หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ย้อนคำ พล.ต.ท. สรรเพชญ ถึง สมีโชติ จากหลักเมืองนครฯ สู่ศึก แท้–ปลอม

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับ “จตุคามรามเทพ” และอดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไปดูเรื่องราวของความเชื่อนี้อีกครั้ง เพราะชื่อของจตุคามรามเทพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวัตถุมงคลที่เคยได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนครศรีธรรมราช การสร้างหลักเมือง พิธีกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับศรีวิชัย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของตลาดพระเครื่องไทยอย่างน่าสนใจ

ยิ่งในช่วงเวลานี้ชื่อของ “สมีโชติ” หรืออดีตพระอาจารย์โชติแห่งวัดพุทไธศวรรย์ กลับมาอยู่ในกระแสข่าวอีกครั้ง คลิปและคำพูดเก่าของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ธรรมาธิกุล

ผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องจตุคามรามเทพสายแรก ๆ ก็ถูกนำกลับมาเผยแพร่ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า ระหว่างจตุคามรามเทพสายที่เกิดขึ้นจากการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช กับจตุคามรามเทพที่ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่อื่นนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร

และที่สำคัญ คำพูดของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ที่มีต่อการจัดสร้างบางสาย โดยเฉพาะสายวัดพุทไธศวรรย์นั้น แท้จริงแล้วหมายถึงอะไร

เรื่องนี้ หากจะพูดกันให้ถึงพริกถึงขิง แต่ยังอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ต้น

เพราะก่อนที่คำว่า “จตุคามรามเทพ” จะกลายเป็นชื่อที่คนทั่วประเทศรู้จัก ก่อนที่วัตถุมงคลจะมีราคาซื้อขายตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักล้าน และก่อนที่จะเกิดกระแสความเชื่อขนาดใหญ่ในช่วงปี 2550 จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดผูกอยู่กับ “หลักเมืองนครศรีธรรมราช”

จากปัญหาบ้านเมืองสู่การสร้างหลักเมือง

ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชระบุว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2528 คณะอนุกรรมการสร้างสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีมติให้จัดสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น

บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานมีหลายคน โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญคือ พันตำรวจเอกสรรเพชญ ธรรมาธิกุล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึง พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช และพระเทพวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

นี่เป็นจุดที่ควรทำความเข้าใจให้ชัด เพราะเรื่องจตุคามรามเทพไม่ได้เริ่มต้นด้วยการตั้งโต๊ะขายวัตถุมงคล หากแต่เกิดขึ้นในบริบทของการสร้างหลักเมืองและความพยายามสร้างศูนย์รวมทางจิตใจให้แก่เมืองนครศรีธรรมราช

 

ต่อมาเกิดพิธีกรรมหลายขั้นตอน ทั้งพิธีฝังหัวใจสมุทร พิธีฝังหัวใจเมือง และพิธีกรรมเกี่ยวกับหลักเมือง ก่อนที่จะมีพิธีเบิกเนตรหลักเมืองในปี พ.ศ. 2530

ข้อมูลจากงานศึกษาหลายชิ้นจึงมักอธิบายว่า ช่วง พ.ศ. 2528-2530 เป็นช่วงสำคัญอย่างยิ่งต่อการก่อรูปความเชื่อจตุคามรามเทพในรูปแบบที่คนไทยรู้จักในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับองค์จตุคามรามเทพและที่มาของพิธีกรรมบางส่วนมีลักษณะเป็น “ตำนาน” และ “คำบอกเล่าของผู้เกี่ยวข้อง” ซึ่งจำเป็นต้องแยกออกจากข้อเท็จจริงที่มีเอกสารยืนยัน

นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากนำตำนานมาเขียนเป็นประวัติศาสตร์ทั้งหมด บทความก็จะกลายเป็นการเล่าความเชื่อโดยไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง “สิ่งที่เชื่อ” กับ “สิ่งที่พิสูจน์ได้”

แล้วจตุคามรามเทพเข้ามาอยู่ตรงไหน?

ในสายความเชื่อของผู้สร้างยุคแรก จตุคามรามเทพถูกอธิบายว่าเป็นเทพผู้รักษาเมืองนครศรีธรรมราช และมีความเกี่ยวข้องกับคติเมืองสิบสองนักษัตร รวมถึงแนวคิดเรื่องศรีวิชัยและพระเจ้าจันทรภาณุ

บางเรื่องเล่ายังเชื่อมโยงองค์จตุคามรามเทพเข้ากับ “พังพกาฬ” หรือ “พังพระกาฬ” และคติพระโพธิสัตว์ ตลอดจนสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในงานศิลปกรรมและพิธีกรรมของเมืองนครศรีธรรมราช

แต่ในทางวิชาการ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันทั้งหมด

ตรงกันข้าม นักวิชาการจำนวนหนึ่งมองว่า “จตุคามรามเทพ” เป็นความเชื่อที่ได้รับการประกอบสร้างขึ้นจากตำนาน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คติพุทธศาสนา ศิลปกรรม และความทรงจำเกี่ยวกับศรีวิชัย แล้วพัฒนาจนกลายเป็นระบบความเชื่อร่วมสมัย

ดังนั้น หากถามว่า “จตุคามรามเทพเป็นใครกันแน่” คำตอบจึงอาจแตกต่างกันไปตามแหล่งข้อมูลและสายความเชื่อที่เราใช้ศึกษา

และนี่เองเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ในเวลาต่อมาเกิดความแตกต่างระหว่างผู้จัดสร้างแต่ละสาย

พล.ต.ท. สรรเพชญ กับแนวคิดเรื่อง “ศาสตร์ดั้งเดิม”

สำหรับ พล.ต.ท. สรรเพชญ ธรรมาธิกุล เรื่องจตุคามรามเทพไม่ได้เป็นเพียงพระเครื่องหรือของขลัง แต่เป็นระบบความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเมืองและพิธีกรรม

หนังสือเกี่ยวกับจตุคามรามเทพที่จัดทำโดย พล.ต.ท. สรรเพชญ เองก็สะท้อนให้เห็นว่า ท่านมีการบันทึกแนวคิดและรายละเอียดเกี่ยวกับองค์จตุคามรามเทพไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

หนึ่งในแนวคิดที่ปรากฏในสายของท่าน คือการอธิบายองค์จตุคามรามเทพผ่านคติเทวะและโพธิสัตว์ รวมถึงการเชื่อมโยงกับพระเจ้าจันทรภาณุและประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช

ในสายนี้ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงการออกแบบให้สวยงาม แต่ถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบจักรวาลและพิธีกรรม เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ ราหู และนักษัตร

เมื่อวัตถุมงคลถูกสร้างขึ้น จึงมีการออกแบบรูปทรงและสัญลักษณ์ให้สอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าว

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังคือ คำอธิบายเหล่านี้ควรเรียกว่า “แนวคิดของสายสรรเพชญ” มากกว่าจะเขียนว่าเป็นหลักฐานยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าพิธีกรรมสามารถควบคุมดวงดาวหรือพลังจักรวาลได้จริง

เพราะนั่นเป็นเรื่องของความเชื่อ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

วัตถุมงคลรุ่นแรกไม่ได้ดังในทันที

อีกเรื่องที่คนรุ่นหลังอาจไม่ทราบคือ จตุคามรามเทพไม่ได้โด่งดังตั้งแต่วันแรก

ข้อมูลจากไทยรัฐระบุว่า ในปี พ.ศ. 2530 พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช และ พล.ต.ท. สรรเพชญ มีส่วนร่วมในการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชและจัดสร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพขึ้น โดยมีพิธีที่วัดนางพระยา

แต่ในช่วงเวลานั้น วัตถุมงคลดังกล่าวยังไม่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเหมือนในยุคหลัง

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหลายสิบปีต่อมา โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลัง พ.ศ. 2550 เมื่อกระแสจตุคามรามเทพขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จากวัตถุมงคลของเมืองนครฯ กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ

คนจำนวนมากเดินทางไปเช่าบูชา มีการเปิดจองรุ่นใหม่ มีการสร้างรุ่นต่าง ๆ จำนวนมาก และเกิดตลาดซื้อขายที่มีมูลค่าสูง

จตุคามรามเทพจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศาสนาและความเชื่ออีกต่อไป แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจด้วย

เมื่อ “องค์พ่อ” กลายเป็นชื่อที่ใครก็สามารถนำไปสร้างได้?

ตรงนี้เองที่ปัญหาความแตกต่างระหว่างสายเริ่มเห็นชัดขึ้น

เมื่อจตุคามรามเทพได้รับความนิยมอย่างมาก ชื่อขององค์พ่อถูกนำไปใช้กับวัตถุมงคลจำนวนมาก ทั้งในนครศรีธรรมราช กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่น ๆ

แต่ละวัด แต่ละสำนัก และผู้จัดสร้างแต่ละกลุ่มต่างมีพิธีกรรม ครูบาอาจารย์ และคำอธิบายของตนเอง

บางรุ่นมีพระเกจิอาจารย์เป็นผู้ประกอบพิธี

บางรุ่นเน้นคติเทวะ

บางรุ่นเน้นพุทธคุณ

บางรุ่นเน้นความเชื่อเรื่องโชคลาภและการค้าขาย

บางรุ่นสร้างขึ้นเพื่อหารายได้สร้างศาสนสถานหรือสาธารณประโยชน์

จึงไม่แปลกที่ พล.ต.ท. สรรเพชญ ซึ่งยึดถือแนวทางของตนเอง จะมีความคิดเห็นต่อการจัดสร้างจตุคามรามเทพสายอื่นแตกต่างออกไป

วัดพุทไธศวรรย์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร?

เรื่องของวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดขึ้นในอีกช่วงเวลาหนึ่ง

ข้อมูลที่เผยแพร่โดยเว็บไซต์ของวัดระบุว่า พระอาจารย์โชติ ซึ่งต่อมาคืออดีตพระอาจารย์โชติ ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับองค์จตุคามรามเทพจากเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2545

ตามเรื่องเล่าของวัด เมื่อมีการนำพระหลวงปู่ทวดจำนวน 10,000 องค์มาบรรจุในองค์หลวงปู่ทวดขนาดใหญ่ที่วัดพุทไธศวรรย์ มีการประกอบพิธีอัญเชิญองค์จตุคามรามเทพ และจากนั้นพระอาจารย์โชติจึงมีความเกี่ยวข้องกับวิชาที่เรียกว่า “จันทรภาณุ เหนือฟ้า-เหนือดิน”

จากเรื่องดังกล่าว ต่อมาวัดพุทไธศวรรย์จึงมีการสร้างองค์จตุคามรามเทพขนาดใหญ่ รวมถึงวัตถุมงคลหลายรุ่น

ที่สำคัญคือ เว็บไซต์ของวัดระบุรายละเอียดการสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ไว้ค่อนข้างชัดเจน เช่น การหล่อองค์จตุคามรามเทพขนาด 29 นิ้วในปี พ.ศ. 2545 และการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น “มรดกพ่อ” ในปี พ.ศ. 2547

ดังนั้น หากพูดตามลำดับเวลา จตุคามรามเทพวัดพุทไธศวรรย์ไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของจตุคามรามเทพทั้งหมด แต่เป็น “อีกสายหนึ่ง” ที่เกิดขึ้นภายหลังยุคการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช

และนี่คือจุดที่ความแตกต่างระหว่างสายเริ่มชัดเจนขึ้น

“เหนือดวง” กับปรากฏการณ์จตุคามในภาคกลาง

เมื่อพูดถึงวัดพุทไธศวรรย์ หลายคนจะนึกถึง “เหรียญเหนือดวง” หรือวัตถุมงคลในสายหลวงพ่อโชติทันที

เว็บไซต์ของวัดมีข้อมูลการจัดสร้างวัตถุมงคลหลายรุ่น และยังระบุรายละเอียดของพระรูปเหมือนบูชาหน้ารถ รุ่นเหนือดวง ครั้งที่ 2 ซึ่งประกอบพิธีอัญเชิญขอบารมีองค์จตุคามรามเทพเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ต่อมาเมื่อกระแสจตุคามรามเทพทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้น วัตถุมงคลของวัดพุทไธศวรรย์ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสายที่ได้รับความสนใจจากนักสะสม

Thai PBS รายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เว็บไซต์ของวัดยังมีรายการวัตถุมงคลที่ระบุว่าอดีตพระโชติเป็นผู้จัดสร้าง และในตลาดมีการกล่าวถึงเหรียญเหนือดวงหลายเนื้อหลายราคา

ภาพนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จากความเชื่อเรื่ององค์พ่อจตุคามรามเทพ วัตถุมงคลได้พัฒนาเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว

มีทั้งผู้ศรัทธาที่บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล มีนักสะสมที่มองเรื่องประวัติและความหายาก และมีตลาดซื้อขายที่กำหนดราคาแตกต่างกันตามชนิด เนื้อ จำนวนการสร้าง และสภาพของวัตถุ

แล้วเหตุใด พล.ต.ท. สรรเพชญ จึงวิจารณ์สายอื่น?

ประเด็นนี้ต้องพูดอย่างระมัดระวังที่สุด

เพราะในช่วงหลังมีการนำคลิปหรือคำพูดเก่าของ พล.ต.ท. สรรเพชญ กลับมาเผยแพร่ โดยเฉพาะหลังเกิดข่าวเกี่ยวกับอดีตพระอาจารย์โชติ

เนื้อหาในคลิปและข่าวที่เผยแพร่ระบุว่า พล.ต.ท. สรรเพชญ มีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์การจัดสร้างจตุคามรามเทพบางสายหลังยุคเริ่มต้น และมีการกล่าวถึงพระโชติหรือสายวัดพุทไธศวรรย์

แต่สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ คำวิจารณ์ดังกล่าวเป็น ทัศนะของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ซึ่งยึดถือระบบความเชื่อและพิธีกรรมในสายของตนเอง

ไม่ควรนำคำพูดดังกล่าวไปเขียนต่อว่าเป็นหลักฐานยืนยันว่า วัตถุมงคลของอีกฝ่าย “ปลอม” หรือ “ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์” เพราะสองเรื่องนี้เป็นคนละประเด็น

การบอกว่า “ไม่ใช่สายที่ฉันยอมรับ” กับการบอกว่า “เป็นของปลอม” ไม่ใช่คำเดียวกัน

และการบอกว่า “ไม่ตรงกับพิธีกรรมที่ฉันเชื่อ” ก็ไม่เท่ากับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าพิธีกรรมดังกล่าวไม่มีผล

นี่คือเส้นแบ่งที่คนอ่านควรรู้

เรื่อง “สมีโชติ” จึงไม่ควรถูกนำมาใช้ตัดสินอดีตทั้งหมด

เมื่อชื่อ “สมีโชติ” กลับมาอยู่ในข่าว สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือผู้คนพยายามนำคำพูดเก่าของ พล.ต.ท. สรรเพชญ มาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน

บางคนถึงขั้นตีความว่า เหตุการณ์ในปัจจุบันคือการยืนยันว่าคำพูดในอดีตเป็นจริง

ตรงนี้ผู้เขียนเห็นว่าต้องแยกให้ออก

การที่บุคคลหนึ่งกำลังมีคดีหรือถูกกล่าวหาในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าคำกล่าวหาหรือคำวิจารณ์ทุกอย่างที่เคยมีต่อบุคคลนั้นในอดีตจะกลายเป็นข้อเท็จจริงโดยอัตโนมัติ

เรื่องใดเป็นคดี ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์

เรื่องใดเป็นประวัติศาสตร์ ก็ต้องใช้เอกสารตรวจสอบ

เรื่องใดเป็นความเชื่อ ก็ต้องระบุว่าเป็นความเชื่อ

และเรื่องใดเป็นคำพูดของบุคคล ก็ต้องระบุให้ชัดว่าเป็น “คำกล่าวของบุคคลนั้น”

วิธีนี้จึงจะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ที่น่าสนใจคือ “คำเตือน” กับ “คำทำนาย” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ในกระแสโซเชียลปัจจุบัน มีการนำคำพูดเก่าของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ไปใช้ในลักษณะคล้ายกับว่า ท่านเคย “เตือน” เรื่องจตุคามรามเทพสายอื่นเอาไว้ และเหตุการณ์ในวันนี้จึงกลายเป็นสิ่งยืนยันคำพูดนั้น

ผู้เขียนเห็นว่า เราสามารถนำคำพูดดังกล่าวมาศึกษาได้ แต่ไม่ควรเรียกว่าเป็นคำทำนายที่พิสูจน์แล้ว

เพราะการที่เหตุการณ์สองเรื่องเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา ไม่ได้แปลว่าเรื่องหนึ่งเป็นสาเหตุหรือสามารถทำนายอีกเรื่องได้

สิ่งที่พูดได้อย่างปลอดภัยกว่าคือ คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างจตุคามรามเทพต่างสายมีอยู่จริงมานานแล้ว

และความขัดแย้งนั้นไม่ได้เกิดจากเรื่องวัตถุมงคลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “สิทธิในการตีความ” ว่าองค์จตุคามรามเทพคืออะไร มาจากไหน และควรประกอบพิธีอย่างไร

จากความศรัทธาสู่ตลาดพระเครื่อง

เมื่อมองภาพใหญ่ จะเห็นว่าปรากฏการณ์จตุคามรามเทพมีพัฒนาการอย่างน่าสนใจ

ระยะแรกเป็นเรื่องของเมืองและหลักเมือง

ต่อมาเป็นเรื่องของพิธีกรรมและวัตถุมงคล

จากนั้นขยายไปสู่ผู้ศรัทธาทั่วประเทศ

เมื่อความนิยมพุ่งสูงขึ้น วัตถุมงคลกลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

และเมื่อมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ก็ย่อมมีทั้งนักสะสม ผู้ค้าพระ ผู้จัดสร้าง และผู้แสวงหาวัตถุมงคลเข้ามาเกี่ยวข้อง

จตุคามรามเทพจึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในหลายมิติพร้อมกัน

ทั้งศาสนา ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปกรรม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมร่วมสมัย

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้แม้กระแสจตุคามรามเทพจะผ่านจุดสูงสุดมานานแล้ว แต่ชื่อขององค์พ่อก็ยังสามารถกลับมาเป็นข่าวได้ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวข้อง

 

ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกข้างว่า “สายไหนแท้ สายไหนไม่แท้” แต่คือการทำความเข้าใจว่าความเชื่อหนึ่งสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับสังคมได้อย่างไร

จตุคามรามเทพเริ่มต้นจากบริบทของนครศรีธรรมราชและการสร้างหลักเมือง ก่อนจะกลายเป็นวัตถุมงคลที่คนทั่วประเทศรู้จัก

จากวัตถุที่ครั้งหนึ่งคนจำนวนมากอาจมองว่าเป็นเพียงของที่ระลึกจากเมืองนครฯ กลับกลายเป็นวัตถุมงคลที่มีการพูดถึงเรื่องพุทธคุณ โชคลาภ การค้าขาย และราคาซื้อขายอย่างกว้างขวาง

เมื่อชื่อเดียวกันถูกนำไปสร้างในหลายพื้นที่ ความหมายก็ย่อมถูกตีความแตกต่างกัน

ดังนั้น ความเห็นของ พล.ต.ท. สรรเพชญ จึงควรได้รับการอ่านในฐานะมุมมองของผู้มีบทบาทสำคัญในสายกำเนิดจตุคามรามเทพยุคแรก ขณะเดียวกัน เรื่องราวของวัดพุทไธศวรรย์ก็ต้องศึกษาจากหลักฐานของวัดและข้อมูลอื่นประกอบกัน

ส่วนกรณี “สมีโชติ” ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในเวลานี้ ก็ควรปล่อยให้ข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมายทำหน้าที่ของมัน

อย่าเพิ่งนำเหตุการณ์ปัจจุบันไปตัดสินประวัติศาสตร์ทั้งหมด

และอย่านำความศรัทธาไปใช้แทนหลักฐาน

เพราะสุดท้ายแล้ว จตุคามรามเทพไม่ได้มีเพียงเรื่องของเหรียญหรือองค์พระ แต่มีเรื่องราวของเมืองนครศรีธรรมราชซ่อนอยู่ มีเรื่องของประวัติศาสตร์และตำนาน มีเรื่องของศิลปกรรมและพิธีกรรม มีเรื่องของผู้คนที่ศรัทธา และมีเรื่องของตลาดพระเครื่องที่เติบโตขึ้นจนกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของสังคมไทย

สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดจึงไม่ใช่การมีความเชื่อ

แต่คือการนำ “ความเชื่อ” ไปพูดแทน “ข้อเท็จจริง”

หากแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้ เราจะสามารถมองเห็นจตุคามรามเทพได้ลึกกว่าเดิมมาก

และอาจเข้าใจได้ด้วยว่า เหตุใดชื่อขององค์พ่อซึ่งเคยเงียบหายไปจากกระแสหลัก จึงสามารถกลับมาอยู่บนหน้าข่าวได้อีกครั้ง

ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องความเชื่อ

แต่เพราะเบื้องหลังความเชื่อนั้นมีทั้งประวัติศาสตร์ ผู้คน ความศรัทธา และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเดินปะปนกันอยู่ตลอดเวลา

นี่ต่างหากคือ “จตุคามรามเทพ” ในอีกมุมหนึ่งที่น่าศึกษา และอาจสำคัญกว่าการถามเพียงว่า วัตถุมงคลรุ่นใดแพงที่สุด หรือสายใดได้รับความนิยมมากที่สุด

เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่เพียงราคาของวัตถุมงคล แต่คือคำถามว่า เรารู้จักเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังความศรัทธานั้นมากน้อยเพียงใด


แหล่งที่มาของข้อมูล :


1. ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้ สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — ข้อมูลเกี่ยวกับจุดกำเนิดจตุคามรามเทพ เรื่องเล่าของกลุ่มผู้สร้าง และบทบาทของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ธรรมาธิกุล กับการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช


2. งานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ — ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดที่เชื่อมโยงจตุคามรามเทพกับพระเจ้าจันทรภาณุ และบทบาทของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ในคณะจัดตั้งศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

3. เอกสารงานศึกษาว่าด้วยจตุคามรามเทพ — ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนพิธีกรรม การฝังหัวใจสมุทรและหัวใจเมือง และเหตุการณ์วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2529 ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีตามสายความเชื่อของผู้จัดสร้าง

4. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักวิทยทรัพยากร — รายการหนังสือ “จตุคามรามเทพ นครศรีธรรมราช พ.ศ. 2543-2544” ของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ซึ่งเป็นหลักฐานว่าท่านมีผลงานบันทึกเรื่องจตุคามรามเทพไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

5. Thai PBS — ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคลของวัดพุทไธศวรรย์และความนิยมของรุ่น “เหนือดวง” ในตลาดพระเครื่อง

6. ผู้จัดการออนไลน์ — รายงานการนำคำพูดเก่าของ พล.ต.ท. สรรเพชญ กลับมาเผยแพร่เกี่ยวกับการจัดสร้างจตุคามรามเทพหลังปี 2544 และทัศนะของท่านต่อวัตถุมงคลบางสาย

7. ไทยนิวส์ — รายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคลิปเก่าที่มีการกล่าวถึงพระโชติ วัดพุทไธศวรรย์ และข้อวิพากษ์ของ พล.ต.ท. สรรเพชญ ต่อการจัดสร้างจตุคามรามเทพบางสาย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69เลขปิงปอง น้องเพชรกล้า งวด 16 ก.ย. 69 "เต้ย จรินทร์พร" เลิกแฟนฝรั่งแล้ว! จากกันด้วยดี..ตอนนี้โสดสนิทไร้คนรู้ใจสูตรน้ำจิ้มปลาหมึกย่างรสจัดสำหรับทำขายเปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร5 ขวดยารักษาโรคโบราณ ที่วันนี้กลายเป็นของสะสม อันดับ 1 ราคาทะลุ 1.8 แสนบาท!ทำไมช่วงนี้ฝนตกหนัก เปิดเบื้องหลัง “ร่องมรสุม–มรสุมตะวันตกเฉียงใต้” ที่ทำให้ฝนเทลงไทยเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนค่าไฟ 3.86 บาทจริงไหม เปิดวิธีคิดบิลไฟ ก.ย.–ธ.ค. 2569 ใช้กี่หน่วยจ่ายเท่าไร“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมคนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สูตรน้ำจิ้มปลาหมึกย่างรสจัดสำหรับทำขาย"เต้ย จรินทร์พร" เลิกแฟนฝรั่งแล้ว! จากกันด้วยดี..ตอนนี้โสดสนิทไร้คนรู้ใจมหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยทำไมช่วงนี้ฝนตกหนัก เปิดเบื้องหลัง “ร่องมรสุม–มรสุมตะวันตกเฉียงใต้” ที่ทำให้ฝนเทลงไทยอาชีพที่เหนื่อยและไม่มีใครอยากทำ แต่ถ้าขาดคนทำ ประเทศเดินต่อยากพยากรณ์อากาศวันนี้ 14 กันยายน 2569 ฝนยังตกหลายพื้นที่ ใครต้องเดินทางอย่าลืมพกร่ม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
"เต้ย จรินทร์พร" เลิกแฟนฝรั่งแล้ว! จากกันด้วยดี..ตอนนี้โสดสนิทไร้คนรู้ใจทำไมช่วงนี้ฝนตกหนัก เปิดเบื้องหลัง “ร่องมรสุม–มรสุมตะวันตกเฉียงใต้” ที่ทำให้ฝนเทลงไทยพยากรณ์อากาศวันนี้ 14 กันยายน 2569 ฝนยังตกหลายพื้นที่ ใครต้องเดินทางอย่าลืมพกร่มดาริโอ อโมเดอี เตือนโลกกำลังวิ่งเร็วกว่าความปลอดภัย หลัง AI เริ่มทำเกินกว่าที่มนุษย์สั่ง
ตั้งกระทู้ใหม่