หมอดูสาวร้องมูลนิธิฯ แฉวงการเครื่องรางชิ้นส่วนมนุษย์ เจ็บหนักจ่ายชดใช้ 2.6 ล้านคนเดียว ไร้เงา 4 เกจิช่วยแชร์
ปัญหาในแวดวงความเชื่อและไสยศาสตร์บานปลายกลายเป็นคดีความใหญ่ เมื่อหมอดูสาวต้องแบกรับภาระหนี้สินจากการถูกฟ้องร้องฉ้อโกงเพียงลำพัง หลังเครื่องรางของขลังที่ส่งต่อให้ลูกดวงไม่สัมฤทธิ์ผล จนต้องจ่ายเงินไกล่เกลี่ยสูงถึง 2.6 ล้านบาท แต่เมื่อทวงถามความรับผิดชอบจากกลุ่มเกจิผู้ปลุกเสกและคนกลาง กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้เธอต้องตัดสินใจนำหลักฐานเครื่องรางต้องสงสัยเข้าร้องเรียนต่อองค์กรภาคประชาชนเพื่อขอความเป็นธรรม
เปิดโปงเบื้องหลังวัตถุมงคลต้องสงสัย และภาระหนี้สิน 2.6 ล้านบาท
หญิงสาววัย 37 ปี ซึ่งประกอบอาชีพหมอดู ได้นำหลักฐานสำคัญเป็นเครื่องรางของขลังจำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ มาเปิดเผยต่อ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อร่วมกันตรวจสอบสภาพวัตถุทั้งหมดอย่างละเอียด
จากการเปิดเผยของหมอดูสาว ระบุว่า วัตถุมงคลเหล่านี้มีคนกลางนำมาส่งต่อให้ โดยอ้างว่าเป็นผลงานการปลุกเสกจากเกจิชื่อดังรวม 4 คน ต่อมาเธอได้นำไปปล่อยเช่าบูชาต่อให้กับผู้ที่มีจิตศรัทธา ทว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งนำไปบูชาแล้วไม่เกิดผล จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเธอในข้อหาฉ้อโกง ส่งผลให้เกิดการเจรจาไกล่เกลี่ย และเธอต้องยอมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวน 2,600,000 บาทจนครบถ้วน
สาเหตุที่ต้องออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่เกิดเรื่อง ทางกลุ่มเกจิชื่อดังได้ตกลงว่าจะให้เธอสำรองจ่ายเงินชดใช้ไปก่อน แล้วจะมาร่วมหารเฉลี่ยค่าเสียหายในภายหลัง แต่สุดท้ายกลับไม่มีใครออกมาร่วมรับผิดชอบตามที่รับปากไว้ ปล่อยให้เธอต้องกลายเป็นผู้ "รับจบและเจ็บคนเดียว" จึงต้องการให้ทางมูลนิธิฯ ช่วยยื่นมือเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์
จ่อร้องกองปราบปรามขยายผล หากเป็นชิ้นส่วนมนุษย์จริงเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ทางด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ ได้ระบุถึงแนวทางการช่วยเหลือว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น วัตถุที่นำมาแสดงมีความใกล้เคียงและมีลักษณะคล้ายชิ้นส่วนของมนุษย์จริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จึงเตรียมพาผู้เสียหายเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
หากผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์จริง ย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการสอบสวนขยายผลไปยังเกจิชื่อดังทั้ง 4 ราย รวมถึงคนกลาง เพื่อสืบหาต้นตอว่านำชิ้นส่วนศพหรือซากมนุษย์มาจากสถานที่ใด และนำมาผ่านกระบวนการทำเป็นวัตถุมงคลได้อย่างไร ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงทางคดีความอย่างยิ่ง
สรุปภาพรวมของคดี
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยมืดในแวดวงไสยศาสตร์และความเชื่อ ที่นอกจากจะสร้างความเสียหายทางการเงินในหลักล้านบาทแล้ว ยังอาจพัวพันกับข้อกฎหมายร้ายแรงเกี่ยวกับการครอบครองหรือทำลายชิ้นส่วนศพมนุษย์ การเดินหน้าส่งเรื่องให้กองปราบปรามตรวจสอบจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลากตัวกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมารับผิดชอบตามกระบวนการยุติธรรม
เขียนโดย kyogisa
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
หมากฝรั่งติดกางเกงยีนส์ ทำไมน้ำแข็งช่วยให้แกะออกง่าย
เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ชายวัย 49 ปี เดินทางหลายพันไมล์เพื่อตามหาความรัก แต่สุดท้ายก็พบว่าทั้งหมดเป็นภาพที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้าง
ผู้ประกอบการที่พักหลายแห่งในญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์เตือนนักท่องเที่ยวว่า "อย่าใช้ Agoda ในการจองห้องพัก" เพื่อป้องกันปัญหาตามมา
เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้าง
มนุษย์เงินเดือนสะอื้น! 5 รายจ่ายลับ ๆ ที่สูบเงินในกระเป๋าไปทุกเดือน แบบแทบไม่รู้ตัว
มือถือ 200 ล้านพิกเซลถ่ายรูปดีกว่าจริงไหม
วิกฤตแรงงาน! 7 อาชีพที่กำลังขาดแคลนหนัก แต่คนกลับไม่อยากทำ
เปลี่ยนชีวิตพลิกชะตา! 6 เรื่องจริงของคนกล้าลาออกจากงานประจำ มาจับจอบสร้างอาชีพเกษตร
เลขเด็ด "อาม่าให้ลาภ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..รีบซื้อหวย รวยก่อนใคร!
ประเทศที่นำเข้าไก่ไทยมากที่สุด ตลาดไหนซื้อไก่จากไทยเป็นอันดับหนึ่ง?
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย



