เอลนีโญจ่อรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ! WMO เตือนลากยาวถึง ก.พ. 2570 เสี่ยงโลกร้อนจัด ภัยแล้ง–น้ำท่วม
โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนอีกครั้ง หลังองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เปิดเผยการคาดการณ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ก่อนจะถึงจุดสูงสุดในช่วงเดือนธันวาคมนี้ และมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยอาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2493 เป็นต้นมา
สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ยังรวมถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบฝน ความเสี่ยงจากภัยแล้ง น้ำท่วม และคลื่นความร้อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน ภาคเกษตรกรรม ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในแต่ละประเทศจะแตกต่างกันตามสภาพภูมิอากาศ และปัจจัยอื่นๆที่เกิดขึ้นร่วมด้วย
▪️เอลนีโญคืออะไร ทำไมจึงส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก ?
เอลนีโญ (El Niño) เป็นช่วงหนึ่งของปรากฏการณ์ความแปรปรวนของระบบมหาสมุทร และบรรยากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนหรือที่เรียกว่าเอลนีโญ–ลานีญา (ENSO) โดยเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลาง และตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของลม และการหมุนเวียนของบรรยากาศ
ในสภาวะปกติ ลมมรสุมจะพัดจากบริเวณตะวันออกไปทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ช่วยผลักดันน้ำอุ่นไปสะสมบริเวณใกล้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย แต่เมื่อเกิดเอลนีโญ รูปแบบลม และการกระจายตัวของน้ำอุ่นจะเปลี่ยนไป ส่งผลให้บริเวณที่เกิดเมฆ และฝน รวมถึงพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดความแห้งแล้ง เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
ผลที่ตามมาคือ บางภูมิภาคอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้น และฝนลดลง ขณะที่บางพื้นที่อาจเผชิญฝนตกหนักหรือน้ำท่วมมากกว่าปกติ เอลนีโญจึงไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศจะต้องร้อน และแห้งแล้งเหมือนกันทั้งหมด แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบสภาพอากาศในระดับกว้าง
▪️อุณหภูมิผิวน้ำทะเลอาจสูงกว่าสถิติเดิมอย่างมาก
ข้อมูลจาก WMO ระบุว่า ดัชนี Niño 3.4 ซึ่งใช้ติดตามความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางถึงตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1.6 องศาเซลเซียสเหนือค่าเฉลี่ยในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นประมาณ 2.5 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม 2569
สำหรับช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 แบบจำลองคาดการณ์ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 3.7 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าสูงสุดเดิมที่ประมาณ 2.6 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงมกราคม 2559 อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลข 3.7 องศาเซลเซียสนี้หมายถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในบริเวณดัชนี Niño 3.4 ไม่ใช่อุณหภูมิอากาศทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 3.7 องศาเซลเซียส และยังเป็นค่าคาดการณ์ ไม่ใช่ผลการตรวจวัดที่ยืนยันแล้วสำหรับช่วงเวลาทั้งหมด
หากการคาดการณ์เป็นไปตามแบบจำลอง เหตุการณ์ครั้งนี้อาจมีความรุนแรงอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2493 อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงยังต้องติดตามจากข้อมูลตรวจวัด และการปรับปรุงแบบจำลองอย่างต่อเนื่อง
▪️เอลนีโญรุนแรงขึ้น โลกอาจเผชิญผลกระทบอะไรบ้าง ?
1. อากาศร้อนจัด และคลื่นความร้อน
เอลนีโญมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับภาวะโลกร้อนจากการสะสมก๊าซเรือนกระจก อากาศที่ร้อนจัดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ โรคลมแดด และปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง
2. ภัยแล้ง และปัญหาการขาดแคลนน้ำ
บางพื้นที่อาจมีฝนตกน้อยกว่าปกติ ทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำมีปริมาณลดลง หากความแห้งแล้งเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการผลิตน้ำประปา การเพาะปลูก และการดำเนินชีวิตของประชาชน
3. ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในบางภูมิภาค
แม้เอลนีโญมักถูกเชื่อมโยงกับความแห้งแล้ง แต่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบลม และฝนก็อาจเพิ่มโอกาสเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมแต่ละครั้งยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น ระบบพายุ ลักษณะภูมิประเทศ และการระบายน้ำ จึงไม่ควรสรุปว่าภัยพิบัติทุกเหตุการณ์เกิดจากเอลนีโญโดยตรง
4. ผลผลิตทางการเกษตร และราคาอาหาร
อุณหภูมิสูง และฝนที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้พืชบางชนิดเติบโตได้ยากขึ้น เพิ่มความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร และสร้างความเสี่ยงต่อผลผลิต หากหลายพื้นที่ผลิตอาหารได้น้อยลงในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ก็อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน และราคาสินค้าเกษตรได้
5. ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิต
ความร้อน และความเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำส่งผลต่อทั้งระบบนิเวศบนบก และในทะเล อุณหภูมิน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงอาจกระทบการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิต และแหล่งอาหาร ขณะที่ภัยแล้ง และไฟป่าในบางภูมิภาคอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่า และถิ่นอาศัยของสัตว์
▪️นักวิจัยประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน 451,000 ราย
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากความร้อนโดย Climate Impact Lab ซึ่งเชื่อมโยงกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก โดยรายงานคาดการณ์ว่า ภาวะความร้อนที่เกี่ยวข้องกับเอลนีโญในครั้งนี้อาจทำให้เกิดผู้เสียชีวิตส่วนเกินทั่วโลกประมาณ 451,000 ราย ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 เมื่อเทียบกับจำนวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีปกติ
ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการจากแบบจำลอง และความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับการเสียชีวิต ไม่ใช่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ใช่การยืนยันว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะมีสาเหตุโดยตรงจากเอลนีโญ
นักวิจัยประเมินความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ และผลกระทบต่อสุขภาพ โดยชี้ว่าการเตรียมพร้อม และมาตรการป้องกันความร้อนสามารถช่วยลดความสูญเสียได้ ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตจริงย่อมขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่เกิดขึ้นจริง ความเปราะบางของประชากร และประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่
▪️ประเทศไทยต้องเตรียมรับมืออย่างไร ?
สำหรับประเทศไทย เอลนีโญอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุณหภูมิสูง และทำให้รูปแบบฝนเปลี่ยนแปลงได้ แต่ผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค และช่วงเวลา จึงไม่ควรสรุปว่าทุกพื้นที่จะเกิดภัยแล้งหรือขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน
สิ่งที่ประชาชนสามารถทำได้คือ ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ วางแผนใช้น้ำอย่างเหมาะสม ลดการสัมผัสแดดจัดเป็นเวลานาน และดูแลกลุ่มเปราะบางในครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงที่มีประกาศเตือนอากาศร้อน
ส่วนภาคเกษตรกรรมควรติดตามพยากรณ์อากาศ และสถานการณ์น้ำในพื้นที่ เพื่อวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ และเตรียมแนวทางรับมือหากฝนทิ้งช่วงหรือมีฝนตกหนักผิดปกติ
▪️เอลนีโญอาจอยู่ถึงปี 2570 แต่ผลกระทบยังต้องติดตาม
WMO คาดการณ์ว่าเอลนีโญจะทวีความรุนแรงก่อนถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม 2569 และมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ทุกพื้นที่จะเผชิญภัยพิบัติรุนแรงตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เพราะผลกระทบขึ้นอยู่กับรูปแบบสภาพอากาศในแต่ละภูมิภาค และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ
สิ่งสำคัญคือ การติดตามข้อมูลจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ และอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเตรียมรับมือทั้งอากาศร้อน ภัยแล้ง และฝนตกหนักตามความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เพราะแม้จะไม่สามารถควบคุมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้ แต่การเตรียมตัวล่วงหน้า สามารถช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตของผู้คนได้
อ้างอิง:
1.https://wmo.int/news/media-centre/sea-surface-temperatures-reflect-strengthening-el-nino
2.https://public.wmo.int/media/news/el-nino-set-become-very-strong-raising-risks-of-extreme-weather-2027
3.https://www.reuters.com/business/environment/un-weather-body-says-el-nio-set-intensify-last-until-february-2027-2026-10-08/
4.https://impactlab.org/research/451000-at-risk?trk=article-ssr-frontend-pulse_little-text-block
ภาพประกอบ: Pixabay
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
โรงแรมสุดหรูหราในไทย ที่คนไทยทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้เข้าพัก
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่


















