”ณเดชน์“ เสิร์ฟความฟิน เดทไกล้ชิดแฟนๆ “สมุนไพรวังพรม”จัดเต็มงาน WANGPROM HERB’S FIRST DATES
สมุนไพรวังพรม เดินหน้าสร้างการเติบโตครั้งใหม่ ต่อยอดความแข็งแกร่งจากแบรนด์ยาหม่องสมุนไพรไทยที่อยู่คู่ผู้บริโภคมากว่า 30 ปี สู่การรุกตลาดผลิตภัณฑ์ยาน้ำมันนวด เพื่อตอบรับเทรนด์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ การออกกำลังกาย และการดูแลร่างกาย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สะดวก รวดเร็ว และเข้ากับไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ
ในปี 2569 สมุนไพรวังพรมเลือก “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังแคมเปญ “ตัวตึงต้องได้ไปต่อ” ในปี 2568 ได้รับการตอบรับอย่างดี ช่วยเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับคนรุ่นใหม่และกลุ่มผู้มี Active Lifestyle ได้อย่างลงตัว
ปีนี้ ณเดชน์มาพร้อม New Product “สเปรย์ยาน้ำมันนวดผสมไพล” ภายใต้สโลแกน “ตัวตึงต้องได้ไปต่อ…แบบ ฟิด ฟิ้ดด” สื่อถึงการไม่ปล่อยให้อาการปวดเมื่อยหรือความตึงของร่างกายเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน การออกกำลังกาย กีฬา และกิจกรรมประจำวัน พร้อมต่อยอดแนวคิด “ตัวตึงต้องได้ไปต่อ และต่อ” เพื่อย้ำว่าแบรนด์เข้าใจการดูแลร่างกายในทุกช่วงชีวิต
ล่าสุดสมุนไพรวังพรม ชวนแฟน ๆ มาพบกับกิจกรรมสุดพิเศษ WANGPROM HERB’S FIRST DATES งานที่ชวนทุกคนมาเดทกับพระเอกหนุ่มสุดฮอต “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แบบใกล้ชิด พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษและรับชมภาพยนตร์เรื่อง “HENRY’S First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” ไปด้วยกันในวันที่ 18 กันยายน 2026 ณ. One Ultra Screens ชั้น 6 ศูนย์การค้า One Bangkok
งานนี้นำโดย 2 ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงของสมุนไพรวังพรม ได้แก่ คุณวัชรีภรณ์ วังพรม กรรมการบริหารสมุนไพรวังพรม และ คุณกณพ สุทธะพินทุ กรรมการบริหารสมุนไพรวังพรม ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยแนวคิดการตลาดรูปแบบใหม่ ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น
ภายในงาน แฟนคลับได้ร่มงานบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองในโรงภาพยนตร์ โดยมีพิธีกรสาวมากความสามารถ “โอปอล์ ปาณิสรา”รับหน้าที่ดำเนินรายการ ทักทายแฟน ๆ และเปิดตัว 2 นักแสดงนำอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ”และ “เบิ้ล ปทุมราช”เพื่อร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังและความน่าสนใจของภาพยนตร์ “HENRY’S First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้”
จุดแข็งของวังพรมคือการนำภูมิปัญญาสมุนไพรไทย โดยเฉพาะไพลและเสลดพังพอน มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง จากจุดเริ่มต้นของยาหม่องสมุนไพร วันนี้แบรนด์ขยายสู่ยาดมและผลิตภัณฑ์น้ำมันสมุนไพร เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน หมอนวดแผนไทย นักกายภาพบำบัด เทรนเนอร์ฟิตเนส ไปจนถึงคนเมืองและพนักงานออฟฟิศ
การเปิดตัวสเปรย์น้ำมันนวดผสมไพลจึงเป็นอีกก้าวสำคัญจากตลาด Pain Relief สู่ Wellness & Active Lifestyle ด้วยรูปแบบสเปรย์ที่ใช้งานง่ายและพกพาสะดวก ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดูแลร่างกายทั้งก่อนและหลังทำกิจกรรม
นอกจากนี้ สมุนไพรวังพรมยังเดินหน้าขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านความร่วมมือกับ BJC ต่อเนื่องครบ 10 ปี ควบคู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อก้าวสู่แบรนด์สมุนไพรไทยที่เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน
อีกหนึ่งความเชื่อมั่นสำคัญคือการได้รับความนิยมจากกลุ่มหมอนวดไทย ซึ่งช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันวังพรมส่งออกไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และได้รับรองมาตรฐานการผลิต GMP PIC/S รวมถึงมาตรฐานฮาลาล สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ไทยที่ผสานภูมิปัญญา ผู้ใช้งานจริง และมาตรฐานสากลได้อย่างแข็งแกร่ง
เพราะสำหรับสมุนไพรวังพรม “ตัวตึง” ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องหยุด แต่คือเหตุผลที่ต้องดูแลตัวเอง เพื่อให้ได้ไปต่อ…และต่อ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
รถน้ำมันกำลังจะเป็นตำนาน เมื่อ EV ไทยโต 70% ในปีเดียว
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
รถน้ำมันกำลังจะเป็นตำนาน เมื่อ EV ไทยโต 70% ในปีเดียว
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.




