เคลียร์แล้ว! “โต๊ะกลมสีส้ม” ไม่ใช่ของกลาง ตำรวจแจงเหตุเอาออกจากวัด หวั่นคนตามไปเช็กอิน
กลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกพูดถึงอย่างมากในคดี อดีตพระโชติ หลังภาพ “โต๊ะกลมสีส้ม” ภายในวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกแชร์ต่อกันบนโลกออนไลน์จนหลายคนสงสัยว่า โต๊ะตัวนี้ถูกตำรวจนำออกไปในฐานะของกลางหรือไม่
ล่าสุดตำรวจออกมาชี้แจงเรื่องนี้แบบชัด ๆ แล้วครับ
ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยระหว่างแถลงผลการจับกุมคดีอดีตพระโชติและ น.ส.ปุณยวีร์ ว่า โต๊ะกลมสีส้มไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นคดีอาญา และไม่ได้ถูกนำไปเป็นของกลาง
เหตุผลที่เจ้าหน้าที่นำโต๊ะออกจากพื้นที่ เป็นเพราะมองว่าไม่ควรปล่อยให้สิ่งของดังกล่าวกลายเป็นจุดที่คนเดินทางเข้ามา ตามรอยหรือเช็กอิน หลังเรื่องราวของโต๊ะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์
ตำรวจจึงตัดสินใจนำออกจากวัดไปก่อน
ตรงนี้ผมว่าหลายคนน่าจะเข้าใจผิดกันพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้ภาพโต๊ะตัวนี้ถูกแชร์จนกลายเป็นหนึ่งในภาพที่คนพูดถึงมากที่สุดภาพหนึ่งของคดี
แต่ตำรวจยืนยันว่า
“ไม่ใช่ของกลาง”
และไม่ได้ถูกเก็บไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดี
แล้วเอาโต๊ะไปไว้ที่ไหน?
คำถามต่อมาคือ เมื่อไม่ได้เป็นของกลาง แล้วโต๊ะตัวนี้ถูกนำไปไว้ที่ไหน
คำตอบจากตำรวจคือ ตอนนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะนำไปไว้ที่ใด
ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ระบุว่า ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจนำโต๊ะออกจากวัด ตอนนั้นมีตำรวจอยู่ในพื้นที่ และมองว่าการนำออกไปก่อนน่าจะเหมาะสมกว่า
ส่วนหลังจากนั้นจะจัดการหรือเคลื่อนย้ายไปไว้ที่ไหน ยังไม่ได้เป็นประเด็นที่ตำรวจได้วางแนวทางเอาไว้
พูดง่าย ๆ คือ ตำรวจไม่ได้เอาโต๊ะออกมาเพราะมันเป็นหลักฐาน แต่เอาออกมาเพราะ ไม่อยากให้กลายเป็นสัญลักษณ์หรือจุดเช็กอินของคนที่เดินทางมาที่วัด
ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้ทำลาย
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ขอให้ตำรวจนำโต๊ะดังกล่าวไปทำลาย เนื่องจากมองว่าอาจกลายเป็นภาพจำด้านลบต่อวัดและพระพุทธศาสนา
อีกทั้งยังมีความกังวลว่า หากปล่อยเอาไว้ อาจกลายเป็น จุดเช็กอินของนักท่องเที่ยว มากกว่าการเดินทางเข้ามาทำบุญหรือศึกษาประวัติศาสตร์ของวัด
ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้มันสะท้อนอะไรแปลก ๆ เหมือนกันครับ
จากเดิมที่ โต๊ะตัวหนึ่งเป็นเพียงสิ่งของภายในกุฏิ แต่หลังเกิดคดีและมีการนำเรื่องราวออกมาเผยแพร่ มันกลับกลายเป็นสิ่งที่คนในสังคมจดจำ และถูกพูดถึงจนตำรวจต้องออกมาชี้แจงว่า ไม่ใช่ของกลาง
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ สุดท้ายคนกลับสนใจว่า “โต๊ะอยู่ไหน?” มากพอ ๆ กับการติดตามรายละเอียดของคดี
แต่สำหรับคดีหลัก ตำรวจยังคงเดินหน้าตรวจสอบเรื่อง เส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และพยานหลักฐานต่าง ๆ ต่อไป
ส่วนชะตากรรมของ โต๊ะกลมสีส้ม จะถูกนำไปไว้ที่ไหน หรือจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ เรื่องนี้ยังต้องรอติดตามกันอีกทีครับ
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
6 เครื่องเล่น Walkman ยุคแรก ที่ราคาแพงกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นท็อป
เปิดเรื่องรถหรูคันเดียวในไทย ทั้ง Maserati และ Lamborghini พร้อมไขความหมายว่า “1 คันในไทย” ต่างจาก “1 คันในโลก” อย่างไร
จากคนเคยล้มละลาย สู่ชีวิตที่เปลี่ยนไปในไม่กี่ปี ตำรวจเปิดไทม์ไลน์ “สีกาเอ๋” พบทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหลายรายการ
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
วัดเก่าอยู่มาหลายร้อยปี แล้วทำไมวันนี้ต้องปิดพื้นที่เพราะ “ระบบไฟฟ้า”? เมื่อของใหม่ต้องเข้าไปอยู่ในอาคารที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมมัน
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
คุย ChatGPT ต้องรู้! ปิดการใช้แชตฝึกโมเดล พร้อมเช็ก Memory
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
คุย ChatGPT ต้องรู้! ปิดการใช้แชตฝึกโมเดล พร้อมเช็ก Memory
จากคนเคยล้มละลาย สู่ชีวิตที่เปลี่ยนไปในไม่กี่ปี ตำรวจเปิดไทม์ไลน์ “สีกาเอ๋” พบทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหลายรายการ
5 มหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนแพทย์แพงที่สุดในไทย อันดับ 1 หลายล้านบาท
เปิดเรื่องรถหรูคันเดียวในไทย ทั้ง Maserati และ Lamborghini พร้อมไขความหมายว่า “1 คันในไทย” ต่างจาก “1 คันในโลก” อย่างไร
6 เครื่องเล่น Walkman ยุคแรก ที่ราคาแพงกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นท็อป
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ไทยเที่ยวไทยพลัส แจก 1 ล้านสิทธิ
จากคนเคยล้มละลาย สู่ชีวิตที่เปลี่ยนไปในไม่กี่ปี ตำรวจเปิดไทม์ไลน์ “สีกาเอ๋” พบทรัพย์สินเพิ่มขึ้นหลายรายการ
เปิดที่มา “เหรียญเหนือดวง ปี 49” ทำไมจตุคามรุ่นนี้ถึงถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
เปิดอีกมุมชีวิต “สมีโชติ” ก่อนห่มผ้าเหลือง เคยมีภรรยา-เป็นร่างทรง ก่อนหันหน้าเข้าวัดจนขึ้นเป็นเจ้าอาวาส