หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมท่า "ดับเบิลคิก" ถึงไร้เทียมทาน?

เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน

นับตั้งแต่ยุคโชวะมาจนถึงยุคเรวะ มีแฟนๆจำนวนมากต่างหลงใหลในละครโทคุซัทสึระดับตำนานอย่าง "มาสค์ไรเดอร์" ซึ่งออกอากาศตั้งแต่ปี 1971 ถึง 1973 และ ในปี 2026 นี้ ซีรีส์ดังกล่าวก็เดินทางมาถึงวาระครบรอบ 55 ปีแล้ว...


ผู้ที่ยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของตำนานนี้ก็คือ "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1" หรือ "ฮอนโก ทาเคชิ" และ "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 2" หรือ "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" หรือ ที่แฟนๆรู้จักกันในชื่อ "ดับเบิลไรเดอร์" พวกเขาคือ "นักรบแห่งสันติภาพและเสรีภาพ" [ตามคำบรรยายเปิดเรื่อง] ซึ่งต่อสู้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อหยุดยั้งแผนการขององค์กรลับฝ่ายชั่วร้ายอย่าง "ช็อกเกอร์" และ "เกลช็อกเกอร์" แต่คุณรู้จักตัวตนที่คาดไม่ถึงของพวกเขา เส้นทางการต่อสู้ที่ขยายไปทั่วโลก รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขามากน้อยแค่ไหน? ซึ่งบทความนี้ผมจะเจาะลึกไปที่ 3 ความลับของ "ดับเบิลไรเดอร์" โดยอ้างอิงภาพถ่ายหายากจากหนังสือภาพฉบับสมบูรณ์ "テレビマガジン特別編集 仮面ライダー 昭和46年~48年 講談社所蔵写真集 究極" ซึ่งรวบรวมภาพถ่ายจากคลังของสำนักพิมพ์โคดันฉะ

งานของ "ฮอนโก ทาเคชิ" และ "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" คืออะไร?
"มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1" หรือ "ฮอนโก ทาเคชิ" เป็นนักศึกษาของสถาบันวิจัยชีวเคมี ของมหาวิทยาลัยโจนัน ถึงแม้จะเป็นเพียงนักศึกษา แต่ด้วยความอัจฉริยะระดับ IQ 600 จึงเป็นไปไม่ได้ที่พรสวรรค์ของเขาจะถูกมองข้าม เขาจึงมีส่วนร่วมในงานวิจัยต่างๆ ภายใต้การดูแลของอาจารย์ของเขาอย่าง "ศาสตราจารย์ มิโดริคาวะ ฮิโรชิ"

"ฮอนโก ทาเคชิ" ยังมีเพื่อนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่เป็นจำนวนมาก และ หลายครั้งเขาก็ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ในการคลี่คลายคดีที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังฝ่ายชั่วร้าย เขาใช้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ "ไวรัสของมนุษย์ค้างคาว" รวมถึงมีส่วนร่วมในการพัฒนา "นิวไซโคลน" และ ยังร่วมกับ "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 2" ในการดัดแปลง "คาเสะมิ ชิโร่" ให้กลายเป็น "มาสค์ไรเดอร์ วี3" กล่าวได้ว่า "เขาคือนักวิทยาศาสตร์หนุ่มอัจฉริยะอย่างแท้จริง!!" นอกจากนี้ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คืออีกหนึ่งตัวตนของ "ฮอนโก ทาเคชิ" นั่นคือ "นักแข่งรถจักร" เขาสามารถทำผลงานได้ดีในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์หลายรายการ รวมถึงการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นด้วย


ซึ่งสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ด้านหน้าและด้านข้างของ "แฟริ่งไซโคลน" ซึ่งเป็นรูปด้านหน้าของรถจักรผสมกับตัวอักษร "R" นั้น แท้จริงแล้วเป็นสัญลักษณ์ของ "ทาจิบานะเรซซิ่งคลับ" ที่บริหารโดย "ทาจิบานะ โทเบเอะ" สัญลักษณ์เดียวกันนี้ยังปรากฏอยู่บนชุดแข่งของ "ฮอนโก ทาเคชิ" และ "ทาจิบานะ โทเบเอะ" ในสนามทดสอบอีกด้วย!! แม้ในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับเหล่า "ช็อกเกอร์" และ "เกลช็อกเกอร์" อย่างต่อเนื่อง "ฮอนโก ทาเคชิ" ก็ไม่เคยละทิ้งความฝันในการเป็นนักแข่งรถจักร และ ยังคงมุ่งหวังที่จะคว้าแชมป์ในการแข่งขันระดับโลก

ในทางกลับกัน "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 2" หรือ "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" มีอาชีพเป็นช่างภาพอิสระ เขารับงานถ่ายภาพหลากหลายประเภท ตั้งแต่ถ่ายการแข่งขันมวยปล้ำบริเวณข้างเวที ไปจนถึงถ่ายภาพและสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้จำกัดประเภทของงานแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเขากลับยืนยันอย่างแปลกประหลาดว่า "ผมไม่ถ่ายผู้หญิง"

"ฮอนโก ทาเคชิ" และ "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" ต่อสู้กันทั่วโลก!!
ในตอนที่ 14 "ฮอนโก ทาเคชิ" ออกเดินทางไปยุโรปเพื่อติดตาม "ช็อกเกอร์" ซึ่งทำให้ "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" เข้ามารับหน้าที่ต่อสู้ในญี่ปุ่นแทน ต่อมาในตอนที่ 40 "ฮอนโก ทาเคชิ" เดินทางกลับญี่ปุ่นจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อตามล่า "ด็อกเตอร์ชินิกามิ" และ "สโนว์แมน" ที่เดินทางมายังญี่ปุ่น จากนั้นเขายังเดินทางต่อไปยังแอฟริกา และ ในตอนที่ 49 ก็กลับมายังญี่ปุ่นอีกครั้งเพื่อตามล่า "อิโซกินชัก" แห่งสาขาแอฟริกาของ "ช็อกเกอร์" ในทั้ง 2 ครั้ง "ฮอนโก ทาเคชิ" ได้กลับมาร่วมมือกับ "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" ในฐานะ "ดับเบิลไรเดอร์" เพื่อเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่ง จากนั้นในตอนที่ 50 "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" เดินทางไปอเมริกาใต้ ในขณะที่ "ฮอนโก ทาเคชิ" กลับมารับหน้าที่ปกป้องญี่ปุ่นอีกครั้ง ส่วน "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" ที่ออกเดินทางไปแล้ว ก็กลับญี่ปุ่นในตอนที่ 72 เพื่อตามล่า "โมสกิลัส" แห่งสาขาอเมริกาใต้ของ "ช็อกเกอร์" ซึ่งเดินทางมายังญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่ 93 "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" กลับมายังญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อส่งเทปคอมพิวเตอร์ที่บันทึกตัวตนที่แท้จริงของผู้นำ "เกลช็อกเกอร์" ให้กับพันธมิตรต่อต้านช็อกเกอร์ และ ในตอนสุดท้าย ตอนที่ 98 "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" ก็กลับมาร่วมมือกับ "ฮอนโก ทาเคชิ ในฐานะ "ดับเบิลไรเดอร์" เพื่อทำลายเกลช็อกเกอร์ให้สิ้นซาก!! แม้หลังจาก "มาสค์ไรเดอร์" จบลง "ฮอนโก ทาเคชิ" ก็ยังเดินทางต่อสู้ไปทั่วโลก ทั้งในออสเตรเลีย นิวยอร์ก และ อเมริกา... ส่วน "อิจิมอนจิ ฮายาโตะ" ก็ยังคงต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายชั่วร้ายกลุ่มใหม่ๆ ในออสเตรเลีย อินเดีย และ สถานที่อื่นๆ...


ท่าไม้ตายของดับเบิลไรเดอร์!!
เนื่องจาก "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1 และ หมายเลข 2" มักจะแยกย้ายกันไปต่อสู้ในต่างประเทศ การที่ทั้งสองจะร่วมมือกันจึงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ดังนั้นท่าไม้ตายที่ใช้ร่วมกันในฐานะ "ดับเบิลไรเดอร์" จึงมีอยู่ไม่มาก โดยท่าที่ทั้งสองใช้ร่วมกันมีทั้ง "ไรเดอร์แฮมเมอร์พันช์, ไรเดอร์ดับเบิลช็อป, เฮดแครชเชอร์ และ ไรเดอร์นาเกะ" แต่ท่าที่ใช้ปิดฉากการต่อสู้เกือบทั้งหมดก็คือ  "ไรเดอร์ดับเบิลคิก"

มาลองย้อนกลับไปดูการต่อสู้ของ "ดับเบิลไรเดอร์" ใน "มาสค์ไรเดอร์" กัน!!
- ในการต่อสู้กับ "สโนว์แมน" ในตอนที่ 40 และ "โกสเตอร์" ในตอนที่ 41 ทั้งสองสามารถปิดฉากศัตรูด้วย "ไรเดอร์ดับเบิลคิก"
- ในตอนที่ 49 การต่อสู้กับ "อิโซกินชัก" ทั้งสองใช้ "ไรเดอร์ชาริ" ต่อด้วย "ไรเดอร์กาเอชิ" ก่อนปิดฉากด้วย "ไรเดอร์ดับเบิลคิก" โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการตะโกนชื่อท่าออกมาว่า "ไรเดอร์ดับเบิลคิก!"
- ในตอนที่ 51 กับ "ยูนิโครนอส", ตอนที่ 52 กับ "กิลการัส", ตอนที่ 72 กับ "โมสกิลัส", ตอนที่ 73 กับ "ชิโอมานคิง", ตอนที่ 94 กับ "นามาคุจิคิโนโกะ" ต่างก็ใช้ท่า "ไรเดอร์ดับเบิลคิก" เป็นท่าไม้ตาย เช่นเดียวกัน ในการต่อสู้กับ "ช็อกเกอร์ไรเดอร์ 6 คน" ในตอนที่ 94 พวกเขาใช้ท่าใหญ่ที่มีชื่อว่า "ไรเดอร์ชาริ" ซึ่งแตกต่างจากท่าชื่อเดียวกันที่ใช้ในการต่อสู้กับ "อิโซกินชัก" และ สามารถเอาชนะศัตรูได้ด้วยท่านี้ ส่วนในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับ "ฮิลคาเมเลียน" ซึ่งเป็นร่างแปลงของ "แบล็กโชกุน" ในตอนที่ 98 พวกเขาปิดฉากด้วย "ดับเบิลช็อป" จากนั้นจึงเดินทางไปต่อสู้กับผู้นำของ "เกลช็อกเกอร์" ซึ่งผู้นำไม่ได้เปิดโอกาสให้พวกเขาใช้ท่าไม้ตาย เพราะเลือกที่จะระเบิดตัวเอง เพื่อพยายามกำจัด "ดับเบิลไรเดอร์" ไปพร้อมกัน...

ทั้ง "มาสค์ไรเดอร์หมายเลข 1 และหมายเลข 2" ต่างก็พัฒนาท่าใหม่ๆมากมาย ผ่านการฝึกฝนและการต่อสู้ แต่การที่ท่าไม้ตายของ "ดับเบิลไรเดอร์" ยังคงเป็น "ไรเดอร์ดับเบิลคิก" ไม่เปลี่ยนแปลงนั้น... อาจเป็นหลักฐานว่าภาพจำของ "ดับเบิลไรเดอร์ใช้ไรเดอร์ดับเบิลคิก" นั่นเอง... และ เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีความสามารถเทียบเท่ากับตัวเองอย่าง "ช็อกเกอร์ไรเดอร์" พวกเขาจำเป็นต้องนำท่าใหม่ๆมาใช้ แต่สำหรับศัตรูรายอื่นๆ การใช้ "ไรเดอร์ดับเบิลคิก" ก็เพียงพอที่จะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งได้แล้ว...

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 84 ครั้ง
เขียนโดย ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
นักข่าวสายไวรัล [เน้นข่าวต่างประเทศ] และ คนดูหนังแห่งชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69ทนายไข่มุกโพสต์ฟาดแรง หลังศาลยกฟ้องคดีหุ้น 49% ต้า–ยัต ลั่นยอมถูกมองโง่ ดีกว่าทำลูกความเสียประโยชน์เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้ไข่ลอยน้ำไม่ได้แปลว่าไข่เสีย การทดสอบในน้ำบอกได้แค่อายุของไข่ฝรั่งเศสประท้วงเรื่องอะไร ทำไมหลายกลุ่มจึงลงถนนในช่วงเดียวกันจริงหรือไม่? เตะอัณฑะเจ็บ 9,000 หน่วย เทียบคลอดลูก 160 คนสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/11/69จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?35°C เท่ากัน ทำไมวันชื้นถึงรู้สึกร้อนกว่า?รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งสะเทือนวงการกะเพรา!...เมื่อเอกชนจดคุ้มครอง แล้วปลูกขายเองจะโดนจับไหม?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ฝรั่งเศสประท้วงเรื่องอะไร ทำไมหลายกลุ่มจึงลงถนนในช่วงเดียวกันสะเทือนวงการกะเพรา!...เมื่อเอกชนจดคุ้มครอง แล้วปลูกขายเองจะโดนจับไหม?35°C เท่ากัน ทำไมวันชื้นถึงรู้สึกร้อนกว่า?ทนายไข่มุกโพสต์ฟาดแรง หลังศาลยกฟ้องคดีหุ้น 49% ต้า–ยัต ลั่นยอมถูกมองโง่ ดีกว่าทำลูกความเสียประโยชน์ไข่ลอยน้ำไม่ได้แปลว่าไข่เสีย การทดสอบในน้ำบอกได้แค่อายุของไข่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
พีกในพีก! “รุ่ง” สามีใหม่เฟิร์นช็อก เจอภาพชายอื่นในบ้านที่เช่าให้ ขณะที่อดีตสามีแฉปมทองหายสะเทือนวงการกะเพรา!...เมื่อเอกชนจดคุ้มครอง แล้วปลูกขายเองจะโดนจับไหม?ทนายไข่มุกโพสต์ฟาดแรง หลังศาลยกฟ้องคดีหุ้น 49% ต้า–ยัต ลั่นยอมถูกมองโง่ ดีกว่าทำลูกความเสียประโยชน์อีโบลาระบาดข้ามประเทศปี 2569 ไนจีเรียพบผู้ติดเชื้อรายแรก เร่งติดตามผู้ป่วย 44 ราย
ตั้งกระทู้ใหม่