โปเต้ นักจะแกง เปิดใจเคลียร์ดราม่า! แจงผลตรวจสารเสพติดล่าสุด ยอมรับปมประวัติเรียนไม่ตรงความจริง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “โปเต้ นักจะแกง” หลังปรากฏตัวในรายการโหนกระแสเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่เกาหลี กรณีการตามหา “น้องชมพู่” ก่อนจะถูกกระแสสังคมขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เชิญตัวไปสอบถามและตรวจหาสารเสพติด
ล่าสุด โปเต้ได้ออกมาชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการ Phutta Talk โดยเปิดใจถึงข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งผลตรวจสารเสพติด ประวัติการศึกษา และกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าต้องการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เคยทำผิดพลาด และขอโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แจงผลตรวจสารเสพติด ยืนยันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวมานานหลายปี
ประเด็นแรกที่โปเต้ชี้แจง คือกรณีถูกตรวจปัสสาวะหลังลงจากรายการโหนกระแส ซึ่งผลตรวจเบื้องต้นปรากฏขีดจาง ๆ ในการทดสอบสารเสพติด จนกลายเป็นที่ถกเถียงบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า “สีม่วงอ่อน ๆ เป็นเรื่องปกติ” ซึ่งทำให้เจ้าตัวถูกตั้งคำถามอย่างหนัก
โปเต้ระบุว่า ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์เพิ่มเติมที่โรงพยาบาล เพื่อให้ได้ผลตรวจที่ชัดเจน โดยตามคำชี้แจงของเจ้าตัว ผลตรวจอย่างละเอียดไม่พบสารเสพติด
เรื่องนี้จึงเป็นอีกประเด็นที่เจ้าตัวนำออกมาชี้แจง หลังต้องเผชิญกับกระแสโจมตีและข้อสงสัยจากสังคมเป็นวงกว้าง
ยอมรับให้ข้อมูลเรื่องเรียนไม่ตรงความจริง เผยเส้นทางการศึกษาที่ผ่านมา
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา โปเต้ยอมรับว่าเคยให้ข้อมูลว่าตนเองเรียนแพทย์ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เรียนในสาขาดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงตามที่หลายคนเข้าใจ
เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเรียนจบหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและทำงานตามปกติ ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านพหลโยธิน แต่ภายหลังต้องออกจากสถานศึกษา โดยเจ้าตัวระบุว่ากระแสสังคมที่เข้าไปโจมตีเพจของมหาวิทยาลัยจากประวัติในอดีต เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แม้คำชี้แจงจะช่วยให้เห็นมุมมองของเจ้าตัวมากขึ้น แต่เรื่องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการศึกษาก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องรับผิดชอบต่อความจริงที่เกิดขึ้น
รับเคยหลงแสง ยอมรับความผิดพลาด พร้อมสู้คดีตามกฎหมาย
โปเต้ยังพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยยอมรับว่าความผิดพลาดที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับความทะเยอทะยานและการหลงไปกับชื่อเสียงหรือการอยู่ท่ามกลางความสนใจของผู้คนมากเกินไป พร้อมยืนยันว่าจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นบทเรียนและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น
สำหรับคดีความต่าง ๆ เจ้าตัวยืนยันว่าจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และพร้อมเข้าสู่การพิจารณาของศาลตามขั้นตอน นอกจากนี้ ยังระบุว่าเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่กล่าวหาตนจนได้รับความเสียหาย
ท้ายที่สุด โปเต้ฝากข้อความถึงสังคมว่า ตนยอมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และต้องการโอกาสในการแก้ไขตัวเอง โดยไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนลืมเรื่องในอดีต แต่ขอพิสูจน์ตัวเองผ่านการกระทำต่อจากนี้
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของกระแสวิจารณ์บนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่า หลังจากยอมรับความผิดพลาดแล้ว เจ้าตัวจะสามารถแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาและคดีความต่าง ๆ ยังคงต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
ทำไมเพอร์เซโฟนีต้องกลับไปอยู่กับฮาเดสทุกปี?
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอาทิตย์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ทำไมอามาเทราสึจึงซ่อนตัวในถ้ำตามตำนานญี่ปุ่น?
ซักผ้าสีเข้มแล้วมีคราบขาวติดเต็มผืน เกิดจากอะไร?
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
เปิดแนวทางเลขเด็ด “แต๋วจ๋า พารวย” งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มชุดเด่น 2 ตัวและ 3 ตัวตรง
เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?
พระใหม่ต้องอยู่กับพระอุปัชฌาย์กี่ปี?
ชาวเรือกรีกโบราณเรียกเทพฝาแฝดคู่ใดเมื่อเจอพายุ?
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
ทำไมอามาเทราสึจึงซ่อนตัวในถ้ำตามตำนานญี่ปุ่น?
ทำไมเพอร์เซโฟนีต้องกลับไปอยู่กับฮาเดสทุกปี?
ชาวเรือกรีกโบราณเรียกเทพฝาแฝดคู่ใดเมื่อเจอพายุ?
เปิดแนวทางเลขเด็ด “แต๋วจ๋า พารวย” งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มชุดเด่น 2 ตัวและ 3 ตัวตรง
พระใหม่ต้องอยู่กับพระอุปัชฌาย์กี่ปี?



