EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
คนลำพูนที่เคยขับรถส่วนตัวไปทำงานทุกวัน อาจกำลังมีทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดค่าเดินทางได้แบบเห็นตัวเลขจริง เพราะวันที่ 8 กันยายน 2569 อบจ.ลำพูนเริ่มให้บริการ Lamphun EV Bus โดยเปิดให้นั่งฟรีตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2570
ช่วงเริ่มต้นรถวิ่งตั้งแต่ 06.00–18.00 น. ออกรถประมาณชั่วโมงละรอบ และมีทั้งเส้นทางวนซ้ายกับวนขวา เชื่อมจุดสำคัญในเมือง เช่น วัดพระธาตุหริภุญชัย โรงเรียนจักรคำคณาธร แจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ และนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ
จุดที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่การได้ลองนั่งรถบัสไฟฟ้า แต่คือการลองเปลี่ยนพฤติกรรมจากขับรถไปทำงานทุกวันมาใช้ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะคนที่มีเส้นทางผ่านจุดจอดและไม่จำเป็นต้องใช้รถต่อหลายช่วง
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเปลี่ยนรถ
รถมีแอร์ มี Wi-Fi มีเสียงประกาศทุกป้าย รองรับรถเข็นผู้พิการ และติดตามตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ผ่านแอป TSB Go Plus ได้ แต่คำว่าใช้ฟรีไม่ได้แปลว่าทุกคนจะประหยัดได้เท่ากัน เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงาน จำนวนวันที่ขึ้นรถจริง และต้องต่อรถหรือเสียค่าจอดรถเพิ่มเติมหรือไม่
ลองตั้งสมมติฐานง่าย ๆ สำหรับคนทำงานที่ขับรถเก๋งไปกลับวันละ 40 กิโลเมตร ทำงาน 22 วันต่อเดือน รถกินน้ำมันเฉลี่ย 15 กิโลเมตรต่อลิตร และใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ในราคาอ้างอิง 38.29 บาทต่อลิตร
สูตรคือ ระยะทาง 40 กิโลเมตร หารด้วยอัตราสิ้นเปลือง 15 กิโลเมตรต่อลิตร แล้วคูณราคาน้ำมัน 38.29 บาท จากนั้นคูณจำนวนวันทำงาน 22 วัน จะได้ค่าน้ำมันประมาณ 2,246 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษา ยางรถ น้ำมันเครื่อง ค่าจอดรถ และค่าเสื่อมราคา
ตัวเลขเริ่มชัดเมื่อคิดตามช่วงเวลา
ถ้ารถ EV Bus สามารถทดแทนการขับรถไปทำงานได้ครบ 22 วันต่อเดือน คนในสมมติฐานนี้จะลดค่าน้ำมันได้ประมาณ 13,478 บาทตลอด 6 เดือนที่ให้บริการฟรี หรือเฉลี่ยประมาณ 2,246 บาทต่อเดือน
ส่วนคำถามว่า 1 ปีค่าน้ำมันจะหายไปเท่าไร คำตอบแบบเทียบเต็มปีคือประมาณ 26,956 บาท แต่ต้องแยกให้ชัดว่าเงินก้อนนี้เป็นตัวเลขประมาณการ 12 เดือน ขณะที่โครงการประกาศให้บริการฟรีจริง 6 เดือน ดังนั้นเงินที่มีโอกาสประหยัดได้ทันทีจากช่วงโปรโมชั่นคือประมาณ 13,478 บาท ไม่ใช่เกือบ 27,000 บาทในครั้งเดียว
ถ้าเป็นรถที่ใช้น้ำมัน E20 ราคาประมาณ 33.29 บาทต่อลิตร ตัวเลขจะลดลงเหลือราว 1,954 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 11,721 บาทใน 6 เดือน และ 23,443 บาทเมื่อเทียบเต็มปี
ระยะทางต่างกันเงินก็ห่างกันมาก
คนที่ขับรถไปกลับวันละ 20 กิโลเมตร จะประหยัดค่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ได้ประมาณ 6,739 บาทใน 6 เดือน หรือ 13,478 บาทเมื่อเทียบเต็มปี ขณะที่คนที่เดินทางวันละ 60 กิโลเมตร จะประหยัดได้ราว 20,217 บาทใน 6 เดือน หรือมากกว่า 40,000 บาทหากคิดเป็นระยะเวลา 1 ปี
ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ประหยัดน้ำมันประมาณ 40 กิโลเมตรต่อลิตร และเดินทางวันละ 40 กิโลเมตร ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 842 บาทต่อเดือน หรือ 5,054 บาทในช่วง 6 เดือนฟรี ซึ่งยังถือว่าเป็นเงินก้อนหนึ่งสำหรับค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ หรือค่าใช้จ่ายประจำบ้าน
ความคุ้มค่าจะอยู่ที่การใช้จริง
โครงการนี้เป็นการทดลองให้บริการเพื่อดูว่าคนลำพูนใช้รถมากน้อยแค่ไหน อบจ.จึงอาจนำข้อมูลจำนวนผู้โดยสารไปปรับเส้นทางและความถี่ในอนาคต สำหรับคนทำงาน สิ่งสำคัญคือควรลองเช็กตำแหน่งรถและจุดจอดในแอปก่อนออกจากบ้าน เพราะการมีรถฟรีแต่ต้องรอนานเกินไปหรือไม่ตรงกับเวลาเข้างาน ก็อาจทำให้กลับไปใช้รถส่วนตัวเหมือนเดิม
ดังนั้นตัวเลขที่ควรจำมีสองชุด คือคนขับรถเก๋งไปกลับวันละ 40 กิโลเมตรอาจลดค่าน้ำมันได้ประมาณ 13,500 บาทในช่วงฟรี 6 เดือน และประมาณ 27,000 บาทหากคำนวณต่อเนื่องครบ 1 ปี สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อจากนี้คือ หลังหมดช่วงฟรี ค่าโดยสารจะเป็นเท่าไร และระบบจะรักษาความถี่ให้มากพอจนคนยอมจอดรถไว้บ้านได้หรือไม่
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้า
มีแฟนแล้วทำไมยังอยากช่วยตัวเอง
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ลองวัดความยาวของชีวิตกับเวลาของโลก
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก





