เดือดแต่เช้า! อุเทนฯ ปะทะเทคโนปทุมวันกลาง BTS สยาม แทงเจ็บ 2 ราย ตำรวจผงะสงสัยนัดเคลียร์ผ่านโซเชียล
ภาพประกอบสร้างจาก AI
เดือดแต่เช้า! อุเทนฯ ปะทะเทคโนปทุมวันกลาง BTS สยาม แทงเจ็บ 2 ราย ตำรวจผงะสงสัยนัดเคลียร์ผ่านโซเชียล
เช้าวันนี้คนใช้รถไฟฟ้าแทบจะต้องผงะ หลังเกิดเหตุ นักศึกษาอุเทนถวายปะทะนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน กลางสถานี BTS สยาม จนเกิดเหตุชุลมุน ก่อนมีนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 7 กันยายน 2569 บริเวณ BTS สยาม ชั้น 3 หลังทั้งสองกลุ่มมาเจอกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งที่ตำรวจมีการวางกำลังป้องกันเหตุเอาไว้แล้ว
พูดตรง ๆ งานนี้ไม่ใช่เหตุเล็ก ๆ เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก ยิ่งเป็นช่วงเช้าที่คนกำลังเดินทางไปทำงานและไปเรียน ยิ่งไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าเหตุบานปลายกว่านี้จะวุ่นวายขนาดไหน
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ทั้งสายตรวจ ฝ่ายจราจร และฝ่ายสืบสวน ได้เข้าระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์ทันที
ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจได้วางกำลังตามแผนป้องกันเหตุ โดยพบกลุ่มนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันประมาณ 30 คน ยืนรอขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
ตำรวจจึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ 7 นาย ยืนกั้นกลางระหว่างชานชาลา หวังป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเจอกัน
แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุขึ้นจนได้
ต่อมานักศึกษาอุเทนถวายประมาณ 30 คน ลงจากขบวนรถอีกฝั่ง ก่อนเกิดการเผชิญหน้ากับกลุ่มนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายวิ่งเข้าใส่กันจนเกิดความชุลมุน
เจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณดังกล่าวจึงต้องรีบเข้าระงับเหตุ ก่อนสถานการณ์จะคลี่คลายลง
แต่ระหว่างความวุ่นวาย มีนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ทั้งสองรายถูกแทงบริเวณกลางหลัง เจ้าหน้าที่เร่งประสานกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
ประเด็นที่ต้องตามต่อจากนี้คือ ใครเป็นคนลงมือ และเหตุการณ์ถูกเตรียมการมาก่อนหรือไม่
เพราะทางตำรวจเองกำลังตรวจสอบข้อสงสัยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นแค่การบังเอิญมาเจอกัน
พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังตามจุดเสี่ยง ทั้งภายในสถานีรถไฟฟ้าทุกชั้น รวมถึงบริเวณสกายวอล์ก เพื่อป้องกันเหตุระหว่างนักศึกษาของทั้งสองสถาบัน
แต่เนื่องจากมีกลุ่มนักศึกษาจำนวนมาก ทำให้บางส่วนไม่ฟังคำสั่งห้ามปราม และมีผู้ก่อเหตุบางรายสามารถเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่เข้าไปใช้อาวุธมีดทำร้ายคู่กรณีได้
ส่วน ชนวนเหตุที่แท้จริง ตอนนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
เบื้องต้นมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณสกายวอล์กเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปกติแล้วทั้งสองสถาบันจะมีการจัดเวลาเดินทางเข้าเรียนให้เหลื่อมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่วันนี้กลับพบว่านักศึกษาของทั้งสองฝ่ายเดินทางมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
(ภาพจากAi)
ตรงนี้แหละที่ตำรวจต้องขยายผล เพราะกำลังตรวจสอบว่า มีการนัดหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อมาเคลียร์หรือมาก่อเหตุทำร้ายกันหรือไม่
ถ้าเป็นการนัดกันจริง เรื่องก็จะไม่ใช่แค่เหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแล้ว
ขณะที่คณาจารย์ของนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ปทุมวันเรียบร้อยแล้ว
ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยาน เพื่อไล่หาตัวผู้ก่อเหตุแต่ละราย ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับตามพยานหลักฐานที่พบ
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ปัญหาเรื่องเวลาเดินทางของนักศึกษา
ผกก.สน.ปทุมวัน ระบุว่า จากการหารือกับทั้งสองสถาบัน พบว่าในภาคการศึกษานี้มีการขอเปลี่ยนเวลาเดินทางของนักศึกษาจากข้อตกลงเดิมที่ใช้ในปีการศึกษาก่อน ทำให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงเรื่องเวลาเดินทางที่ชัดเจนได้
และช่วงที่น่าจับตาคือ เย็นวันนี้
เพราะเป็นเวลาเลิกเรียน ซึ่งตำรวจประเมินว่าอาจเป็นอีกช่วงที่มีความเสี่ยง จึงเตรียมหารือกับทั้งสองสถาบันเพื่อวางมาตรการป้องกันเพิ่มเติม ทั้งการจัดเวลาเดินทางให้เหลื่อมกัน รวมถึงอาจพิจารณากลับไปใช้ระบบการเรียนออนไลน์ หากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงจะเกิดเหตุซ้ำ
ส่วนตัวผมว่าจุดนี้สำคัญมาก เพราะเหตุเกิดขึ้นแล้วหนึ่งครั้ง การปล่อยให้ทั้งสองกลุ่มมาเจอกันอีกในช่วงเย็นโดยไม่มีมาตรการรัดกุม ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากเห็น
ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจนครบาลได้สั่งการให้ สน.ปทุมวันรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อนำไปหารือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หาทางแก้ปัญหาในระยะยาว
ตำรวจย้ำด้วยว่า เรื่องนี้ไม่สามารถโยนให้ตำรวจเป็นคนรับผิดชอบฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสถาบัน นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการตรวจค้นอาวุธอย่างเข้มข้น ส่งผลให้การใช้อาวุธปืนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ปัญหาที่พบยังมี อาวุธมีด โดยตำรวจสามารถตรวจยึดจากนักศึกษาทั้งสองสถาบันได้เฉลี่ยเดือนละกว่า 10 เล่ม และมีการรายงานให้ทางสถาบันทราบทุกครั้ง
หากพบนักศึกษาพกพาอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธปืน แต่ละสถาบันก็มีมาตรการทางวินัยที่เข้มงวด และอาจถูกลงโทษถึงขั้นพ้นสภาพนักศึกษา
งานนี้จึงต้องตามกันต่อว่า เหตุปะทะกลาง BTS สยามครั้งนี้ ใครเป็นคนลงมือ ใครเกี่ยวข้อง และมีการนัดหมายผ่านโซเชียลมาก่อนจริงหรือไม่
ตำรวจยังคงเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อระบุตัวผู้ก่อเหตุและนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เพราะเหตุแบบนี้ ถ้าเกิดขึ้นกลางสถานีรถไฟฟ้าได้ครั้งหนึ่งแล้ว สิ่งที่ทุกคนคงไม่อยากเห็นที่สุดก็คือ มันเกิดซ้ำอีกครั้งในช่วงเย็นวันนี้
8 ปรากฏการณ์อพยพของสัตว์โลกสุดอัศจรรย์ ที่เห็นแล้วต้องขนลุก
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
5 ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก ทำไมต้องยาวขนาดนั้น
ถอดรหัสลับหน้าปกสลากฯ งวด 16 ตุลาฯ 69: “บ้านท่าข้ามควาย” พามูฟออนสู่เศรษฐีใหม่
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
8 สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมในไทย ที่นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงนิยมไปออกรอบ
4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันศุกร์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
8 ปรากฏการณ์อพยพของสัตว์โลกสุดอัศจรรย์ ที่เห็นแล้วต้องขนลุก
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
จังหวัดเดียวของไทย ไม่ใช่กรุงเทพฯ คว้าสถานที่เป็นมิตรที่สุดในโลก2026
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันและเยอรมัน 3 คน คว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ จากผลงานที่ช่วยรักษาอาการตาบอดและปัญหาการได้ยิน
สวยทรมาน! 5 ค่านิยมสุดหลุดโลกในประวัติศาสตร์
กลับไปหาหมอคนเดิมก่อนผ่าตัด! “ท่านอ่อง” เปิดบันทึกปี 2013 ย้อนวันที่เคยผ่าตัดสมอง ก่อนเตรียมรักษาที่มาเลเซีย
ปิดภารกิจค้นหาดอยจ้อง! พบแล้วครบ 3 คน “นายทนง” รายสุดท้าย เจ้าหน้าที่เจอตัวช่วงบ่าย หลังระดมกำลังค้นหาต่อเนื่อง
จริงจังแค่ไหน!! เมื่อโตโน่พูดปลุกใจทีมนักฟุตบอล งานนี้ถึงจะแพ้แต่กำลังใจมาเต็ม ฮึ๊บ!
ใครกันเสียงนี้? “ญี่ปุ่นมาแล้ว” ลูกเอื้อนสุดพลังที่ดังเต็ม TikTok จากเสียงเรียกบนเวที สู่ไวรัลที่ใครก็หยิบไปเล่น
