IMF เตือนความเสี่ยง AI ปี 2569 อาจจะกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างไร
กระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ทั้งการพัฒนาโมเดล AI การลงทุนในศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผลและการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในธุรกิจ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF เตือนในรายงาน Global Financial Stability Report ประจำเดือนตุลาคม 2569 ว่า แม้ตลาดการเงินโลกยังมีความยืดหยุ่น แต่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินยังอยู่ในระดับสูง โดยหนึ่งในปัจจัยที่ต้องจับตาคือความเป็นไปได้ที่ราคาสินทรัพย์เกี่ยวกับ AI จะปรับตัวลงอย่างรุนแรง หากผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง นอกจากตลาดหุ้นแล้ว AI ยังส่งผลต่อโครงสร้างการจ้างงาน การกระจายรายได้และความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ขณะที่การใช้ AI ในระบบการเงินยังเพิ่มความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อีกด้วย แล้วความเสี่ยงเหล่านี้จะกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างไรและประเทศไทยควรเตรียมตัวแบบไหน
IMF เตือนอะไรเกี่ยวกับ AI ในปี 2569
รายงานด้านเสถียรภาพทางการเงินของ IMF ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ความเสี่ยงสำคัญที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินโลกมี 3 ด้าน ได้แก่
- การปรับฐานของตลาดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI
- การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
- ภัยคุกคามทางไซเบอร์
สำหรับความเสี่ยงด้าน AI ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาได้รวดเร็วแค่ไหน แต่ยังรวมถึงความคาดหวังของนักลงทุนว่าธุรกิจจะสามารถสร้างกำไรจากการลงทุนมหาศาลได้จริงหรือไม่ หากบริษัทเทคโนโลยีลงทุนใน AI เป็นจำนวนมาก แต่รายได้และกำไรที่เกิดขึ้นจริงต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ นักลงทุนอาจปรับลดมูลค่าหุ้น ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ลดลงและอาจลุกลามไปยังตลาดการเงินส่วนอื่นได้ IMF ยังเตือนว่าการกู้ยืมและการใช้เงินทุนในระดับสูงอาจขยายผลกระทบให้รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อบริษัทและนักลงทุนจำนวนมากมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจเทคโนโลยีเดียวกัน
AI อาจกระทบเศรษฐกิจโลก
ในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนด้าน AI ขยายตัวตั้งแต่การพัฒนาชิปประมวลผล การสร้างศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์และบริการ AI สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ การลงทุนเหล่านี้ช่วยสร้างความต้องการสินค้าและบริการในหลายอุตสาหกรรมและมีโอกาสเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจในระยะยาว แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความคาดหวังว่าการลงทุนจะต้องนำไปสู่รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่เป็นไปตามความคาดหวัง บริษัทอาจชะลอการลงทุน ลดค่าใช้จ่ายหรือทบทวนแผนขยายธุรกิจ ผลกระทบอาจส่งต่อไปยัง
- ผู้ผลิตชิป
- ผู้ให้บริการคลาวด์
- ผู้รับเหมาก่อสร้างศูนย์ข้อมูล
- ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ธุรกิจที่พึ่งพาคำสั่งซื้อจากบริษัทเทคโนโลยี
เมื่อการลงทุนชะลอตัวพร้อมกันหลายภาคส่วน การจ้างงานและการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการลงทุน AI จะล้มเหลวเพราะหากธุรกิจสามารถนำ AI มาเพิ่มผลิตภาพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การลงทุนก็อาจสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจได้เช่นกัน
2. ตลาดหุ้น AI เสี่ยงปรับฐาน
ความเสี่ยงอีกด้านคือราคาหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจสะท้อนความคาดหวังในการเติบโตไว้สูงมากแล้ว นักลงทุนจำนวนหนึ่งซื้อหุ้นโดยคาดว่าการพัฒนา AI จะสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หากผลประกอบการไม่สอดคล้องกับการประเมินดังกล่าว ราคาหุ้นก็อาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์นี้อาจมีผลกระทบหลายระดับ ได้แก่
-
นักลงทุน มูลค่าพอร์ตลงทุนลดลง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยี
-
บริษัทเทคโนโลยี ระดมทุนได้ยากขึ้น และอาจต้องลดการลงทุนหรือปรับแผนธุรกิจ
-
บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้ให้บริการที่พึ่งพาคำสั่งซื้อจากบริษัทเทคโนโลยีอาจได้รับผลกระทบ
-
เศรษฐกิจโดยรวม หากความมั่งคั่งของนักลงทุนลดลงอย่างมาก อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่าย
IMF ยังให้ความสำคัญกับการกู้ยืมและการใช้เลเวอเรจในตลาดเพราะเมื่อราคาสินทรัพย์ลดลง นักลงทุนที่มีภาระหนี้อาจถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้หรือรักษาระดับหลักประกัน ซึ่งอาจยิ่งเร่งแรงขายในตลาด ดังนั้น การเติบโตของ AI จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับความคาดหวังของตลาด มูลค่าสินทรัพย์และความมั่นคงของระบบการเงินด้วย
3. AI กระทบการจ้างงานอย่างไร
นอกจากความเสี่ยงในตลาดทุนแล้ว AI ยังเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานและความต้องการแรงงานในหลายอาชีพ IMF เคยประเมินว่า งานทั่วโลกประมาณ 40% มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก AI โดยสัดส่วนในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าอาจสูงถึงประมาณ 60%
ทั้งนี้คำว่าได้รับผลกระทบไม่ได้หมายความว่างานทั้งหมดจะหายไป แต่รวมถึงงานที่ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ งานที่มีบางหน้าที่ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติและงานที่อาจถูกแทนที่บางส่วนด้วยเทคโนโลยี
งานประเภทใดที่ควรติดตามเป็นพิเศษ
1. งานเอกสารและงานธุรการ
AI สามารถช่วยจัดทำเอกสาร สรุปข้อมูล จัดหมวดหมู่ข้อมูลและตอบคำถามพื้นฐานได้ ทำให้บางองค์กรอาจลดเวลาหรือจำนวนคนที่ใช้กับงานซ้ำๆ
2. งานบริการลูกค้า
ระบบตอบคำถามอัตโนมัติสามารถรับมือกับคำถามทั่วไปได้ตลอดเวลา แต่กรณีที่ซับซ้อน ต้องใช้วิจารณญาณหรือจำเป็นต้องเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า ยังต้องอาศัยคนเข้ามาช่วย
3. งานคอนเทนต์และการตลาด
AI ช่วยร่างบทความ สร้างภาพ วิเคราะห์ข้อมูลและคิดแนวทางการตลาดได้รวดเร็วขึ้น ผู้ทำงานจึงอาจต้องเพิ่มทักษะด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง ความคิดสร้างสรรค์ การวางกลยุทธ์และความเข้าใจผู้ชม
4. งานวิเคราะห์ข้อมูลและงานวิชาชีพ
AI อาจช่วยทำงานวิจัย วิเคราะห์เอกสาร หรือเขียนโค้ดบางส่วน แต่การตรวจสอบความถูกต้อง การตัดสินใจและความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ยังเป็นเรื่องสำคัญ
5. งานระดับเริ่มต้นสำหรับคนรุ่นใหม่
งานที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นให้พนักงานฝึกทักษะ เช่น การค้นคว้าข้อมูล การจัดทำรายงานหรือการทำงานเอกสารบางประเภท อาจถูกปรับรูปแบบเมื่อองค์กรใช้ AI มากขึ้น หากบริษัทลดตำแหน่งระดับเริ่มต้นโดยไม่มีระบบฝึกงานทดแทน คนรุ่นใหม่ก็อาจเข้าถึงเส้นทางการเติบโตในอาชีพได้ยากขึ้น
AI จะทำให้คนตกงานทั้งหมดหรือไม่
ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่า AI จะทำให้คนตกงานทั้งหมดในอนาคต เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับประเภทงาน ความเร็วในการนำเทคโนโลยีมาใช้ การสร้างอาชีพใหม่และความสามารถของแรงงานในการปรับตัว บางตำแหน่งอาจลดลง ขณะที่บางตำแหน่งอาจเปลี่ยนไปทำงานร่วมกับ AI หรือเกิดความต้องการแรงงานทักษะใหม่เพิ่มขึ้น ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้คนทำงานเข้าถึงการฝึกทักษะใหม่ได้ทันเวลาและไม่ปล่อยให้ประโยชน์จาก AI กระจุกตัวอยู่กับบริษัทหรือแรงงานบางกลุ่มเท่านั้น
4. ความเหลื่อมล้ำอาจเพิ่มขึ้น
แม้ AI จะมีโอกาสช่วยเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน แต่บริษัทที่มีเงินทุน ข้อมูล บุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้งาน อาจนำเทคโนโลยีไปสร้างความได้เปรียบได้เร็วกว่าธุรกิจขนาดเล็ก บริษัทขนาดใหญ่สามารถลงทุนในระบบ AI จัดหาผู้เชี่ยวชาญและปรับกระบวนการทำงานได้มากกว่า ขณะที่ธุรกิจรายย่อยอาจมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ทักษะและค่าใช้จ่ายในการนำระบบมาใช้
หากผลประโยชน์จากการเพิ่มผลิตภาพตกอยู่กับเจ้าของทุนหรือบริษัทขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่แรงงานบางกลุ่มมีรายได้ลดลงหรือขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ก็อาจขยายตัวได้ ในระดับระหว่างประเทศ ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อมและมีบุคลากรทักษะสูงอาจได้รับประโยชน์จาก AI มากกว่า ส่วนประเทศที่ยังขาดเงินทุนและทักษะดิจิทัลอาจตามไม่ทัน IMF จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การคุ้มครองทางสังคมและนโยบายที่ช่วยให้ธุรกิจและแรงงานปรับตัวได้
5. ภัยไซเบอร์จาก AI
AI ไม่ได้มีความเสี่ยงเฉพาะด้านเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของระบบการเงินด้วย เมื่อบริการทางการเงินเชื่อมต่อกันผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น การโจมตีทางไซเบอร์ที่ประสบความสำเร็จอาจส่งผลกระทบต่อธนาคาร บริษัทประกัน ระบบชำระเงินและความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ
AI อาจช่วยให้ผู้โจมตีสร้างข้อความหลอกลวงที่น่าเชื่อถือขึ้น ปรับแต่งการโจมตีให้เหมาะกับเหยื่อหรือค้นหาจุดอ่อนของระบบได้รวดเร็วขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง สถาบันการเงินก็สามารถใช้ AI เพื่อช่วยตรวจจับธุรกรรมผิดปกติและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามได้เช่นกัน ความเสี่ยงจึงขึ้นอยู่กับทั้งความสามารถของผู้โจมตีและความพร้อมในการป้องกันขององค์กร IMF เตือนว่าภัยไซเบอร์อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นความผันผวนของตลาดการเงินได้ หากเหตุการณ์รุนแรงทำให้บริการสำคัญหยุดชะงักหรือบั่นทอนความเชื่อมั่นในวงกว้าง
ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยง AI อย่างไร
ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบผ่านหลายช่องทาง ทั้งการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนในตลาดทุน การจ้างงานและการเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบต่อธุรกิจไทย
ธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรือห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI อาจได้รับผลกระทบ หากบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกชะลอการลงทุน ในทางกลับกัน หากธุรกิจไทยนำ AI มาใช้เพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพสินค้าและพัฒนาบริการได้อย่างเหมาะสม ก็อาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้เช่นกัน
ผลกระทบต่อแรงงานไทย
งานที่มีขั้นตอนซ้ำๆ หรือใช้ข้อมูลดิจิทัลเป็นหลักอาจเปลี่ยนแปลงได้เร็ว แรงงานจึงควรเรียนรู้วิธีใช้ AI ควบคู่กับทักษะที่เทคโนโลยีทำแทนได้ยาก เช่น
- การสื่อสาร
- การแก้ปัญหา
- การประสานงาน
- การตรวจสอบความถูกต้องและความเข้าใจลูกค้า
สำหรับผู้ประกอบการ การใช้ AI ไม่ควรหมายถึงการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาด้วยว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ ยกระดับบริการหรือทำให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร
ผลกระทบต่อนักลงทุนไทย
นักลงทุนที่ถือหุ้นเทคโนโลยีหรือกองทุนที่มีน้ำหนักลงทุนในบริษัท AI สูง ควรทำความเข้าใจว่าผลตอบแทนของสินทรัพย์เหล่านี้อาจผันผวนตามความคาดหวังของตลาด หากเกิดการปรับฐานในตลาดต่างประเทศ ผลกระทบอาจส่งผ่านมายังตลาดหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศได้ อย่างไรก็ตามขนาดของผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับความเชื่อมโยงของตลาดและสถานการณ์ในขณะนั้น นี่ไม่ใช่ข้อสรุปว่าหุ้น AI จะต้องร่วง แต่เป็นเหตุผลที่ควรประเมินความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากกระแสเพียงอย่างเดียว
ประชาชนและธุรกิจควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร
แม้จะไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอนว่า AI จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจเร็วเพียงใด แต่ทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถเตรียมรับมือได้ตั้งแต่วันนี้
สำหรับคนทำงาน
-
เรียนรู้การใช้ AI ให้เหมาะกับงานของตนเอง
-
ฝึกตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น
-
พัฒนาทักษะที่ใช้ร่วมกับ AI ได้ เช่น การวิเคราะห์ การสื่อสารและการแก้ปัญหา
-
ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอาชีพและเตรียมทักษะสำรองที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้ประกอบการ
-
ทดลองใช้ AI กับงานที่มีต้นทุนสูงหรือมีขั้นตอนซ้ำซ้อน
-
ตรวจสอบความแม่นยำ ความปลอดภัยและต้นทุนรวมก่อนขยายการใช้งาน
-
ฝึกอบรมพนักงานแทนการมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือลดจำนวนบุคลากร
-
มีแผนสำรองหากผู้ให้บริการ AI หรือระบบดิจิทัลที่สำคัญเกิดขัดข้อง
สำหรับนักลงทุน
-
ประเมินมูลค่าธุรกิจจากผลประกอบการและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด ไม่ใช่กระแสความนิยมเพียงอย่างเดียว
-
ระวังการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์หรืออุตสาหกรรมเดียว
-
พิจารณาความเสี่ยงจากหนี้สินและความผันผวนของตลาด
-
ตัดสินใจให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง
สำหรับภาครัฐและระบบการศึกษา
การเตรียมพร้อมไม่ควรจำกัดอยู่ที่การส่งเสริมการลงทุนใน AI แต่ควรรวมถึงการพัฒนาทักษะดิจิทัล การช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบ การเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์และการกำกับดูแลความเสี่ยงในระบบการเงิน การเปลี่ยนผ่านที่มีประสิทธิภาพต้องทำให้ธุรกิจสามารถสร้างนวัตกรรมได้ พร้อมกับช่วยให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง
สรุป
คำเตือนของ IMF ในเดือนตุลาคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่า AI มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก
- ในด้านหนึ่ง เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพและสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่
- อีกด้านหนึ่ง ความคาดหวังที่สูงเกินไปในการลงทุนอาจนำไปสู่การปรับฐานของตลาดหุ้น ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและภัยไซเบอร์ก็เป็นประเด็นที่ต้องเตรียมรับมือ
สิ่งสำคัญคือ อย่าสับสนระหว่างความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว IMF ไม่ได้ระบุว่าตลาด AI จะต้องพังหรือแรงงานทุกอาชีพจะถูกแทนที่ แต่เตือนให้ผู้กำหนดนโยบาย ธุรกิจและนักลงทุนไม่ประมาทต่อความเปราะบางที่อาจสะสมอยู่ในระบบ สำหรับประเทศไทย การเตรียมพร้อมทั้งด้านทักษะ เทคโนโลยี ความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยง จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจและแรงงานใช้ประโยชน์จาก AI ได้ พร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
แหล่งอ้างอิง
-
Reuters — IMF cites AI slowdown, spiking yields as looming global market risks
-
IMF — Global Economic and Financial Implications of AI: Lessons from a Scenario Planning Exercise
หมายเหตุ บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลกระทบจริงขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเทคโนโลยี นโยบายและภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา
จีนขยับเกม AI โลก!เสนอคุมส่งออกเทคโนโลยี 40 รายการ แล้ว AI แบบไหนอาจถูกจำกัด
รู้หรือไม่? คนที่กำลังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ "มนุษย์ทุกคนที่เคยเกิดมาบนโลก"?
เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้าง
สนามบินแห่งเดียวของไทย ที่ตัวสนามบินตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัด
แนวทางเลขเด็ด แม่นมาก ขั้นเทพ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
ฟ้าบันดาลทรัพย์ เปิดแนวทางเลขเด็ดงวด 1 พฤศจิกายน 2569 เลขเด่น 2-3 จับคู่ 2 ตัวน่าจับตา
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
เปิดโพยเลขชน 3 สำนักพิมพ์ดัง งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เดลินิวส์–ไทยรัฐ–บางกอกทูเดย์ เลขไหนตรงกันบ้าง
เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
มือถือหายควรล็อกเครื่องหรือลบข้อมูลก่อน?
จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้าง
รู้หรือไม่? คนที่กำลังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ "มนุษย์ทุกคนที่เคยเกิดมาบนโลก"?
มือถือหายควรล็อกเครื่องหรือลบข้อมูลก่อน?
ทำไมแอปขอรหัส Laser Code ทั้งที่มีเลขบัตรประชาชนแล้ว
ตัวเลข 23 เท่าของพายุโปโล วัดอะไรอยู่?
ฝนตกหนัก 8 วัน ขับรถยังไงให้ปลอดภัย


