หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

“คนกรุงต้องรู้” 5 เขตในกรุงเทพฯที่ “ฝนตกเมื่อไรได้ลุยน้ำทุกที”

เขียนโดย Mind Matter

เขตไหนในกรุงเทพฯที่มี "จำนวนครั้งที่เกิดน้ำท่วมขังบนผิวจราจร" ซึ่ง Rocket Media Lab ร่วมกับโครงการ BKK Follow Up รวบรวมจากรายงานของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร แล้วนำมาจัดอันดับรายเขต ตัวเลขชุดนี้จึงเป็นฐานที่ดีที่สุดในการคุยเรื่องนี้ และผลของปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ก็ออกมาน่าสนใจกว่าที่หลายคนคาดไว้พอสมควร เพราะเขตที่ติดอันดับต้น ๆ ไม่ใช่เขตชานเมืองลุ่มต่ำอย่างที่ภาพจำเดิมบอก แต่กลับเป็นเขตกลางเมืองที่มีตึกสูง คอนโด และรถติดหนาแน่นแทบทั้งนั้น

 

1.เขตบางกะปิ : อันดับหนึ่งของปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) คือเขตบางกะปิ ด้วยสถิติน้ำท่วมขังบนถนนถึง 44 ครั้งในปีเดียว ซึ่งเฉลี่ยแล้วเท่ากับว่าคนบางกะปิเจอถนนกลายเป็นคลองเกือบทุกสัปดาห์ตลอดฤดูฝน เหตุผลที่บางกะปิรับศึกหนักขนาดนี้มาจากหลายอย่างซ้อนกัน อย่างแรกคือสภาพพื้นที่ บางกะปิตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างเมืองชั้นในกับกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นแอ่งกระทะธรรมชาติที่น้ำจากทางเหนือและทางตะวันออกไหลมารวมกันก่อนจะถูกสูบลงคลองแสนแสบและคลองสาขาต่าง ๆ อย่างที่สองคือความหนาแน่นของสิ่งปลูกสร้าง ย่านลาดพร้าว รามคำแหง นวมินทร์ และบางกะปิทั้งหมดถูกพัฒนาแบบเต็มพื้นที่จนแทบไม่เหลือดินเปลือยให้น้ำซึมลงไปได้ ฝนที่ตกลงมาร้อยเปอร์เซ็นต์จึงกลายเป็นน้ำผิวดินที่ต้องพึ่งท่อระบายเพียงทางเดียว อย่างที่สามคือขนาดของท่อ ระบบท่อระบายน้ำเดิมของย่านนี้ออกแบบไว้รองรับฝนราว 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ฝนยุคปัจจุบันตกแบบกระจุกตัว บางครั้งเกิน 100 มิลลิเมตรภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมง ส่วนเกินตรงนั้นไม่มีที่ไป จึงนอนรออยู่บนถนนจนกว่าเครื่องสูบจะไล่ทัน จุดที่คนคุ้นชื่อกันดีคือถนนนวมินทร์ฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ซึ่งปรากฏในรายงานน้ำท่วมขังของกรุงเทพมหานครแทบทุกครั้งที่ฝนลงหนัก

 

2.เขตดินแดง : อันดับสองคือเขตดินแดง ด้วยสถิติ 41 ครั้งในปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และถ้ารวมข้อมูลสองปีคือ พ.ศ. 2567–2568 (ค.ศ. 2024–2025) เข้าด้วยกัน ดินแดงจะขึ้นเป็นเขตที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุดของกรุงเทพฯ ทันที ความย้อนแย้งของเขตนี้อยู่ตรงที่ดินแดงคือที่ตั้งของศาลาว่าการกรุงเทพมหานครแห่งใหม่ และเป็นศูนย์กลางการจราจรที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง แต่กลับจมน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาเหตุหลักคือภูมิประเทศ ดินแดงเป็นพื้นที่ต่ำที่ถูกล้อมด้วยทางด่วนและถนนยกระดับหลายชั้น น้ำที่ตกลงมาบนพื้นที่กว้างรอบข้างจะไหลมาสะสมตรงบริเวณอุโมงค์และทางลอดซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของพื้นที่ ทางลอดแยกดินแดงกับถนนวิภาวดีรังสิตช่วงสามเหลี่ยมดินแดงจึงเป็นจุดที่น้ำขังไวที่สุดและลดช้าที่สุด อีกเรื่องที่ทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อคือคลองสามเสนและคลองบางซื่อซึ่งเป็นทางระบายหลักของย่านนี้ มีขนาดจำกัดและต้องรับน้ำจากหลายเขตพร้อมกัน เมื่อระดับน้ำในคลองสูงขึ้น น้ำจากท่อในดินแดงก็ไหลออกไม่ได้ ต้องรอให้เครื่องสูบทำงานดันออกทีละรอบ

 

3.เขตบึงกุ่ม : อันดับสามคือเขตบึงกุ่ม ที่ 37 ครั้ง เขตนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดมากของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อพื้นที่รับน้ำเดิมหายไปจากแผนที่ ชื่อเขตบอกอยู่แล้วว่าเคยเป็นบึง และย่านรอบ ๆ คือทุ่งนาและร่องสวนที่ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติมาตลอด แต่ช่วงสามสิบปีหลังมานี้ บึงกุ่มถูกเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ และอาคารพาณิชย์เกือบทั้งเขต พื้นที่ซับน้ำหายไปเกือบหมด ขณะที่คลองสายเล็ก ๆ ซึ่งเคยเป็นทางน้ำหลักกลับถูกรุกล้ำและตื้นเขินลงเรื่อย ๆ เมื่อฝนตกหนัก น้ำจึงไหลไปกองบนถนนเสรีไทย นวมินทร์ และรามอินทราแทน อีกปัจจัยที่ทำให้บึงกุ่มแก้ยากคือระดับพื้นดินที่ต่ำกว่าถนนสายหลักที่ยกระดับไปแล้ว บ้านเรือนที่สร้างไว้ก่อนการยกถนนจึงกลายเป็นแอ่งรับน้ำโดยปริยาย ทุกครั้งที่ถนนถูกยกสูงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้รถวิ่งได้ ชุมชนสองข้างทางก็ยิ่งต่ำลงเมื่อเทียบกัน กลายเป็นวงจรที่หมุนซ้ำโดยไม่มีจุดจบง่าย ๆ

 

4.เขตจตุจักร : อันดับสี่คือเขตจตุจักร ที่ 33 ครั้ง และถ้ามองย้อนไปไกลกว่านั้น จตุจักรคือเขตที่เคยทำสถิติระดับน้ำท่วมขังสูงถึงราว 51 เซนติเมตรในปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) ซึ่งนับว่าสูงมากสำหรับน้ำท่วมจากฝนในเขตเมือง จตุจักรมีปัญหาเฉพาะตัวตรงที่เป็นชุมทางของทุกอย่าง ทั้งถนนพหลโยธิน วิภาวดีรังสิต ลาดพร้าว รัชดาภิเษก สถานีกลางบางซื่อ ตลาดนัดขนาดใหญ่ และการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี การก่อสร้างเหล่านี้ส่งผลกับการระบายน้ำมากกว่าที่คนทั่วไปคิด เพราะการวางเสาเข็ม การเบี่ยงท่อชั่วคราว และเศษวัสดุที่หลุดลงท่อ ล้วนลดความสามารถในการไหลของระบบลงทีละนิด จุดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องนี้คือถนนพหลโยธินช่วงสถานีรถไฟฟ้าเกษตรศาสตร์ถึงกรมป่าไม้ ซึ่งติดโผน้ำท่วมขังแทบทุกรอบฝนใหญ่ และเมื่อดูข้อมูลถนนที่ท่วมซ้ำซากที่สุดของกรุงเทพฯ ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 (ค.ศ. 2024–2025) ถนนพหลโยธินช่วงซอย 60/1 ก็ครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวน 19 ครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาของย่านนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 

5.เขตวังทองหลางและเขตลาดพร้าว : อันดับห้ามีสองเขตที่ตัวเลขเท่ากันคือวังทองหลางและลาดพร้าว ที่ 31 ครั้งเท่ากัน ทั้งสองเขตนี้เป็นเพื่อนบ้านกันและมีลักษณะปัญหาคล้ายกันมาก คือเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นซึ่งเติบโตขึ้นรอบถนนลาดพร้าวที่ทอดยาวเป็นเส้นเลือดใหญ่ ซอยแยกย่อยนับร้อยซอยในสองเขตนี้ส่วนใหญ่เป็นซอยตัน แคบ และมีท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับท่อหลักบนถนนใหญ่เพียงทางเดียว พอฝนตกหนัก น้ำจากทุกซอยจะไหลมาออกจุดเดียวกันในเวลาไล่เลี่ยกัน ระบบจึงคอขวดทันที ยิ่งไปกว่านั้น คลองลาดพร้าวซึ่งเป็นทางระบายน้ำหลักของทั้งย่าน ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและการจัดระเบียบชุมชนริมคลองที่ยืดเยื้อมานาน ช่วงที่งานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ประสิทธิภาพการระบายน้ำจึงยังไม่เต็มที่ตามที่ออกแบบไว้

 

สิ่งที่น่าสนใจเมื่อมองภาพรวมของห้าอันดับนี้คือรูปแบบที่ซ่อนอยู่ ทั้งบางกะปิ ดินแดง บึงกุ่ม จตุจักร วังทองหลาง และลาดพร้าว ล้วนเรียงตัวอยู่บนแนวเดียวกันคือกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือไล่เข้ามาถึงกลางเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบสามทศวรรษ และเป็นพื้นที่ที่ระบบระบายน้ำถูกออกแบบมาตั้งแต่สมัยที่ประชากรยังน้อยกว่านี้หลายเท่า ในทางกลับกัน เขตที่หลายคนเชื่อว่าน้ำท่วมแน่นอนอย่างหนองจอก คลองสามวา ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางซื่อ หรือทุ่งครุ กลับไม่มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนเลยในปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) รวมแล้วถึง 11 เขต เหตุผลไม่ใช่ว่าพื้นที่เหล่านั้นน้ำไม่ท่วม แต่เป็นเพราะลักษณะการท่วมต่างกันโดยสิ้นเชิง เขตชานเมืองฝั่งตะวันออกและฝั่งธนบุรีจำนวนมากยังมีคลอง ทุ่ง และพื้นที่เกษตรที่ทำหน้าที่รับน้ำได้ น้ำที่ท่วมจึงกระจายตัวลงพื้นที่โล่งแทนที่จะกองบนถนน อีกทั้งการท่วมในพื้นที่เหล่านั้นมักเป็นการท่วมจากน้ำเหนือหรือน้ำทะเลหนุนที่ขังยาวเป็นสัปดาห์ ซึ่งไม่ได้ถูกนับในสถิติ "น้ำท่วมขังบนผิวจราจร" แบบเดียวกัน

 

ตรงจุดนี้เองที่ควรระวังเวลาอ่านตัวเลข เพราะสถิติจำนวนครั้งวัดความถี่ที่ถนนใช้การไม่ได้ ไม่ได้วัดความเสียหายที่เกิดกับบ้านเรือน ถ้าเปลี่ยนไปวัดความลึกและระยะเวลาที่น้ำขัง อันดับจะสลับหน้าตากันทันที เขตอย่างลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก คลองสามวา ประเวศ และสะพานสูง จะขึ้นมานำ เพราะพื้นที่เหล่านี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางเพียงเล็กน้อย อยู่ปลายทางของน้ำที่ไหลมาจากปทุมธานีและฉะเชิงเทรา และอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริที่ปกป้องเมืองชั้นใน เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปี พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) พื้นที่เหล่านี้คือส่วนที่จมนานที่สุด บางชุมชนน้ำขังต่อเนื่องเกินสองเดือน ขณะที่เขตกลางเมืองอย่างดินแดงหรือจตุจักรเจอน้ำสูงไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ลด ความเดือดร้อนของสองแบบนี้จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ และการบอกว่าเขตไหน "ท่วมที่สุด" ก็ต้องระบุเสมอว่ากำลังพูดถึงมาตรวัดแบบใด

 

สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโด ข้อมูลชุดนี้ใช้ประโยชน์ได้จริง วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าดูแค่ชื่อเขต เพราะภายในเขตเดียวกันความเสี่ยงต่างกันได้มาก ควรลงไปดูระดับถนนหน้าโครงการเทียบกับถนนใหญ่ ดูว่าซอยนั้นเป็นซอยตันหรือทะลุ ดูว่ามีคลองระบายน้ำอยู่ใกล้แค่ไหนและคลองนั้นมีสภาพอย่างไร ลองไปเดินดูพื้นที่จริงหลังฝนตกหนักสักครั้ง และถามคนในชุมชนตรง ๆ ว่าปีที่ผ่านมาน้ำขึ้นถึงระดับไหน คำตอบจากคนที่อยู่มานานมักแม่นกว่าเอกสารการตลาดเสมอ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังเปิดระบบตรวจวัดระดับน้ำท่วมถนนแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ และมีช่องทางแจ้งปัญหาผ่าน Traffy Fondue กับสายด่วน 1555 ซึ่งช่วยทั้งการวางแผนเดินทางและการเก็บข้อมูลให้หน่วยงานเห็นจุดที่ต้องแก้)

 

สิ่งที่สถิติชุดนี้สะท้อนออกมาชัดที่สุดคือปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเรื่องของฝนอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของการที่เมืองโตเร็วกว่าท่อ ของพื้นที่ซับน้ำที่หายไปทีละแปลงจนแทบไม่เหลือ ของคลองที่ตื้นเขินและถูกรุกล้ำ ของแผ่นดินที่ทรุดตัวลงปีละประมาณ 1–2 เซนติเมตรจากการใช้น้ำบาดาลในอดีต และของรูปแบบฝนที่เปลี่ยนไปเพราะสภาพอากาศโลก การแก้จึงไม่มีทางลัด อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าท่อย่อยในซอยยังเล็กเท่าเดิมและพื้นที่สีเขียวยังลดลงต่อเนื่อง น้ำก็จะยังกองอยู่บนถนนเหมือนเดิม การเพิ่มพื้นที่ซึมน้ำ สวนสาธารณะแบบรับน้ำได้ ผิวถนนแบบน้ำซึมผ่าน และการฟื้นคลองให้กลับมาทำงาน จึงเป็นส่วนที่ต้องเดินไปพร้อมกับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ ไม่ใช่ทางเลือกเสริม

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 168 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมแนวทางเลขสัตว์นำโชค (เสือตกถังพลังเงินดี ม้าวิ่ง ม้าสีหมอก และนกตาทิพย์) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 พฤศจิกายน 69วันพระตรงวันขึ้น–แรม 8 ค่ำกับ 15 ค่ำเพราะอะไร?สลากใบละ 80 บาท แบ่งไปไหนบ้าง: 48 บาทคือเงินรางวัล อีก 32 บาทไปอยู่กับใครคนหลับตอบคำถามได้ไหม? งานทดลองสื่อสารกับคนในฝันAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ห้องน้ำเครื่องบินยังมีที่เขี่ยบุหรี่ ทั้งที่ห้ามสูบเพราะอะไร?จาก “เก้า” ถึง “ก้าวหน้า”: ที่มาความเชื่อเลข 9 มงคลของไทยจังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คนหลับตอบคำถามได้ไหม? งานทดลองสื่อสารกับคนในฝันห้องน้ำเครื่องบินยังมีที่เขี่ยบุหรี่ ทั้งที่ห้ามสูบเพราะอะไร?AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 พฤศจิกายน 69ตำนานช้างเผือกคู่เมืองเชียงใหม่: รูปปั้นที่คนล้านนาเชื่อว่าปกป้องเวียงโกนผมไฟให้ทารกทำไม? คติเรื่องขวัญกับพิธีตัดผมครั้งแรกลด 20% แล้วขึ้น 20% ทำไมราคายังไม่กลับมาเท่าเดิม?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
พยากรณ์อากาศวันนี้ ! ไทยตอนบนระวังฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ภาคใต้–ตะวันออกฝนตกหนักPM2.5 ไทยเฉลี่ย 24 ชั่วโมงใช้เกณฑ์ 37.5 ส่วน WHO แนะนำ 15ฝรั่งเศสสั่งห้ามประท้วงบางเมือง หลังเหตุจลาจล แล้วนักเรียนยังนัดชุมนุมต่อเพราะอะไร?ศาลรัฐนิวเม็กซิโกสั่งปรับ Meta 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ คดีละเมิดความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ Facebook เชื่อมโยงปม Cambridge Analytica
ตั้งกระทู้ใหม่