PhishByte เตือนว่า AI ที่ใช้ในการหลอกลวงทางอีเมลได้แซงหน้าความสามารถในการตรวจจับไปแล้ว
PhishByte เตือนว่า AI ที่ใช้ในการหลอกลวงทางอีเมลได้แซงหน้าความสามารถในการตรวจจับไปแล้ว
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Security Brief ได้กล่าวถึงการที่ทีมวิจัยจาก PhishByte บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการฝึกฝนพนักงานให้ตื่นตัว (Awareness) ต่อการหลอกลวงแบบ Phishing ทำการแจ้งเตือนกลุ่มธุรกิจ บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ในประเทศออสเตรเลียให้ตื่นตัวกับการหลอกลวงที่จะมีความแนบเนียนมากขึ้นจากการที่แฮกเกอร์เริ่มนำเอาปัญญาประดิษฐ์สำหรับการสร้างสื่อ หรือ Generative AI เข้ามาใช้งานในการช่วยสร้างแคมเปญ Phishing ที่กำลังมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และแนบเนียนมากกว่าที่เป็นมา โดยจากงานสำรวจของทีมวิจัยนั้นพบว่า ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) นั้นมีการใช้ AI มาใช้ในแคมเปญ Phishing สูงมากถึง 56% ของแคมเปญ Phishing ทั้งหมดที่ถูกตรวจพบในเดือนดังกล่าว ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานเดิม (Baseline) ถึง 4% เมื่อเจาะลึกในแคมเปญที่ถูกสร้างด้วย AI นี้พบว่า ธุรกิจในออสเตรเลียต้องสูญเสียเป็นมูลค่ามากถึง 166.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (3,902,047,476 บาท) จากแคมเปญ Phishing ทางอีเมล โดยมีมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กมากถึง 56,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (1,324,121.34 บาท) ต่อธุรกิจหนึ่งแห่ง
ความเสียหายที่มากขึ้นนี้ มาจากการที่ทางแฮกเกอร์ได้เปลี่ยนกลเม็ด จากการส่งอีเมลจำนวนมากแบบที่เคยเป็นมา มาใช้ AI ประเภทโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM หรือ Large Language Model) และระบบจัดการอัตโนมัติ (Automation) จากอินเทอร์เน็ตมืด (Dark Web) อย่าง FraudGPT และ WormGPT ที่สามารถสร้างคอนเทนต์หลอกลวงที่ใช้ภาษาเชิงธุรกิจได้อย่างแนบเนียนจนแยกของจริงของปลอมไม่ออกในเวลาหลักวินาทีโดยอาศัยเศษข้อมูลของพนักงานภายในที่ขโมยมาได้เพียงอย่างเดียว ก็สามารถสร้างข้อความหลอกลวงได้มากกว่า 1,000 รูปแบบโดยอ้างอิงตำแหน่งผู้รับอีเมล, รายละเอียดของนายจ้าง และบริบทการทำงาน ความสามารถของ AI ในการสร้างอีเมลยังไปไกลกว่าแค่ความเนียน เพราะสามารถปรับโครงสร้างของอีเมลจนตัวกรอง (Filter) เข้าใจผิดคิดว่าเป็นจดหมายทางธุรกิจแบบธรรมดา จนเล็ดลอดเข้าสู่องค์กรต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
นอกเหนือจากการหลอกลวงทางอีเมลแล้ว ทางทีมวิจัยยังได้กล่าวว่าการหลอกลวงด้วยการสร้างหน้าคนปลอมผ่าน AI แบบ Deepfake และ การสร้างเสียงเลียนแบบนั้นก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่แฮกเกอร์ยุคใหม่เอามาใช้หลอกลวงคนได้อย่างแพร่หลายเช่นเดียวกัน โดยมีกรณีตัวอย่างที่พนักงานการเงินในฮ่องกง ทำการอนุมัติคำสั่งโอนเงินที่เป็นมูลค่าสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (840,600,000 บาท) หลังรับวิดีโอคอล (Video Call) จากสแกมเมอร์ที่แอบอ้างตนเองเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงิน (CFO หรือ Chief Finance Officer) ด้วยหน้าที่ถูกสร้างขึ้นจาก Deepfake ซึ่งในส่วนของความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวงนั้น ทีมวิจัยได้อ้างอิงงานวิจัยจากธนาคาร Commonwealth Bank ว่า มีชาวออสเตรเลียมากถึง 90% จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,900 คน ที่เข้าร่วมโครงการวิจัย มีความมั่นใจว่าสามารถจับผิดหน้าปลอมที่ถูกสร้างจาก Deepfake ได้ แต่มีเพียง 42% เท่านั้นที่สามารถแยกออก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความอันตรายของแคมเปญการหลอกลวงที่ถูกสร้างขึ้นจาก AI ได้เป็นอย่างดี
เขียนโดย Annonymus TN
อำเภอที่เล็กจิ๋วที่สุด มีขนาดพื้นที่น้อยสุดในไทย
เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ประเทศที่นำเข้าไก่ไทยมากที่สุด ตลาดไหนซื้อไก่จากไทยเป็นอันดับหนึ่ง?
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้าง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
สนามบินแห่งเดียวของไทย ที่ตัวสนามบินตั้งอยู่ในเขต 2 จังหวัด
กรีกโยเกิร์ตกับโยเกิร์ตธรรมดา ต่างกันยังไง ทำไมกรีกโยเกิร์ตแพงกว่า
รวมเลขเด็ด 7 สำนักดัง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดโพยเทียบเลขเด่น จับตา 5-6-9 มีเลขไหนน่าส่องบ้าง
ประเทศที่มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ล่าสุด
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่ศิลา" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..เลขไหนเด่น ส่องเลย!
อำเภอที่เล็กจิ๋วที่สุด มีขนาดพื้นที่น้อยสุดในไทย


