พบแรนซัมแวร์ ใช้งาน BitLocker ของ Windows ในการช่วยล็อกไฟล์
พบแรนซัมแวร์ ใช้งาน BitLocker ของ Windows ในการช่วยล็อกไฟล์
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Biggo Finance ได้กล่าวถึงรายงานของทีมวิจัยจาก Kaspersky บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส (Anti-Virus) ยอดนิยม ที่ได้ตรวจพบแรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ซึ่งมุ่งเน้นการโจมตีไปยังกลุ่มธุรกิจในแถบประเทศโคลอมเบียและเม็กซิโกในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดยความแปลกของแรนซัมแวร์ตัวนี้ก็คือ แทนที่จะเป็นแรนซัมแวร์ในรูปแบบของการใช้งานมัลแวร์ที่ถูกดัดแปลงมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ กลับเป็นการโจมตีด้วยการใช้งานฟีเจอร์ Bitlocker ซึ่งเป็นฟีเจอร์เข้ารหัสฮาร์ดดิสก์ของ Windows มาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเข้ารหัสเครื่องของเหยื่อเสียเอง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการโจมตีทั้ง 2 ครั้งนั้นก็เรียกได้ว่าเกิดจากความประมาทของการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กร จนแฮกเกอร์สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบของบริษัทและใช้งาน Bitlocker เพื่อล็อกข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้ ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็เป็นตอนที่พนักงานของพนักงานพบว่าฮาร์ดดิสก์นั้นมีไอคอนแม่กุญแจปรากฏอยู่และไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ ได้
โดยในการโจมตีครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศโคลอมเบียนั้นเกิดขึ้นจากการที่มีเครื่องมือสำหรับการเข้าสู่ระบบของบริษัทจากระยะไกล (Remote Access Tool) ถูกเปิดให้เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้แบบไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ จนแฮกเกอร์ลักลอบเข้ามาใช้ช่องทางนี้เข้าสู่ระบบของบริษัท โดยตัวระบบนี้นั้นถูกเชื่อมต่อเข้ากับไดร์ฟเก็บข้อมูลหลัก (Core Data Storage) ของบริษัทที่มีการเก็บข้อมูลไว้สูงมากถึง 8 เทราไบต์ (TB หรือ Terabyte) ซึ่งหลังจากแฮกเกอร์เข้าสู่ระบบได้แล้ว แฮกเกอร์ก็ได้ทำการเปลี่ยนข้อมูลสำหรับการเข้าสู่ระบบ (Credential) ของบัญชีผู้ใช้งานที่แฮกเกอร์ใชัเข้าสู่ระบบ แล้วทำการเปิดใช้งาน Bitlocker เพื่อล็อกตายฮาร์ดดิสก์เสีย แล้วจึงทำการสั่งพิมพ์จดหมายเรียกค่าไถ่ผ่านทางเครื่องพิมพ์ (Printer) ของทางบริษัท ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
สำหรับกรณีการแฮกที่เกิดขึ้นในประเทศเม็กซิโกก็คล้าย ๆ กัน โดยคราวนี้เกิดจากการที่รหัสสำหรับเข้าสู่ระบบของบริษัทนั้นรั่วไหลสู่โลกภายนอกผ่านทางโค้ดต้นฉบับ (Source Code) ของทางบริษัท และกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีชื่อว่า XEntry Team ได้รหัสผ่านดังกล่าวไป จึงนำมาเพื่อแฮกเข้าสู่ระบบของบริษัทผ่านทางเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล Microsoft SQL ของทางบริษัทที่มีการตั้งค่าความปลอดภัยที่อ่อนแอ ทั้งยังมีการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานภายในของบริษัท (Internal Infrastructure) จนแฮกเกอร์สามารถแฮกเข้ามาตามทางจนสามารถสั่งล็อกระบบ แล้วทิ้งข้อความไว้บนหน้าจอผู้ใช้งาน (User Screen) ของพนักงานในบริษัทว่า เครื่องถูกแฮกโดยทีม XEntry Team (Hacked by XEntry Team) และพนักงานทั้งหมดก็ไม่สามารถเข้าสู่ระบบของบริษัทด้วยบัญชีต่าง ๆ ที่บริษัทมีได้อีกต่อไป
ในการป้องกันนั้น ทางทีมวิจัยแนะนำว่าระบบของบริษัทจะต้องมีการสอดส่องจับตามอง (Monitoring) การเข้าสู่ระบบต่าง ๆ อย่างเข้มงวด ผ่านเครื่องมือจำพวก Endpoint Detection and Response (EDR) และ Extended Detection and Response (XDR) นอกจากนั้นยังแนะนำให้ใช้เครื่องมืออย่าง Managed Detection and Response (MDR) และ Incident Response (IR) มาใช้เพื่อสอดส่องการเข้าสู่ระบบจากระยะไกลผ่านทางโปรโตคอล Remote Desktop Protocol (RDP) เพื่อความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เขียนโดย Annonymus TN
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
เปิด 7 อาชีพในไทยที่รายได้ดี แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้
7 มหาวิทยาลัยไทยที่มีค่าเทอมแพง หลักสูตรหนึ่งจ่ายเป็นล้าน!
เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวา
เปิดรายชื่อจังหวัดที่ไม่มีทางรถไฟผ่าน
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
วงเงิน BNPL อาจเข้มขึ้น คนผ่อนมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเตรียมอะไร
ซากไททานิกจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ก่อนทะเลค่อย ๆ กลืนกินมัน
เปิด 7"มหาวิทยาลัยราชภัฏ"ชื่อชวนงง! ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอยู่จังหวัดไหน
ทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูง
5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย
แม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ
พบมัลแวร์ RAT บน Android ใช้งาน Watchdog Services และ Boot Receivers เพื่อหลบเลี่ยงการถูกปิดตอนรีบูต
พบมัลแวร์ที่สามารถขโมย Google Synced Passkey ได้โดยไม่ต้องร้องขอ Password จากเหยื่อก่อน
แฮกเกอร์จีนนำเอา Deepseek มาใช้งานบนแคมเปญแบบทำงานอัตโนมัติ
พบช่องโหว่บน Claude Cowork ส่งผลให้ AI Agent สามารถเข้าถึงไฟล์บน Mac ได้