แก้มลิงบึงคู้บอนเดือด! ปมโครงการ 1.1 หมื่นล้าน ถูกพับหรือคุ้มกว่า? “ชัชชาติ” แจงยิบ
กลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเผชิญปัญหาน้ำท่วม หลังมีการหยิบเรื่อง “แก้มลิงบึงคู้บอน” กลับมาพูดถึงอีกครั้ง
ประเด็นไม่ได้อยู่แค่เรื่องน้ำท่วม แต่ลามไปถึงคำถามว่า ทำไมโครงการเดิมถึงถูกยุติ และเหตุผลเรื่องงบประมาณ 11,000 ล้านบาทนั้นคิดกันอย่างไร
เรื่องนี้เริ่มร้อนขึ้นหลัง นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาเปิดข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ พร้อมตั้งคำถามถึงการตัดสินใจในช่วงที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
อรรถวิชช์เปิดไทม์ไลน์ ชี้โครงการเดินมาไกลแล้ว
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ตนติดตามเรื่องบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2564 โดยโครงการมีการทำประชาพิจารณ์มาตั้งแต่ปี 2560 และอ้างว่าผลประชาพิจารณ์ในขณะนั้นประชาชนเห็นชอบ
จากนั้นในปี 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ มีการออกแบบจำลองพื้นที่รับน้ำ รวมถึงมีการดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และในปี 2564 ยังมีการปิดประกาศสถานที่ตั้งโครงการ
แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่นายชัชชาติ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. นายอรรถวิชช์ ระบุว่าโครงการถูกยุติลงในเวลาต่อมา
จุดนี้จึงกลายเป็นคำถามว่า อะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้โครงการซึ่งเดินหน้ามาหลายขั้นตอนต้องถูกพับไป
จากตัวเลข 254 ล้าน สู่ 11,000 ล้าน ต่างกันตรงไหน?
อีกประเด็นที่นายอรรถวิชช์หยิบขึ้นมาคือเรื่องค่าใช้จ่าย
เจ้าตัวนำเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการในอดีตมาแสดง โดยระบุว่าค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ หรือค่าเวนคืนที่ดินบริเวณบึงคู้บอนในข้อมูลเดิมอยู่ที่ประมาณ 254 ล้านบาท และเป็นเพียงส่วนของค่าเวนคืน ยังไม่รวมค่าก่อสร้างโครงการ
นายอรรถวิชช์ ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อพื้นที่ไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การวางผังเพื่อรองรับการทำแก้มลิงตามโครงการเดิม ที่ดินบางส่วนจึงถูกนำไปพัฒนาและมีมูลค่าสูงขึ้น
พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวเลข 11,000 ล้านบาท ว่าอาจเป็นการนำพื้นที่บึงบางชัน ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งมารวมคำนวณด้วย
ตรงนี้จึงกลายเป็นอีกจุดที่ทั้งสองฝ่ายอธิบายไม่เหมือนกัน
อีกคำถามที่ถูกโยนเข้ามา ปมที่ดินเอกชน
นอกจากเรื่องงบประมาณ นายอรรถวิชช์ยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับอดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ซึ่งเขาระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณบึงคู้บอน
นายอรรถวิชช์ตั้งคำถามว่า การยุติโครงการแก้มลิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของเจ้าของที่ดินหรือไม่ เนื่องจากภายหลังพื้นที่ดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เป็นข้อสงสัยและข้อกล่าวอ้างที่นายอรรถวิชช์ตั้งขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ชัชชาติแจงกลับ บึงคู้บอนกับบางชันต้องใช้งบสูง
ด้านนายชัชชาติออกมาชี้แจงถึงที่มาของโครงการ โดยระบุว่า แนวคิดเรื่องแก้มลิงเป็นการนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการกำหนดว่าจะต้องสร้างแก้มลิงที่บึงคู้บอนโดยเฉพาะ
นายชัชชาติอธิบายว่า เดิมมีพื้นที่ที่พิจารณาไว้ทั้งหมด 6 โครงการ ก่อนจะเหลือ 2 พื้นที่ คือ บึงคู้บอน และบึงบางชัน
เมื่อพิจารณารวมกันแล้ว งบประมาณที่ต้องใช้สูงถึงประมาณ 11,000 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าเวนคืนที่ดินอยู่ที่ราว 5,000 ล้านบาท
จึงเกิดคำถามสำคัญขึ้นมาว่า หากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก มีทางเลือกอื่นที่สามารถแก้ปัญหาน้ำได้หรือไม่
ทางเลือกใหม่ “อุโมงค์น้ำ” งบประมาณลดลง
นายชัชชาติระบุว่า กทม.จึงหันมาพิจารณาแนวทางอื่น โดยหนึ่งในทางเลือกคือ อุโมงค์ระบายน้ำ
ตามคำชี้แจงของผู้ว่าฯ กทม. แนวทางดังกล่าวใช้งบประมาณประมาณ 6,500 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขของโครงการแก้มลิงที่นำมาเปรียบเทียบกัน
เหตุผลที่เลือกพิจารณาแนวทางนี้ นายชัชชาติระบุว่า ต้องการดูทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของงบประมาณ รวมถึงมองว่าเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ได้
ส่วนเรื่องเอื้อเอกชน ชัชชาติตอบว่าไม่เกี่ยว
สำหรับข้อสงสัยเรื่องที่ดินเอกชน นายชัชชาติชี้แจงว่า การเวนคืนที่ดินไม่ว่าจะเป็นของใคร กทม.ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการและจ่ายค่าชดเชยตามราคาที่เกี่ยวข้อง
พร้อมระบุว่า ตนไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว และการตัดสินใจเรื่องโครงการไม่ได้พิจารณาว่าเป็นที่ดินของเอกชนรายใด
นายชัชชาติยืนยันว่า การตัดสินใจของ กทม. พิจารณาจาก ประโยชน์ของประชาชนและความคุ้มค่าของงบประมาณ เป็นหลัก
ประเด็นที่ยังต้องดูข้อมูลกันต่อ
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้มีอย่างน้อย 2 มุมที่กำลังถูกนำมาเปรียบเทียบกัน
ฝั่งหนึ่งตั้งคำถามว่า โครงการแก้มลิงบึงคู้บอนที่เคยผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มาแล้ว เหตุใดจึงถูกยุติ และตัวเลขงบประมาณที่นำมาอ้างนั้นมีรายละเอียดอย่างไร
อีกฝั่งชี้แจงว่า การเลือกพื้นที่ทำแก้มลิงไม่ใช่การกำหนดพื้นที่แบบตายตัว และเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนกับประสิทธิภาพแล้ว อุโมงค์ระบายน้ำอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในเวลานั้น
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ยังเป็นประเด็นที่ควรแยกออกจากเรื่องการเลือกแนวทางแก้ปัญหาน้ำ และควรพิจารณาจากเอกสาร ข้อมูลการเวนคืน และกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องโดยตรง
งานนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ทำหรือไม่ทำแก้มลิง” แต่เป็นเรื่องของ งบประมาณ การเลือกพื้นที่ ประสิทธิภาพการระบายน้ำ และกระบวนการตัดสินใจของภาครัฐ ซึ่งยังเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตากันต่อไป
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
ปูแดงเกาะคริสต์มาส การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเกาะให้กลายเป็นทะเลสีแดง
ประวัติและที่มาของ “ขนมครก” ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปี
ยิง "จอม ฉวาง" ขาใหญ่คอทะลุดับคาดสาเหตุขัดแย้งส่วนตัว
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่า
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
มนุษย์ตายจากโรค HIV ปีละเท่าไหร่? ตัวเลขล่าสุดจากทั่วโลกและไทย
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
เปิดแนวทางหวย “อโนทัย” งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลขเด่น 3-7 เหนือ-ใต้ เลขไหนถูกพูดถึงบ้าง
เอธิโอเปีย–เอริเทรียกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นในแอฟริกาตะวันออก ?
อำเภอที่มีชื่อยาวที่สุด เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ดาราดัง "ฮารุกะ ฟุคุฮาระ" ประกาศว่าแต่งงานกับนักบอลทีมชาติ "ทาเคฟุสะ คูโบะ" แล้ว!!
นักเรียนใช้งาน AI อาจทำการบ้านไวขึ้น แต่ผลสอบแย่ลงถึง 20%
เก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่า
เอธิโอเปีย–เอริเทรียกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นในแอฟริกาตะวันออก ?