จีนคุมส่งออก AI และชิป กระทบเทคโนโลยีโลกอย่างไร
วงการเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังจีนเสนอควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบชิป ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 จีนเผยแพร่ข้อเสนอปรับปรุงบัญชีเทคโนโลยีที่ห้ามหรือจำกัดการส่งออก ครอบคลุมเทคโนโลยีทั้งหมด 40 รายการในอุตสาหกรรม AI ชีวการแพทย์และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมี 23 รายการเกี่ยวข้องกับ AI ตั้งแต่โมเดล AI ขนาดใหญ่ ระบบ AI Agent ไปจนถึงเทคโนโลยีออกแบบชิปและระบบประมวลผล ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้หมายความว่าจีนจะห้ามส่งออกชิปหรือบริการ AI ทุกชนิด แต่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลจีนต้องการกำกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่อาจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ
สำคัญคือ หากข้อเสนอนี้กลายเป็นมาตรการฉบับสมบูรณ์ จะกระทบบริษัทเทคโนโลยี ผู้พัฒนา AI ผู้ผลิตชิปและผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างไร รวมถึงประเทศไทยจะต้องจับตาเรื่องใดบ้าง
จีนเสนอควบคุมการส่งออก AI และชิปอะไรบ้าง
รายงานจาก Reuters Associated Press และ Financial Times ระบุว่า ข้อเสนอของจีนมุ่งควบคุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงบางประเภทไปยังต่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
| เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง | แนวทางที่เสนอ | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|---|
| โมเดล AI ขนาดใหญ่ | จำกัดการส่งออกเทคโนโลยีสำคัญของโมเดลบางประเภท | บริษัทต่างชาติอาจเข้าถึงเทคโนโลยีต้นทางได้ยากขึ้น |
| AI Agent | ควบคุมเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบอ่อนไหว เช่น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ | การถ่ายทอดระบบ AI ขั้นสูงไปต่างประเทศอาจต้องผ่านการพิจารณา |
| เทคโนโลยีออกแบบชิป | กำกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีออกแบบชิปขั้นสูงบางประเภท | กระทบการให้สิทธิใช้งาน การโอนทรัพย์สินทางปัญญาและการทำธุรกิจข้ามประเทศ |
| ระบบประมวลผลและคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ | ครอบคลุมเทคโนโลยีที่ใช้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์สำหรับ AI | บริษัทที่สร้างศูนย์ข้อมูลหรือระบบประมวลผลในต่างประเทศต้องตรวจสอบข้อกำหนด |
| เทคโนโลยีชีวการแพทย์และพลังงานแสงอาทิตย์ | เพิ่มรายการเทคโนโลยีบางประเภทในบัญชีควบคุม | ธุรกิจนอกวงการ AI ก็อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการชุดเดียวกัน |
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ การควบคุมเทคโนโลยีไม่ได้เท่ากับการห้ามขายผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทุกชนิดเสมอไป ขอบเขตจริงขึ้นอยู่กับนิยามของเทคโนโลยี รายการที่ถูกควบคุมและข้อยกเว้นในกฎฉบับสุดท้าย
ทำไมจีนจึงต้องการควบคุมเทคโนโลยี AI ของตัวเอง
1. ปกป้องเทคโนโลยีสำคัญและทรัพย์สินทางปัญญา
การพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูงต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก บุคลากรเฉพาะทาง เงินลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ที่มีต้นทุนสูง เทคโนโลยีเหล่านี้จึงกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทและประเทศที่เป็นเจ้าของ หากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในจีนถูกถ่ายทอดไปยังต่างประเทศผ่านการขายสิทธิใช้งาน การโอนทรัพย์สินทางปัญญาหรือการเปลี่ยนเจ้าของบริษัท รัฐบาลจีนอาจต้องการตรวจสอบว่าการถ่ายทอดดังกล่าวกระทบต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ทางเทคโนโลยีของประเทศหรือไม่
Financial Times รายงานว่าข้อเสนอใหม่นี้ยังเกี่ยวข้องกับการปิดช่องว่างด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยี AI ในต่างประเทศ
2. ลดความเสี่ยงจากการนำ AI ไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย
AI มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การสร้างเนื้อหา การเขียนโปรแกรม ไปจนถึงการทำงานหลายขั้นตอนผ่านระบบ AI Agent หากระบบเหล่านี้มีความสามารถสูงและถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็อาจสร้างความเสี่ยงต่อระบบไซเบอร์ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หรือความมั่นคงของประเทศได้ รัฐบาลจีนจึงให้เหตุผลว่าการควบคุมเทคโนโลยีบางประเภทมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายและเพิ่มการกำกับดูแลเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงไม่ได้หมายความว่า AI ทุกระบบเป็นอันตราย แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของระบบ วิธีนำไปใช้และมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
3. การแข่งขันด้าน AI
จีนและสหรัฐ แข่งขันกันทั้งด้านโมเดล AI ชิปประมวลผล ศูนย์ข้อมูลและอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐ ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงและอุปกรณ์ผลิตชิปบางประเภทไปยังจีน โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติและการใช้งานทางทหาร จีนจึงกำลังเพิ่มเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อกำกับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศเช่นกัน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ว่าใครสร้าง AI ได้เก่งกว่า แต่ยังรวมถึงว่าใครสามารถควบคุมการเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญได้มากเพียงใด
มาตรการนี้ต่างจากการแบนชิปอย่างไร?
หลายคนอาจเข้าใจว่าข่าวนี้หมายถึงจีนจะหยุดขายชิปให้ต่างประเทศทั้งหมด แต่ข้อเสนอมีขอบเขตกว้างกว่าการส่งออกชิปที่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ด้วย ตัวอย่าง บริษัทต่างชาติอาจต้องตรวจสอบข้อกำหนด หากต้องการซื้อสิทธิในเทคโนโลยีออกแบบชิปจากบริษัทจีนหรือโอนทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องไปยังนิติบุคคลในต่างประเทศ ในทางกลับกัน การมีชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีจีนไม่ได้หมายความว่าชิปทุกตัวจะถูกห้ามส่งออกโดยอัตโนมัติเพราะต้องพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์นั้นอยู่ในขอบเขตของกฎควบคุมหรือไม่ ความแตกต่างนี้สำคัญต่อบริษัทเทคโนโลยี เพราะการจำกัดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อการลงทุน การให้สิทธิใช้งานและการควบรวมกิจการ แม้ธุรกิจจะยังสามารถขายผลิตภัณฑ์บางประเภทได้ตามปกติ
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับวงการเทคโนโลยีทั่วโลก
1. บริษัท AI ต่างชาติอาจเข้าถึงเทคโนโลยีจีนได้ยากขึ้น
หากข้อเสนอมีผลบังคับใช้ตามขอบเขตที่กำหนด บริษัทต่างชาติที่ต้องการซื้อหรือรับโอนเทคโนโลยี AI ขั้นสูงจากจีนอาจต้องตรวจสอบใบอนุญาต เงื่อนไขการส่งออกและข้อกำหนดด้านการลงทะเบียนเพิ่มเติม เรื่องนี้อาจมีความสำคัญต่อบริษัทที่ต้องการนำโมเดล AI ไปพัฒนาต่อหรือย้ายเทคโนโลยีไปยังศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศหรือซื้อกิจการบริษัทที่มีเทคโนโลยีซึ่งเข้าข่ายควบคุมอย่างไรก็ตาม ผลกระทบจะไม่เท่ากันทุกบริษัทเพราะขึ้นอยู่กับประเภทของเทคโนโลยีและข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในกฎฉบับสุดท้าย
2. การแข่งขันด้าน AI
หากประเทศต่างๆ ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน บริษัทอาจต้องเลือกใช้ชิป โมเดล AI และผู้ให้บริการตามข้อจำกัดทางกฎหมายของแต่ละตลาด ในระยะยาว อาจทำให้การพัฒนา AI บางส่วนแยกเป็นระบบนิเวศตามประเทศหรือกลุ่มประเทศมากขึ้น เช่น
- การใช้ชิปภายในประเทศ
- การพัฒนาโมเดล AI ที่เข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง
- การสร้างศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคที่มีข้อกำหนดเหมาะสม
แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาด AI โลกจะแยกออกจากกันทั้งหมด เพราะการพัฒนาซอฟต์แวร์ งานวิจัยและบริการ AI ระหว่างประเทศยังมีช่องทางดำเนินต่อได้หลายรูปแบบ
3. บริษัทผู้ผลิตชิปต้องติดตามกฎระเบียบมากขึ้น
เทคโนโลยีออกแบบชิปและระบบประมวลผลเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรม AI เพราะมีผลต่อประสิทธิภาพการฝึกโมเดล การประมวลผลคำสั่งและการสร้างระบบคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบชิป การให้สิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญา และการร่วมทุนข้ามประเทศจึงต้องตรวจสอบว่าธุรกรรมของตนเข้าข่ายข้อกำหนดใหม่หรือไม่ หากขั้นตอนการอนุมัติหรือการตรวจสอบเพิ่มขึ้น อาจทำให้การทำธุรกิจบางประเภทใช้เวลานานขึ้น แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะทำให้ต้นทุนชิปทั่วโลกสูงขึ้นมากเพียงใด เพราะขึ้นอยู่กับการบังคับใช้จริงและทางเลือกจากผู้ผลิตรายอื่น
4. ผู้พัฒนา AI อาจต้องปรับแผนการให้บริการในต่างประเทศ
ข้อเสนอของจีนแยกการถ่ายทอดเทคโนโลยีบางประเภทออกจากการให้ผู้ใช้ต่างประเทศเข้าถึงบริการ AI ผ่านช่องทางออนไลน์ ตามคำชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์จีน การเข้าถึงโมเดลบางประเภทผ่าน API เว็บไซต์ แอปพลิเคชันหรือบริการซอฟต์แวร์ออนไลน์ไม่ได้อยู่ในขอบเขตเดียวกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ถูกจำกัดทุกกรณี นั่นหมายความว่า บริษัทจีนบางแห่งอาจยังให้บริการ AI แก่ผู้ใช้ต่างประเทศได้ แม้การโอนเทคโนโลยีต้นทางบางประเภทจะถูกควบคุมมากขึ้น ผู้ใช้ทั่วไปจึงไม่ควรสรุปว่าบริการ AI จากจีนทั้งหมดจะปิดให้บริการในต่างประเทศ ต้องติดตามเงื่อนไขฉบับสุดท้ายและข้อกำหนดของแต่ละแพลตฟอร์มเป็นรายกรณี
5. ประเทศอื่นอาจทบทวนนโยบายเทคโนโลยีของตนเอง
การควบคุมเทคโนโลยี AI และชิปของจีนเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเทคโนโลยีมากขึ้น รัฐบาลต่างๆ อาจพิจารณาว่าควรพึ่งพาผู้ผลิตจากประเทศใด กระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนอย่างไรและควรกำกับการส่งออกเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวในระดับใด อย่างไรก็ตาม การที่จีนเสนอร่างมาตรการไม่ได้ยืนยันว่าประเทศอื่นจะตอบโต้ด้วยมาตรการแบบเดียวกันทันที ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างประเทศและการตัดสินใจด้านนโยบายในอนาคต
ผู้ใช้งานทั่วไปจะได้รับผลกระทบหรือไม่
ในระยะสั้น ผู้ใช้งานทั่วไปอาจยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงโดยตรงจากข้อเสนอนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ AI ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชันหรือบริการออนไลน์ที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่ในระยะต่อไป มีประเด็นที่ควรจับตา ได้แก่
-
บริการ AI บางบริการอาจปรับเงื่อนไขการให้บริการในแต่ละประเทศ หากกฎใหม่ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี
-
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนหรือระยะเวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์บางประเภทอาจได้รับผลกระทบ หากห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลง
-
ซอฟต์แวร์และเครื่องมือ AI บริษัทที่พึ่งพาเทคโนโลยีจากหลายประเทศอาจต้องตรวจสอบสิทธิใช้งานและเงื่อนไขการให้บริการอย่างละเอียดขึ้น
-
ตลาดแรงงานเทคโนโลยี การลงทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนทิศทางตามข้อกำหนดของแต่ละตลาด แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปผลต่อการจ้างงานโดยรวม
ผลกระทบเหล่านี้เป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมดและไม่ควรตีความว่าราคาอุปกรณ์หรือบริการ AI จะเพิ่มขึ้นทันทีจากข่าวนี้เพียงข่าวเดียว
ประเทศไทยต้องจับตาอะไรจากมาตรการของจีน
สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับทั้งธุรกิจเทคโนโลยี ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และองค์กรที่กำลังนำ AI มาใช้ในการทำงาน
- ธุรกิจที่ใช้ AI
องค์กรที่พึ่งพาโมเดล AI หรือบริการจากผู้ให้บริการต่างประเทศควรติดตามเงื่อนไขการให้บริการ การเข้าถึง API และนโยบายการใช้งานในประเทศไทย หากมีการเปลี่ยนแปลง ควรมีแผนสำรองเพื่อไม่ให้การดำเนินงานหยุดชะงัก
- บริษัทที่ลงทุนด้านคลาวด์และศูนย์ข้อมูล
ธุรกิจที่วางแผนสร้างศูนย์ข้อมูลหรือจัดหาระบบประมวลผล AI ควรประเมินความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและข้อกำหนดการส่งออกของประเทศต้นทาง รวมถึงพิจารณาความเข้ากันได้ของระบบและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ
- ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับจีน
หากบริษัทมีแผนซื้อเทคโนโลยี อนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมทุนหรือรับโอนเทคโนโลยี AI และชิปจากจีน ควรตรวจสอบข้อกำหนดกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศก่อนทำสัญญา
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ยังไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนแอป AI หรือซื้ออุปกรณ์ใหม่เพียงเพราะข่าวนี้ แต่ควรติดตามประกาศจากผู้ให้บริการที่ใช้อยู่และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
มาตรการจีนมีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง
ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ข้อเสนอปรับปรุงบัญชีเทคโนโลยีของจีนยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยกำหนดเส้นตายรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าข้อกำหนดชั่วคราวให้ลงทะเบียนการถ่ายทอดเทคโนโลยีบางประเภทไปต่างประเทศเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ระหว่างรอการจัดทำกฎฉบับสมบูรณ์
จึงควรแยกข้อมูลออกเป็น 3 ส่วนให้ชัดเจน
-
ข้อเสนอที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น รายการเทคโนโลยีและขอบเขตการควบคุมที่อาจปรับเปลี่ยนได้
-
ข้อกำหนดชั่วคราว การลงทะเบียนสำหรับธุรกรรมหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีบางประเภทตามที่ประกาศไว้
-
มาตรการฉบับสุดท้าย ต้องติดตามประกาศหลังสิ้นสุดช่วงรับฟังความคิดเห็น เพื่อดูว่ารายการใดถูกควบคุมจริงและมีข้อยกเว้นอย่างไร
บริษัทที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องไม่ควรรอจนกฎฉบับสุดท้ายออกแล้วจึงเริ่มตรวจสอบ แต่ควรพิจารณาความเสี่ยงและขอคำแนะนำทางกฎหมายตามความเหมาะสม
สรุป
ข้อเสนอควบคุมการส่งออก AI และเทคโนโลยีชิปของจีนในปี 2569 เป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนความสำคัญของเทคโนโลยีขั้นสูงต่อความมั่นคงและการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ผลกระทบที่ควรจับตา ได้แก่ การเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูง การออกแบบชิป การถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญา การลงทุนข้ามประเทศและการปรับตัวของบริษัทที่ต้องทำธุรกิจในหลายตลาดอย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ไม่ได้หมายความว่าจีนจะห้ามส่งออกชิปทั้งหมดหรือบริการ AI จากจีนจะหยุดให้บริการทั่วโลกทันที รายละเอียดของกฎฉบับสุดท้ายและวิธีบังคับใช้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลกระทบจริง สำหรับประเทศไทย ธุรกิจควรติดตามข้อกำหนดด้านการส่งออกและสิทธิใช้งานเทคโนโลยี ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปควรติดตามประกาศจากผู้ให้บริการและหลีกเลี่ยงการสรุปผลกระทบเกินกว่าข้อมูลที่ยืนยันได้
แหล่งอ้างอิงหลัก
-
Associated Press — จีนเสนอควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี AI ชิป และพลังงานแสงอาทิตย์
-
Financial Times — ร่างมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี AI และชิป
หมายเหตุ บทความนี้อ้างอิงรายงานข่าวและข้อเสนอที่เผยแพร่ ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 รายละเอียดของมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการประกาศกฎฉบับสมบูรณ์
เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้าง
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
เช็กด่วน! นั่งนานๆ เสี่ยงตายจริงไหม?
ความลับของ "Kap Dwa" มัมมี่ักษ์สองหัวแห่งปาโกเนีย: เรื่องจริงหรือแค่เรื่องแต่งลวงโลก?
อย่าหาทำ! ผลเสียรุนแรงของการ "กลั้นเยี่ยว"
ไขปริศนา “ราชินีแห่งรัตติกาล” (Queen of the Night): เทพีผู้ลึกลับแห่งบาบิโลนโบราณ
เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
รีวิว iPhone Duo ดราม่าสนั่น! เงินเดือนคนไทยซื้อไหวไหม หรือเป็นแค่ "ค่าความเชื่อมั่น"?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สมัครใจลาออกกับถูกเลิกจ้างได้เงินชดเชยต่างกันตรงไหน
หวย 1 พฤศจิกายน ย้อนหลัง 20 ปี เปิดสถิติเลขซ้ำ เลขท้าย 2 ตัวมีอะไรน่าจับตา
ตรวจหวย 16 ตุลาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 คือ