นักเรียนใช้งาน AI อาจทำการบ้านไวขึ้น แต่ผลสอบแย่ลงถึง 20%
นักวิจัยเตือน นักเรียนใช้งาน AI อาจทำการบ้านไวขึ้น แต่ผลสอบแย่ลงถึง 20%
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Al Jazeera ได้กล่าวถึงงานศึกษาการใช้งาน AI ในสถานศึกษาโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Stockholm University แห่งประเทศสวีเดน และ มหาวิทยาลัย University of Hong Kong แห่งเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนในประเทศจีนกว่า 27,000 คน ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 12 ปี - 18 ปี ภายในเวลา 30 เดือน ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้นั้นจะเป็นการติดตามผลข้อมูลในการทำการบ้าน, การสอบแบบปิดหนังสือ (Closed Book) ประจำเดือน, และการสอบเอนทรานซ์ที่มีความเข้มข้นในการสอบสูง ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการทำงานที่ได้รับมอบหมายที่โรงเรียน และ ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่แท้จริง ภายหลังการนำเอา AI เข้ามาใช้ในการเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ดังนี้
คะแนนจากการทำการบ้าน สูงขึ้น 18%
เวลาที่ใช้ในการทำการบ้าน น้อยลง 30% จาก 64 นาที เหลือแค่ 45 นาที
แต่พอให้ทำข้อสอบประจำเดือนโดยไม่มี AI คอยช่วยเหลือ ผลสอบร่วงลงถึง 20% ภายใน 6 เดือนหลังการใช้งาน AI
ผลการสอบเอนทรานซ์นั้นก็ร่วงลงอย่างเห็นได้ชัดเจน (ไม่มีการบอกจำนวนสถิติ)
ผลลัพธ์ของงานวิจัยฉบับดังกล่าวนั้นเรียกได้ว่าเป็นไปในทางเดียวกับผลวิจัย Digital Education Outlook 2026 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) ที่พบว่า การใช้งาน AI นั้นถึงแม้จะไม่ใช้งานในการเรียนการสอน แต่มีการมอบหมายให้ช่วยงานอื่น ๆ แทน พบว่าช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นแต่ไม่ส่งผลต่อการปรับปรุงศักยภาพในการเรียนรู้แต่อย่างใด
ในด้านคำถามที่ว่า จริง ๆ แล้วนักเรียนส่วนมากใช้งาน AI เพื่อทำอะไรในการเรียนนั้น ทางองค์กร Ipsos ก็ได้ทำการวิจัยในประเด็นดังกล่าว ด้วยการใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนในชาติยุโรปมากถึง 7 ชาติ จำนวนกว่า 7,000 ราย โดยอยู่ในกลุ่มอายุ 12 - 17 ปี คำตอบนั้นก็เรียกว่าน่าสนใจยิ่ง ซึ่งรายละเอียดนั้นมีดังนี้
56% ใช้ในการค้นคว้า ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ
45% ใช้ในการอธิบายศัพท์ หรือ คอนเซปต์ (Concept) ที่เข้าใจได้ยาก
31% ใช้ในการทำการบ้านโดยตรง
29% ใช้ในการช่วยเหลือในการทำแบบฝึกหัด รวมทั้งให้ความคิดเห็นคำแนะนำ (Feedback)
20% ใช้ในช่วยจัดแผนการเรียนส่วนบุคคล รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการเรียน
ในด้านผลกระทบ (Impact) ของ AI ที่มีต่อชีวิตนักเรียนนั้น ทางองค์กร HEPI/Kortext ก็ได้ทำการวิจัยในหัวข้อดังกล่าวโดยได้มีการตีพิมพ์ในรายงานชื่อว่า Student Generative AI Survey 2026 ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้นั้นได้ทำการศึกษาในกลุ่มนักเรียนระดับปริญญาตรีแบบเต็มเวลาในประเทศสหราชอาณาจักร จำนวนกว่า 1,054 ราย ซึ่งผลของการสำรวจนั้นมีดังนี้
49% มองว่าช่วยให้ชีวิตการเรียนนั้นดีขึ้น เพราะ AI ช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียนรู้และมีความเข้าใจในการเรียนที่ดีขึ้น
ขณะที่อีก 41% กลับทำให้ตัวนักเรียนนั้นรู้สึกเหงาเดียวดาย
แต่เมื่อทำการเจาะลึกในด้านความเหงาจากการใช้งาน AI นั้นกลับพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก
กว่า 59% มองว่า AI ไม่ได้ส่งผลทั้งบวกและลบต่อความเหงา
21% เห็นว่าใช้งาน AI แล้วเหงาน้อยลง
20% พบว่ายิ่งใช้ยิ่งเหงามากขึ้น
เขียนโดย Annonymus TN
ประวัติและที่มาของ “ขนมครก” ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปี
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่า
เอธิโอเปีย–เอริเทรียกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นในแอฟริกาตะวันออก ?
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เลขเด็ด "คำชะโนด" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 69..เลขเด่น 7 มาแรง!
ปูแดงเกาะคริสต์มาส การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเกาะให้กลายเป็นทะเลสีแดง
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
ยิง "จอม ฉวาง" ขาใหญ่คอทะลุดับคาดสาเหตุขัดแย้งส่วนตัว
มนุษย์ตายจากโรค HIV ปีละเท่าไหร่? ตัวเลขล่าสุดจากทั่วโลกและไทย
เลขไหนมีที่มาซ้ำ? เปิดชุดตัวเลข “แม่ทำเนียน” งวด 16 ต.ค. 2569
อำเภอที่มีชื่อยาวที่สุด เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นๆ
ดาราดัง "ฮารุกะ ฟุคุฮาระ" ประกาศว่าแต่งงานกับนักบอลทีมชาติ "ทาเคฟุสะ คูโบะ" แล้ว!!
เก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่า
เอธิโอเปีย–เอริเทรียกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นในแอฟริกาตะวันออก ?
ยิง "จอม ฉวาง" ขาใหญ่คอทะลุดับคาดสาเหตุขัดแย้งส่วนตัว