3 ปริศนาขบวนพระศพ ซูสีไทเฮา พายุ–ของเหลวแดง–พระโกศหนัก
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “ซูสีไทเฮา” สตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดคนหนึ่งในช่วงปลายราชวงศ์ชิง ซึ่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1908 ก่อนจะได้รับการฝังที่สุสานบูรพาแห่งราชวงศ์ชิงในปี ค.ศ. 1909
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงความยิ่งใหญ่ของขบวนพระศพ แต่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดระหว่างการเคลื่อนพระโกศ ซึ่งถูกเล่าต่อกันมาจนกลายเป็นตำนาน 3 เรื่อง
เรื่องแรก ท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
มีเรื่องเล่าว่า ระหว่างขบวนเคลื่อนพระโกศผ่านบริเวณฉงเหวินเหมิน ท้องฟ้าที่เดิมแจ่มใสกลับมืดครึ้มและเกิดลมฝนอย่างรุนแรง จนบรรยากาศทั้งขบวนเปลี่ยนไปอย่างน่าหวาดหวั่น
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นลางร้าย เพราะ ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หนักแน่นพอจะยืนยันรายละเอียดของเหตุการณ์ตามเรื่องเล่าภายหลัง และก็ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าเป็นปรากฏการณ์พิเศษเหนือธรรมชาติ
เรื่องที่สอง ของเหลวสีแดงคล้ายเลือดไหลจากพระโกศ
นี่เป็นอีกเรื่องที่ถูกเล่ากันอย่างแพร่หลาย แต่คำกล่าวว่าเป็น “เลือดของซูสีไทเฮา” นั้นไม่มีหลักฐานทางการแพทย์หรือหลักฐานร่วมสมัยมารองรับ
ที่สำคัญ การเสียชีวิตจนถึงวันฝังห่างกันประมาณหนึ่งปี จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายอย่างง่ายๆ ว่าเป็น “เลือดที่ยังไหลออกมา” เหมือนคนมีชีวิต เรื่องของของเหลวสีแดงจึงควรถือเป็น เรื่องเล่าที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด มากกว่าจะสรุปว่าเกิดจากการเน่าเปื่อยหรือสารกันบูดโดยตรง
เรื่องที่สาม พระโกศหนักขึ้นอย่างผิดปกติ
เรื่องนี้ชวนขนลุกที่สุด เพราะมีคำบอกเล่าว่า เมื่อขบวนเดินทางถึงสุสาน เหล่าคนแบกพระโกศรู้สึกว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน จนแทบไม่สามารถแบกต่อไปได้ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติในเวลาต่อมา
แต่ประเด็นสำคัญคือ ยังไม่พบหลักฐานร่วมสมัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น การระบุว่า “วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้” อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเหตุการณ์ได้รับการพิสูจน์แล้ว ซึ่งไม่ถูกต้องนัก
หากมองในมุมประวัติศาสตร์ ทั้ง 3 เรื่องจึงควรแยกให้ออกระหว่าง ข้อเท็จจริงกับตำนานที่เกิดขึ้นภายหลัง
สิ่งที่ยืนยันได้คือ งานพระศพของซูสีไทเฮามีขนาดใหญ่และหรูหราอย่างยิ่ง พระนางถูกฝังที่สุสานบูรพาแห่งราชวงศ์ชิง และต่อมาในปี ค.ศ. 1928 สุสานของพระนางถูกกองกำลังของขุนศึก ซุนเตี้ยนอิง ปล้นสะดม ทรัพย์สินและเครื่องประดับจำนวนมากที่ฝังร่วมกับพระศพถูกนำออกไป
ชีวิตของสตรีผู้เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ จึงจบลงด้วยเรื่องราวที่ทั้งยิ่งใหญ่ น่าสะพรึง และเต็มไปด้วยช่องว่างทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เรื่องเล่าลึกลับถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งจนถึงปัจจุบัน
สรุป
เรื่องพายุ ของเหลวสีแดง และพระโกศหนักขึ้น ล้วนถูกเล่าขานเกี่ยวกับการส่งพระศพของซูสีไทเฮา แต่ ยังไม่ควรนำเสนอทั้งสามเรื่องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว โดยเฉพาะเรื่องพระโกศหนักขึ้นและของเหลวสีแดง เพราะหลักฐานร่วมสมัยยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันรายละเอียดดังกล่าว
แหล่งที่มา
- MCLC Resource Center, The Ohio State University — ข้อมูลประวัติซูสีไทเฮาและพระราชพิธีหลังการสิ้นพระชนม์
- Chinese Text Project — ข้อมูลประวัติการสิ้นพระชนม์และการฝังพระศพของซูสีไทเฮา
- UNESCO World Heritage Centre — ข้อมูลสุสานหลวงราชวงศ์หมิงและชิง
- บันทึกและคำบอกเล่าเกี่ยวกับขบวนพระศพซูสีไทเฮาในปี ค.ศ. 1909
- ข้อมูลการปล้นสุสานบูรพาโดยซุนเตี้ยนอิงในปี ค.ศ. 1928
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
ไล่สถิติ 16 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เจอเลขวนกลับมาให้สะดุดตา ลุ้นงวดนี้มีตัวไหนโผล่อีก
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เจ็บ 3 ราย หลังเกิดเหตุประตูเหล็กหนัก 500 กิโลกรัมที่ญี่ปุ่นพังถล่ม
9 ขนมไทยมงคล คนโบราณนิยมใช้ในงานสำคัญ สื่อความหมายเรียกทรัพย์–หนุนชีวิต
เปิดความเชื่อ ของยิ่งเก็บยิ่งจน เสื้อผ้าเก่ากองเต็มตู้ หลายคนเก็บจนลืมว่าเคยมี
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
ทำไม น้ำอัดลมต้องกลม แต่นมต้องเหลี่ยม เหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้
ย้อนสถิติ 2 งวด! “สูตรรวมมหาเฮง นำโชค” เปิดแนวทางใหม่ งวด 16 ต.ค. 69
อำเภอที่มีคนเกิน 500,000 คน เพียงอำเภอเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
เปิด 5 บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยที่มีกำไรปีที่ผ่านมา มากที่สุดในไทย
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เปิดความเชื่อ ของยิ่งเก็บยิ่งจน เสื้อผ้าเก่ากองเต็มตู้ หลายคนเก็บจนลืมว่าเคยมี
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
เจ็บ 3 ราย หลังเกิดเหตุประตูเหล็กหนัก 500 กิโลกรัมที่ญี่ปุ่นพังถล่ม



