที่ป้อนเข้า AI อาจไม่เหมาะกับบริการภายนอก
AI สามารถรับข้อความ เอกสาร โค้ดและข้อมูลอื่นๆ เพื่อวิเคราะห์หรือสร้างคำตอบ หากผู้ใช้นำข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลไปใส่ในบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต ข้อมูลนั้นอาจถูกส่งไปยังระบบประมวลผลภายนอกตามรูปแบบการให้บริการและการตั้งค่าของระบบ สำหรับหน่วยงานรัฐ ข้อมูลที่ต้องปกป้องอาจรวมถึงเอกสารภายใน ข้อมูลเกี่ยวกับประชาชน รายละเอียดการจัดซื้อและข้อมูลด้านความมั่นคง ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ AI ให้คำตอบถูกต้องหรือไม่ แต่รวมถึงคำถามว่าข้อมูลถูกส่งไปที่ใด ใครสามารถเข้าถึงได้และจะถูกเก็บรักษานานเท่าใด
ความเสี่ยงที่ 2 กฎหมายและเขตอำนาจศาล
DHS แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ข้อมูลจากผู้ใช้รัฐบาลสหรัฐจะเข้าถึงได้โดยหน่วยงานจีนภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องประเด็นนี้เชื่อมโยงกับคำถามเรื่องเขตอำนาจศาล การเข้าถึงข้อมูลโดยผู้ให้บริการและภาระหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างไรก็ตามการประเมินความเสี่ยงอย่างถูกต้องต้องพิจารณาโครงสร้างการให้บริการ สถานที่จัดเก็บข้อมูล เงื่อนไขสัญญา การเข้ารหัสและสิทธิ์ในการเข้าถึง ไม่ควรสรุปว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่พัฒนาในประเทศใดประเทศหนึ่งมีความเสี่ยงเท่ากันทั้งหมด
ความเสี่ยงที่ 3 ช่องโหว่และซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย
DHS ยังระบุความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยหรือความเป็นไปได้ที่โมเดลจะมีองค์ประกอบที่เป็นอันตราย ในทางเทคนิค ความเสี่ยงของระบบ AI ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวโมเดล แต่รวมถึงแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับโมเดล ระบบจัดเก็บข้อมูล ส่วนขยายและสิทธิ์ที่ AI ได้รับในระบบองค์กรด้วย เช่น หาก AI สามารถอ่านเอกสารภายในหรือเชื่อมต่อฐานข้อมูลได้ ความผิดพลาดในการกำหนดสิทธิ์หรือการออกแบบระบบอาจเพิ่มโอกาสที่ข้อมูลถูกเปิดเผย แม้ตัวโมเดลจะไม่ได้ถูกเจาะระบบโดยตรงก็ตาม
DeepSeek คืออะไร
DeepSeek เป็นบริษัทพัฒนา AI จากจีนที่เป็นที่รู้จักจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่และโมเดลให้เหตุผล ซึ่งได้รับความสนใจจากวงการเทคโนโลยีในช่วงต้นปี 2568 เนื่องจากการแข่งขันด้านประสิทธิภาพและต้นทุนของโมเดล AI โมเดลของ DeepSeek ยังเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโมเดลแบบเปิดน้ำหนัก (open-weight models) ซึ่งเปิดให้นักพัฒนานำโมเดลที่เผยแพร่ไปปรับใช้ในงานต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขของแต่ละรุ่น
แนวทางนี้ช่วยเพิ่มทางเลือกให้บริษัทและนักพัฒนาเพราะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบริการ AI แบบปิดเพียงอย่างเดียว แต่ก็ทำให้เกิดคำถามด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อองค์กรนำโมเดลไปติดตั้งเอง เชื่อมต่อกับข้อมูลภายในหรือปรับแต่งให้ทำงานอัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกระหว่างตัวโมเดล AI ที่สามารถนำไปติดตั้งเองได้ กับแอปหรือบริการออนไลน์ที่ส่งข้อมูลไปประมวลผลผ่านผู้ให้บริการเพราะรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล การควบคุมสิทธิ์และความเสี่ยงอาจแตกต่างกันมาก
การแบน DeepSeek หมายถึงสหรัฐ แบน AI จากจีนทั้งหมดหรือไม่
คำสั่งที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2569 ระบุชื่อ DeepSeek ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและบริการจากบุคคลที่สามซึ่งใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ภายใต้ขอบเขตของคำสั่ง ไม่ใช่คำสั่งห้ามใช้ AI จากจีนทุกบริษัทในทุกบริบท อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนและมาตรการก่อนหน้านี้ที่จำกัดการใช้ DeepSeek ในอุปกรณ์ของหน่วยงานรัฐบาลบางแห่ง รายงานของ TechCrunch ระบุว่ามีมาตรการก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการใช้ DeepSeek ในระบบความมั่นคงและหน่วยงานรัฐบางส่วน ก่อนที่คำสั่งล่าสุดจะขยายข้อจำกัดไปยังหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลาง การขยายขอบเขตเช่นนี้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังมองความปลอดภัย AI เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่เพียงการเลือกเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น
จีนตอบโต้อย่างไรต่อข้อจำกัดของสหรัฐฯ
ตามรายงานของ TechCrunch โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เหมา หนิง (Mao Ning) วิจารณ์แนวทางของสหรัฐ ที่ขยายความหมายของความมั่นคงแห่งชาติมากเกินไปและทำให้ประเด็นเทคโนโลยีกับการค้ากลายเป็นเรื่องการเมือง พร้อมระบุว่าจีนจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีน จุดยืนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีมุมมองต่างกันต่อการประเมินความเสี่ยงและการกำหนดข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี
ฝ่ายสหรัฐ ให้เหตุผลเรื่องการปกป้องข้อมูลและความมั่นคงของระบบราชการ ขณะที่ฝ่ายจีนคัดค้านการใช้เหตุผลด้านความมั่นคงในลักษณะที่อาจกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีและการค้า
สำหรับการรายงานข่าว ควรแยกให้ชัดระหว่างข้อกำหนดที่ปรากฏในคำสั่งอย่างเป็นทางการ ข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่รัฐบาลสหรัฐ ระบุและคำตอบโต้จากรัฐบาลจีน โดยไม่สรุปแทนหลักฐานว่าฝ่ายใดพิสูจน์ข้อกล่าวหาทั้งหมดได้แล้ว
ผู้ใช้ทั่วไปและบริษัทเอกชนควรเลิกใช้ DeepSeek หรือไม่
คำสั่งของสหรัฐ ไม่ได้เป็นคำสั่งห้ามผู้ใช้ทั่วไปทั่วโลก แต่ข่าวนี้เป็นโอกาสให้ทั้งบุคคลและองค์กรทบทวนว่าตนกำลังใช้ AI อย่างปลอดภัยหรือไม่ ไม่ว่าจะใช้ DeepSeek หรือเครื่องมือ AI ของผู้ให้บริการรายอื่น หลักการพื้นฐานในการปกป้องข้อมูลยังคล้ายกัน ได้แก่
- ตรวจสอบก่อนป้อนข้อมูลสำคัญ
หลีกเลี่ยงการใส่รหัสผ่าน คีย์ API เอกสารลับ ข้อมูลลูกค้าที่ระบุตัวบุคคลได้หรือข้อมูลภายในที่องค์กรห้ามเปิดเผย ลงในบริการ AI ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
- อ่านนโยบายการเก็บข้อมูล
ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการเก็บข้อความสนทนาและไฟล์ไว้นานเท่าใด นำข้อมูลไปปรับปรุงโมเดลหรือไม่และมีตัวเลือกควบคุมการเก็บข้อมูลหรือการลบข้อมูลอย่างไร
- ตรวจสอบสถานที่ประมวลผลและการเข้าถึง
สำหรับองค์กร ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ให้บริการโมเดล ข้อมูลถูกส่งไปยังระบบใด มีการเข้ารหัสหรือไม่และมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลที่สามอย่างไร
- แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีงาน
ไม่ควรนำข้อมูลของบริษัทหรือหน่วยงานไปป้อนผ่านบัญชี AI ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรกำหนดเครื่องมือและบัญชีที่องค์กรอนุมัติไว้อย่างชัดเจน
- พิจารณาการติดตั้งโมเดลเองอย่างรอบคอบ
การติดตั้งโมเดลบนเซิร์ฟเวอร์ที่องค์กรควบคุมอาจช่วยลดการส่งข้อมูลไปยังผู้ให้บริการภายนอก แต่ไม่ได้ทำให้ระบบปลอดภัยโดยอัตโนมัติเพราะยังต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย การกำหนดสิทธิ์และการอัปเดตความปลอดภัยด้วย
ข้อสรุปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจจากสัญชาติของผู้พัฒนาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความอ่อนไหวของข้อมูล เงื่อนไขบริการและมาตรการรักษาความปลอดภัยของเครื่องมือที่เลือกใช้
องค์กรควรมีเช็กลิสต์ความปลอดภัย AI อย่างไร
สำหรับบริษัท หน่วยงานรัฐ โรงเรียนหรือองค์กรที่เริ่มใช้ AI ในการทำงาน ควรมีแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้การเพิ่มประสิทธิภาพกลายเป็นช่องโหว่ของข้อมูล
| ประเด็นที่ต้องตรวจสอบ | แนวทางที่ควรทำ |
|---|---|
| การอนุมัติเครื่องมือ | จัดทำรายชื่อ AI ที่อนุญาตให้ใช้และประเภทงานที่รองรับ |
| ข้อมูลที่ป้อนเข้า | กำหนดระดับข้อมูลที่ห้ามส่งไปยัง AI ภายนอก |
| สิทธิ์การเข้าถึง | ให้ AI เข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อหน้าที่ |
| การจัดเก็บข้อมูล | ตรวจสอบนโยบายเก็บรักษา ลบและนำข้อมูลไปฝึกโมเดล |
| การเชื่อมต่อระบบ | ตรวจสอบ API ปลั๊กอินและระบบภายนอกที่ AI สามารถเรียกใช้งานได้ |
| การติดตามเหตุการณ์ | เก็บบันทึกการใช้งานและกำหนดขั้นตอนตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ |
| การตรวจสอบผู้ให้บริการ | ประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย ความปลอดภัยและห่วงโซ่อุปทาน |
องค์กรควรประเมินเครื่องมือแต่ละตัวตามลักษณะการใช้งานจริง ไม่ควรอาศัยเพียงชื่อเสียงของผู้พัฒนาหรือคำกล่าวอ้างเรื่องความปลอดภัยจากผู้ขาย นอกจากนี้ควรมีผู้รับผิดชอบด้านข้อมูลและความปลอดภัยร่วมกำหนดนโยบายเพื่อให้พนักงานรู้ว่าข้อมูลแบบใดใช้กับ AI ได้และเมื่อใดต้องใช้ระบบภายในที่ผ่านการอนุมัติแทน
ผลกระทบต่อการแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐกับจีน
คำสั่งถอด DeepSeek จากระบบของหน่วยงานพลเรือนเป็นมากกว่าการเปลี่ยนเครื่องมือไอทีเพราะสะท้อนว่าการแข่งขัน AI ระหว่างสองประเทศเชื่อมโยงกับนโยบายความมั่นคง การจัดซื้อภาครัฐและการควบคุมเทคโนโลยีมากขึ้น
ผลกระทบที่ควรจับตาได้แก่
-
ตลาดภาครัฐอาจมีข้อจำกัดมากขึ้น ผู้พัฒนา AI ที่ต้องการให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ใช้ผลิตภัณฑ์อาจต้องผ่านการตรวจสอบและเงื่อนไขที่เข้มงวด
-
บริษัทต่างๆ อาจทบทวนห่วงโซ่อุปทาน AI องค์กรที่ทำงานกับภาครัฐอาจต้องตรวจสอบทั้งโมเดล ซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
-
การกำกับดูแล AI จะมีความสำคัญมากขึ้น การเลือกโมเดลอาจต้องพิจารณาความปลอดภัยและข้อกำหนดทางกฎหมายควบคู่กับราคาและประสิทธิภาพ
-
การแข่งขันระหว่างโมเดลเปิดกับโมเดลปิดยังดำเนินต่อไป ความต้องการใช้ AI ราคาประหยัดยังมีอยู่ แต่ผู้ใช้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความยืดหยุ่น ต้นทุนและความเสี่ยง
อย่างไรก็ตามคำสั่งนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า DeepSeek จะสูญเสียผู้ใช้ทั่วโลกหรือว่าโมเดล AI จากประเทศอื่นปลอดภัยกว่าโดยอัตโนมัติ ผลกระทบต่อธุรกิจต้องประเมินจากขอบเขตตลาดที่ได้รับผลโดยตรงและการตอบสนองขององค์กรแต่ละแห่ง
สรุป
การที่สหรัฐ สั่งถอด DeepSeek และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องออกจากระบบไอทีของหน่วยงานพลเรือนรัฐบาลกลาง สะท้อนว่าความปลอดภัยของ AI กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในระดับนโยบายและการจัดซื้อภาครัฐ รัฐบาลสหรัฐ อ้างถึงความเสี่ยงจากการจัดการข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลโดยหน่วยงานภายนอกและช่องโหว่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง ขณะที่จีนคัดค้านการขยายประเด็นความมั่นคงแห่งชาติมาใช้กับการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการค้า
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและภาคธุรกิจ บทเรียนสำคัญคือไม่ควรเลือก AI จากความสามารถหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบนโยบายข้อมูล การตั้งค่าสิทธิ์ ความปลอดภัยของระบบและความเหมาะสมกับงานที่ใช้งานด้วย ในยุคที่ AI เข้ามาเกี่ยวข้องกับเอกสาร การตัดสินใจและงานสำคัญ
ข้อมูลอ้างอิง
-
Federal Register: Notice of Order Regarding Exclusion and Removal of DeepSeek Products
-
Reuters: US banning Chinese AI DeepSeek from government agency IT systems
-
TechCrunch: US orders federal agencies to remove China’s DeepSeek AI from their systems
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69
ซองซิลิกาเจลในกล่องรองเท้าดูดความชื้นได้ แต่ใช้ซ้ำต้องเช็กอะไร?
ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้
ปฏิทินจีนครอบครัวข่าว 3 งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่นสีแดง จับตาชุด 2 ตัว 3 ตัวรับต้นเดือน
วางกล้วยข้างแอปเปิล ทำให้สุกเร็วขึ้นจริงไหม?
พืชดอกยุคดึกดำบรรพ์ อยู่มานาน 125 ล้านปี ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ สู่อาหารไทยที่คุ้นเคย
เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
เเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)
พบยอดดาวน์โหลด META Muse พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่การใช้งานอีกเรื่องนึง
"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอาย
บางเรื่องลูกเล่าให้เพื่อนฟังได้หมด แต่ทำไมกลับไม่กล้าบอกพ่อแม่
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
ซองซิลิกาเจลในกล่องรองเท้าดูดความชื้นได้ แต่ใช้ซ้ำต้องเช็กอะไร?
วางกล้วยข้างแอปเปิล ทำให้สุกเร็วขึ้นจริงไหม?
พืชดอกยุคดึกดำบรรพ์ อยู่มานาน 125 ล้านปี ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ สู่อาหารไทยที่คุ้นเคย
"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอาย
ทำไมเมดูซ่าถึงมีผมเป็นงู? ตำนานฉบับโอวิดเล่าต้นเหตุไว้แบบนี้
เลขธูปปู่ 348 ย้อนสถิติหวย 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 2 ตัว 3 ตัว เทียบผลย้อนหลัง 10 ปี
"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอาย
นาทีระทึก! เก๋งตีนผีพุ่งเข้าห้างดังอ่อนนุชชนชาวบ้านเจ็บเพียบ
เปิดจักรวาล “เฟิร์น” บุกตบเมียใหม่ของผัวเก่า วีรกรรมแสบใช้รูปลวงหนุ่มเปย์
กรมอุตุ เตือนฝนหนักฉบับที่9 เช็กพื้นที่เสี่ยง 21–25 ต.ค.2569 ก่อนเดินทาง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน