รู้จัก “แรบไบโยเซฟ” อยู่ไทย 33 ปี สู่คนสำคัญ Chabad เครือข่ายใหญ่ที่กำลังถูกจับตา
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความเกี่ยวกับ “แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” (Rabbi Yosef Chaim Kantor) บุคคลสำคัญของชุมชนชาวยิวในประเทศไทย ซึ่งกำลังถูกจับตามองจากประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งสุสานชาวยิวแห่งใหม่ในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
อ่านแล้วต้องบอกว่า เรื่องนี้น่าสนใจกว่าที่เห็นในพาดหัวข่าว เพราะ “แรบไบโยเซฟ” ไม่ใช่ชาวต่างชาติที่เพิ่งเข้ามาอยู่เมืองไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เป็นบุคคลที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2536 หรือกว่า 33 ปี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนเครือข่าย Chabad ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านศาสนา สังคม และการดูแลชุมชนชาวยิวในประเทศไทย
และเมื่อวันนี้ชื่อของเขาถูกพูดถึงอีกครั้งจากเรื่อง “ที่ดิน–สุสาน–เงินทุน–การขยายเครือข่าย” จึงน่าสนใจไม่น้อยที่จะย้อนกลับไปดูว่า ผู้ชายคนนี้เป็นใคร และเครือข่ายที่เขาดูแลเติบโตขึ้นมาอย่างไร
จากชายหนุ่มวัย 24 ปี สู่ผู้นำชุมชนชาวยิวในประเทศไทย
เรื่องราวของโยเซฟในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2536
ข้อมูลจาก Jewish Community of Thailand ระบุว่า ในปีดังกล่าว Rabbi Yosef Chaim Kantor พร้อมภรรยา Nechama Dina และบุตรสาว เดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อทำหน้าที่เป็นแรบไบประจำชุมชนชาวยิวในประเทศไทย
ขณะที่รายงานของ Jewish Telegraphic Agency ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2536 ระบุว่า ขณะเดินทางมาประเทศไทย โยเซฟมีอายุเพียง 24 ปี และมาพร้อมภรรยาและบุตรสาววัยทารก
ถือเป็นการเริ่มต้นบทบาทครั้งสำคัญ เพราะก่อนหน้านั้นชุมชนชาวยิวในประเทศไทยไม่ได้มีแรบไบประจำอย่างต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน
จากวันนั้นถึงวันนี้ เวลาผ่านไปประมาณ 33 ปี
เด็กหนุ่มวัย 24 ปีในวันนั้น จึงกลายเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์กับสังคมไทยมาแล้วกว่าสามทศวรรษ
“แรบไบ” คือใคร?
หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับคำว่า “แรบไบ”
Rabbi หรือ “แรบไบ” ไม่ได้หมายถึงพระในความหมายแบบพุทธศาสนา แต่เป็นตำแหน่งของผู้รู้และผู้นำทางศาสนายิว มีบทบาททั้งด้านการสอนศาสนา ให้คำแนะนำทางศาสนา ประกอบพิธีกรรม และดูแลกิจการของชุมชน
สำหรับโยเซฟนั้น เว็บไซต์ Jewish Community of Thailand ระบุว่า เขาเข้ามารับตำแหน่งผู้นำทางศาสนาของชุมชนตั้งแต่ปี 2536 และปัจจุบันได้รับการระบุว่าเป็น Chief Rabbi of Thailand
Chabad.org ก็ระบุเช่นกันว่า Rabbi Yosef Chaim Kantor เป็นผู้กำกับดูแล Chabad ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2536
ดังนั้น หากจะพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด เขาไม่ใช่เพียง “ผู้นำพิธีกรรม” แต่เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการจัดระบบชุมชนชาวยิวในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน
Chabad เข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้อย่างไร?
Chabad-Lubavitch เป็นขบวนการทางศาสนายิวสายออร์โธดอกซ์ที่มีเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย Chabad เริ่มมีบทบาทอย่างชัดเจนในปี 2536 เมื่อโยเซฟเข้ามาประจำในกรุงเทพฯ
ข้อมูลจาก Jewish Community of Thailand ระบุว่า Chabad of Thailand ก่อตั้งขึ้นในปีเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการและสนับสนุนชาวยิวในประเทศไทย ทั้งด้านศาสนา สังคม และการดำรงชีวิต
สิ่งที่น่าสนใจคือ Chabad ไม่ได้ทำงานเฉพาะกับชาวยิวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังให้บริการแก่ชาวยิวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วย
และประเทศไทยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ตรงนี้เองที่ทำให้เครือข่าย Chabad ในไทยค่อย ๆ ขยายตัว
จากกรุงเทพฯ สู่เมืองท่องเที่ยว
เมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวยิวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น การมีศูนย์ Chabad ในเมืองท่องเที่ยวก็กลายเป็นเรื่องสำคัญ
ข้อมูลของ Chabad.org ระบุว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เครือข่าย Chabad ในประเทศไทยเติบโตจากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เช่น เชียงใหม่ เกาะสมุย ปาย และภูเก็ต
นั่นหมายความว่า โครงสร้างของเครือข่ายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมีศาสนสถานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงชุมชนและนักท่องเที่ยวชาวยิวในหลายพื้นที่
สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เป็นการขยายตัวที่ใช้เวลาหลายสิบปี
Chabad.org เคยรายงานว่า ในช่วง 30 ปีแรกของการทำงานของครอบครัว Kantor เครือข่ายได้ขยายไปยังหลายพื้นที่ และมีศูนย์ชุมชนสำหรับชาวยิวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จุดที่หลายคนอาจไม่รู้ — Chabad ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องศาสนา
เมื่อพูดถึงองค์กรศาสนา หลายคนอาจนึกถึงเพียงการสวดมนต์หรือประกอบพิธีกรรม
แต่ในความเป็นจริง Chabad ทำหน้าที่ในลักษณะ “ศูนย์ชุมชน” ด้วย
มีทั้งการจัดกิจกรรมทางศาสนา การเรียนการสอน การจัดหาอาหารโคเชอร์ การให้บริการแก่นักท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมในเทศกาลสำคัญ ตลอดจนการช่วยเหลือสมาชิกของชุมชน
นั่นจึงทำให้เมื่อเครือข่ายเติบโตขึ้น เรื่องของ อาคาร ที่ดิน บุคลากร การระดมทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ก็กลายเป็นเรื่องที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และตรงนี้เองที่ทำให้ชื่อของ Chabad ถูกจับตามองมากขึ้นในช่วงหลัง
อาคาร 7 ล้านดอลลาร์ บอกอะไรเกี่ยวกับขนาดของเครือข่าย?
หนึ่งในหลักฐานที่สะท้อนขนาดการขยายตัวของ Chabad ในประเทศไทยคือศูนย์ชุมชนแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ
Chabad.org รายงานในปี 2565 ว่า ศูนย์ดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยในระดับหลายร้อยล้านบาท และมีพื้นที่ประมาณ 30,000 ตารางฟุต
ศูนย์แห่งนี้เปิดใช้งานในปี 2565 หลังจากโยเซฟและภรรยาเดินทางมาประเทศไทยครบประมาณ 30 ปี
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นภาพว่า การดำเนินงานของเครือข่ายไม่ได้อยู่ในระดับกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้องสวดมนต์อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร และเงินทุนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกระหว่าง “เงินทุนขององค์กร” กับ “ทรัพย์สินส่วนตัวของแรบไบโยเซฟ”
สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
แล้วตัวเลข “30 ล้านดอลลาร์” มาจากไหน?
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงในช่วงที่ผ่านมา คือการระดมทุนจำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท
มีรายงานข่าวในปี 2569 เกี่ยวกับงานกาลาดินเนอร์ของ Chabad และแผนระดมทุนเพื่อขยายงานในประเทศไทย
แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกนำไปตีความทันทีว่าเป็น “ทรัพย์สินของแรบไบโยเซฟ” หรือเป็นมูลค่าของธุรกิจส่วนตัว
สิ่งที่ควรพูดอย่างระมัดระวังคือ เป็น เป้าหมายหรือเงินทุนสำหรับโครงการและการขยายงานของเครือข่าย Chabad ซึ่งมีหลายพื้นที่และหลายกิจกรรมเกี่ยวข้อง
ดังนั้น หากมีใครบอกว่า “แรบไบโยเซฟมีอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน” คำกล่าวนี้จำเป็นต้องมีเอกสารทางการเงินและข้อมูลการถือครองทรัพย์สินมารองรับเสียก่อน
จากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ ยังไม่ควรสรุปตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง
เรื่องสัญชาติไทยก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ
อีกเรื่องที่ทำให้หลายคนสงสัยคือสถานะของโยเซฟในประเทศไทย
มีรายงานข่าวว่าเขาได้รับสัญชาติไทยหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในประเทศมาเป็นเวลาหลายปี
ประเด็นนี้ควรแยกออกจากเรื่องการถือครองที่ดิน เพราะ การได้รับสัญชาติไทยไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิพิเศษเหนือกฎหมายไทยในเรื่องที่ดินหรือกิจการใด ๆ
หากบุคคลใดได้รับสัญชาติไทยตามกระบวนการของรัฐ ก็ย่อมเป็นเรื่องหนึ่ง
แต่การซื้อที่ดิน การก่อสร้างอาคาร การจัดตั้งสุสาน หรือการประกอบกิจการต่าง ๆ ก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นี่เป็นเส้นแบ่งที่สำคัญมาก และไม่ควรนำเรื่องต่าง ๆ มาปะปนกันจนเกิดความเข้าใจผิด
มาถึงปมใหญ่ “สุสานบางคล้า”
ประเด็นที่ทำให้ชื่อของแรบไบโยเซฟกลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมไทยอย่างจริงจัง คือเรื่อง สุสานชาวยิวในพื้นที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยฝ่ายชุมชนชาวยิว การจัดหาพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2569
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2564 มีการพูดถึงปัญหาว่า สุสานชาวยิวเดิมในกรุงเทพฯ มีพื้นที่จำกัดและใกล้เต็ม จึงจำเป็นต้องหาพื้นที่ใหม่เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต
มีรายงานว่ามีการวางเงินมัดจำและระดมทุนเพื่อจัดซื้อพื้นที่แห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา
ดังนั้น หากจะบอกว่า “อยู่ ๆ มีคนเข้ามาซื้อที่ดินสร้างสุสาน” ก็อาจทำให้คนอ่านเข้าใจผิด เพราะกระบวนการนี้มีเรื่องราวต่อเนื่องมาหลายปี
แต่ “มีที่ดิน” ไม่เท่ากับ “เปิดสุสานได้”
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของเรื่อง
การมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดิน ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำพื้นที่นั้นไปใช้ทำกิจการใดก็ได้ทันที
โดยเฉพาะ สุสานและฌาปนสถาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายและข้อกำหนดหลายด้าน ทั้งเรื่องสาธารณสุข การใช้ประโยชน์ที่ดิน สิ่งแวดล้อม ระยะห่างจากพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่น
รายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับกรณีบางคล้าระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยมีการอนุญาตบางส่วนมาก่อน แต่ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องหมดอายุ และการขอต่ออายุมีประเด็นที่หน่วยงานรัฐต้องพิจารณา
ตรงนี้จึงต้องติดตามกันที่ เอกสารและคำสั่งของหน่วยงานรัฐ มากกว่าการใช้ความรู้สึกตัดสิน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญไม่ใช่ “คนกลุ่มนี้เป็นใคร”
แต่คือ
พื้นที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นสุสานตามกฎหมายหรือไม่?
และ
ขั้นตอนทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายไทยครบถ้วนหรือไม่?
สองคำถามนี้ต่างหากที่ควรได้รับคำตอบอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าจับตากว่าตัวบุคคล คือ “เครือข่าย”
เมื่อมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2536 จะเห็นภาพหนึ่งค่อนข้างชัด
จากชายหนุ่มวัย 24 ปีที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ พร้อมภรรยาและบุตรสาว
วันนี้ Chabad ในประเทศไทยมีศูนย์และกิจกรรมครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง
มีอาคารศูนย์ชุมชนขนาดใหญ่
มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่
มีการระดมทุนจากต่างประเทศ
มีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวชาวยิว
และมีความพยายามจัดหาพื้นที่สำหรับสุสานแห่งใหม่ หลังพื้นที่เดิมในกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดด้านพื้นที่
นี่คือภาพของการสร้าง “โครงสร้างชุมชน” ที่ใช้เวลามากกว่า 30 ปี
จึงอาจกล่าวได้ว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่เพียงตัวของ Rabbi Yosef Chaim Kantor แต่คือ เครือข่ายที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นรอบตัวเขา
แล้วเป็น “เครือข่ายธุรกิจหมื่นล้าน” จริงหรือไม่?
เรื่องนี้ผู้เขียนขอพูดตรง ๆ ว่า ยังไม่ควรสรุป
เพราะคำว่า “ธุรกิจหมื่นล้าน” เป็นคำที่มีความหมายเฉพาะมาก หากจะกล่าวเช่นนั้น ต้องมีหลักฐานว่าองค์กรหรือบุคคลดังกล่าวมีทรัพย์สิน ธุรกิจ หรือมูลค่าการลงทุนรวมกันถึงระดับนั้นจริง
การนำตัวเลขงบประมาณโครงการ การระดมทุน มูลค่าอาคาร หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายประเภทมารวมกัน แล้วเรียกว่าเป็น “ทรัพย์สินหมื่นล้านของบุคคลหนึ่ง” อาจทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนได้
สิ่งที่พูดได้อย่างมั่นใจกว่าคือ เครือข่าย Chabad ในประเทศไทยมีการดำเนินงานมาอย่างยาวนาน มีศูนย์ในหลายพื้นที่ และมีโครงการที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก
ส่วนตัวเลขทรัพย์สินหรือมูลค่าธุรกิจทั้งหมดนั้น ต้องรอหลักฐานที่ตรวจสอบได้
ในมุมมองของผู้เขียน เห็นว่า สังคมไทยมีสิทธิเต็มที่ที่จะตั้งคำถาม เมื่อเกิดประเด็นเกี่ยวกับที่ดิน สุสาน การก่อสร้าง เงินทุน หรือการดำเนินกิจกรรมขององค์กรต่างชาติและองค์กรศาสนา
โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและการใช้ประโยชน์พื้นที่ ยิ่งควรมีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้
แต่การตรวจสอบควรยึดหลักฐาน ไม่ควรใช้เรื่องเชื้อชาติหรือศาสนามาเป็นตัวตั้ง
คำว่า “ชาวยิว” ไม่ควรถูกนำมาใช้แทนคำว่า “ผู้ดำเนินโครงการ” เพราะชาวยิวทั่วโลกไม่ได้เป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการหรือข้อพิพาททุกเรื่องของ Chabad
เช่นเดียวกัน หากมีบุคคลหรือองค์กรใดทำผิดกฎหมาย ก็ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนต่างชาติ องค์กรศาสนา หรือองค์กรธุรกิจ
กฎหมายควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน
หากทำถูกต้อง ก็ต้องได้รับการคุ้มครองตามสิทธิ
หากทำผิด ก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย
ไม่ควรมีใครได้รับอภิสิทธิ์เพียงเพราะมีเงิน มีเครือข่าย มีชื่อเสียง หรือมีตำแหน่งทางศาสนา
จากปี 2536 ถึงปี 2569 เรื่องนี้จึงยังไม่จบง่าย ๆ
กว่า 33 ปีที่ Rabbi Yosef Chaim Kantor อยู่ในประเทศไทย ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของชุมชนชาวยิวจากกลุ่มเล็ก ๆ ไปสู่เครือข่ายที่มีศูนย์และกิจกรรมในหลายพื้นที่
วันนี้ เมื่อเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสุสานบางคล้า การจัดหาที่ดิน การระดมทุน และการขยายศูนย์ Chabad ประเด็นจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนคนเดียวอีกต่อไป
แต่เป็นเรื่องของ กฎหมายไทยกับการดำเนินงานขององค์กรศาสนาและชุมชนข้ามชาติ
คำถามที่สังคมควรถามจึงไม่ใช่ “ยิวกำลังยึดประเทศไทยหรือไม่?”
แต่ควรถามให้ตรงประเด็นกว่านั้นว่า
ใครถือครองอะไร?
ใช้พื้นที่ทำอะไร?
เงินมาจากไหน?
ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใดแล้วบ้าง?
และที่สำคัญที่สุด
ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายไทยหรือไม่?
หากหน่วยงานรัฐสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน พร้อมเปิดเผยเอกสารที่ประชาชนตรวจสอบได้ เรื่องที่กำลังเป็นกระแสก็จะไม่กลายเป็นเพียงข่าวลือหรือความหวาดระแวง
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครจะนับถือศาสนาอะไร ถือสัญชาติไหน หรือมีเครือข่ายใหญ่เพียงใด
เมื่ออยู่บนแผ่นดินไทย ก็ควรอยู่ภายใต้กฎหมายไทยอย่างเสมอภาค
และนี่ต่างหาก คือประเด็นที่ผู้เขียนเห็นว่าสังคมควรติดตามต่อไป
แหล่งที่มาของข้อมูล :
- Jewish Community of Thailand — ประวัติชุมชนชาวยิวในประเทศไทย และข้อมูลการเข้ามารับตำแหน่งของ Rabbi Yosef Chaim Kantor ในปี 2536 Jewish Community of Thailand
- Chabad.org — ข้อมูลประวัติ Chabad ในประเทศไทยและ Rabbi Yosef Chaim Kantor รวมถึงการขยายเครือข่ายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ Chabad.org
- Jewish Telegraphic Agency — รายงานร่วมสมัยเมื่อปี 2536 ระบุว่าโยเซฟมีอายุ 24 ปีเมื่อเดินทางมารับหน้าที่ในประเทศไทย พร้อมภรรยาและบุตรสาว Jewish Telegraphic Agency
- Chabad.org — ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติ Chabad ในประเทศไทยและการให้บริการแก่ชาวยิวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ
- News1 — รายงานเบื้องหลังการจัดหาพื้นที่สุสานแห่งใหม่ใน อ.บางคล้า และลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2564
- M TODAY — รายงานข่าวเกี่ยวกับการระดมทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแผนขยายศูนย์ Chabad ในประเทศไทย โดยควรถือเป็นข้อมูลจากรายงานข่าวและไม่ตีความว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของ Rabbi Yosef Kantor
- ข้อมูลจาก Chabad Thailand — ประวัติการเข้ามาของ Rabbi Yosef Chaim และ Nechama Dina Kantor ในประเทศไทยในปี 2536 และการเปิด Chabad House กรุงเทพฯ ในปี 2537 Chabad Thailand
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
AI พัฒนาเร็วกว่าระบบป้องกัน? ยูเอ็นเรียกร้องทั่วโลกร่วมวางขอบเขต
งูขึ้นหลังคาบ้านได้ไหม? เปิดความจริง “งูไม่มีขา” แต่ขึ้นที่สูงได้ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เข้าบ้าน
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
จังหวัดที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติสูงที่สุดในไทย
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
เปิดผลตรวจ “ลุ่มน้ำกก” ไส้ปลาตะกั่วสูง ผักผลไม้ 21 ชนิดพบโลหะหนัก จี้รัฐเร่งแก้
5 จังหวัดที่มีเทศบาลมากที่สุดในไทย มีที่ไหนบ้าง?
เปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัด
สมัครเป็นทหารกองประจำการ ได้อะไรและต่อยอดอาชีพอย่างไร
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
เรียนต่อไทยที่ไหนดี? รู้จักมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจสำหรับนักศึกษาลาว
จังหวัดที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติสูงที่สุดในไทย
งูขึ้นหลังคาบ้านได้ไหม? เปิดความจริง “งูไม่มีขา” แต่ขึ้นที่สูงได้ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เข้าบ้าน
เรียนต่อไทยที่ไหนดี? รู้จักมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจสำหรับนักศึกษาลาว
สมัครเป็นทหารกองประจำการ ได้อะไรและต่อยอดอาชีพอย่างไร
AI พัฒนาเร็วกว่าระบบป้องกัน? ยูเอ็นเรียกร้องทั่วโลกร่วมวางขอบเขต
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
เปิดผลตรวจ “ลุ่มน้ำกก” ไส้ปลาตะกั่วสูง ผักผลไม้ 21 ชนิดพบโลหะหนัก จี้รัฐเร่งแก้
หนุ่มแกร็บขับกลับกว่า 30 กม. คืนกระเป๋าทหารสหรัฐฯ ที่แหลมฉบัง
เปิดสะพานใหม่รัสเซีย–เกาหลีเหนือ สัญลักษณ์ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น
“แม็ก 3 เม็ด” ทำตามคำพูด ยอมดมอึสุนัข หลังเชลซีแพ้อาร์เซนอล 1-2
