หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เตือนภัยกลโกง 2026 แค่รับสายแล้วเงินหายจริงไหม รู้ทันมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

โทรศัพท์ดังขึ้นจากเบอร์ที่ไม่คุ้น ชื่อบนหน้าจอดูเหมือนหน่วยงานจริง เสียงปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แล้วจู่ ๆ ก็มีข้อความเตือนว่า “ห้ามรับสายเบอร์นี้ เดี๋ยวเงินหายทั้งบัญชี” เรื่องแบบนี้ถูกส่งต่อซ้ำจนหลายคนเริ่มกลัวว่า แค่กดรับสายก็อาจเปิดประตูให้มิจฉาชีพเข้าถึงเงินได้ทันที

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ รับสายอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เงินในบัญชีถูกโอนออกทันที โทรศัพท์ไม่ได้ส่งสิทธิ์เข้าแอปธนาคารให้คนปลายสาย และเสียงของเราไม่ใช่รหัสผ่านสำหรับสั่งโอนเงินโดยอัตโนมัติ แต่สายโทรศัพท์สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการหลอกลวงที่ซับซ้อนขึ้นได้ หากผู้รับสายเผลอเปิดเผยข้อมูล ติดตั้งแอป หรือกดยืนยันรายการบางอย่าง

มิจฉาชีพไม่ได้ขโมยเงินผ่านเสียงโดยตรง

ระบบปฏิบัติการของ iPhone และ Android แยกแอปออกจากกัน แอปโทรศัพท์จึงไม่ได้มีสิทธิ์เข้าไปเปิดแอปธนาคาร อ่านรหัสผ่าน หรือสั่งโอนเงินแทนผู้ใช้เพียงเพราะมีการรับสาย การจะเกิดความเสียหายจริงมักต้องมีขั้นตอนอื่นร่วมด้วย

รูปแบบที่พบได้บ่อยคือคนร้ายสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อตกใจ เช่น อ้างว่าเป็นตำรวจ ธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วบอกว่าบัญชีกำลังมีปัญหา เหยื่อต้องยืนยันตัวตน โอนเงินไปตรวจสอบ หรือทำรายการภายในเวลาจำกัด จุดสำคัญจึงไม่ใช่เสียงเรียกเข้า แต่คือการทำให้เหยื่อเป็นคนเปิดทางให้เอง

• หลอกถามชื่อ เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี รหัสผ่าน หรือรหัสใช้ครั้งเดียว

• ส่งให้ติดตั้งแอปที่ควบคุมหน้าจอจากระยะไกล หรือเปิดสิทธิ์การเข้าถึงพิเศษ

• หลอกให้กดอนุมัติรายการที่ปรากฏในแอปธนาคาร

• ปลอมหมายเลขโทรศัพท์หรือชื่อผู้โทรให้ดูเหมือนหน่วยงานจริง

ดังนั้นคำว่า “ไม่ต้องกดลิงก์ แค่รับสายเงินก็หาย” จึงทำให้เข้าใจกลไกผิด การรับสายอาจทำให้เราเข้าสู่บทสนทนาที่ถูกออกแบบมาเพื่อกดดันและหลอกเอาข้อมูล แต่ยังไม่ใช่การดูดเงินด้วยตัวมันเอง

Deepfake เลียนเสียงน่ากลัวตรงไหน

เทคโนโลยีโคลนเสียงสามารถนำตัวอย่างเสียงจากคลิปวิดีโอหรือเสียงที่เผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ตไปสร้างเสียงใหม่ที่มีสำเนียง จังหวะ และโทนคล้ายเจ้าของเสียงเดิมได้มากขึ้น มิจฉาชีพจึงอาจปลอมเป็นญาติ หัวหน้า เจ้าหน้าที่ หรือคนรู้จัก เพื่อทำให้คำขอเงินหรือคำขอข้อมูลฟังดูน่าเชื่อถือ

เสียงเหมือน ไม่ได้แปลว่าเป็นคนเดียวกัน เช่นเดียวกับหมายเลขที่แสดงบนหน้าจอ เพราะหมายเลขผู้โทรอาจถูกปลอมแปลงได้ หากปลายสายเร่งให้โอนเงิน ขอให้เก็บเรื่องเป็นความลับ หรือบอกว่าห้ามวางสาย ให้ถือเป็นสัญญาณอันตรายทันที

วิธีตรวจสอบที่ปลอดภัยคือวางสายก่อน แล้วติดต่อบุคคลหรือหน่วยงานนั้นผ่านหมายเลขที่เรามีอยู่เอง ห้ามใช้หมายเลขที่ผู้โทรบอก ห้ามกดหมายเลขต่อในสายเดิม และอย่าใช้เสียงหรือคำตอบของปลายสายเป็นหลักฐานยืนยันตัวตน หากเป็นเรื่องในครอบครัว ควรตกลงคำถามลับหรือประโยคยืนยันที่ไม่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย

4 ตั้งค่าสมาร์ตโฟนลดความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้

การตั้งค่าเหล่านี้ไม่ได้ทำให้โทรศัพท์ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดโอกาสที่สายหลอกลวงจะพาเราไปถึงขั้นตอนที่อันตราย และช่วยจำกัดความเสียหายหากมีแอปหรือบัญชีใดเริ่มผิดปกติ

1. ล็อกเครื่องให้แน่นและอัปเดตระบบ

ตั้งรหัสผ่านเครื่องที่เดายาก เปิด Face ID, Touch ID หรือลายนิ้วมือ และตั้งให้เครื่องล็อกหน้าจอโดยอัตโนมัติในเวลาไม่นาน iPhone ควรตรวจที่ Settings > General > Software Update ส่วน Android ให้ตรวจเมนู Software Update หรือ System Update ใน Settings เพราะชื่อเมนูอาจแตกต่างตามยี่ห้อ

ไม่ควรใช้รหัสเดียวกับรหัสผ่านธนาคาร อีเมล หรือโซเชียลมีเดีย หากคนร้ายได้รหัสจากบริการหนึ่ง ก็ไม่ควรสามารถนำไปเปิดทุกบัญชีที่เหลือได้

2. เปิดระบบกรองสายแปลกหน้าและสายสแปม

บน iPhone เข้า Settings > Apps > Phone แล้วเลือกการคัดกรองหรือปิดเสียงสายจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก รวมถึงเปิดการกรองสายสแปมหากเครื่องและเครือข่ายรองรับ ส่วน Android ที่ใช้แอป Phone ของ Google ให้เข้า Phone > Settings > Caller ID & spam แล้วเปิดการระบุหรือกรองสายสแปม

การกรองสายช่วยลดจำนวนครั้งที่เราต้องรับมือกับคนร้าย แต่ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าเบอร์ที่ผ่านเข้ามาปลอดภัย และเบอร์ของหน่วยงานจริงก็อาจถูกปลอมให้แสดงบนหน้าจอได้เช่นกัน

3. ตรวจสิทธิ์แอปและปิดช่องทางติดตั้งที่ไม่จำเป็น

Android ควรเปิด Google Play Protect ไว้ ตรวจรายชื่อแอปที่ไม่รู้จัก และปิดการติดตั้งแอปจากแหล่งภายนอกเมื่อไม่มีความจำเป็น นอกจากนี้ให้ตรวจสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การช่วยเหลือพิเศษ การอ่านการแจ้งเตือน การแสดงทับแอปอื่น และการควบคุมเครื่องจากระยะไกล

ผู้ใช้ iPhone ควรเข้า Settings > Privacy & Security > Safety Check เพื่อตรวจว่าแอป บุคคล หรืออุปกรณ์ใดมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและบัญชีอยู่บ้าง หากพบแอปที่ไม่คุ้นหรือจำไม่ได้ว่าเคยติดตั้ง ให้หยุดใช้งานแอปธนาคารก่อน แล้วตรวจสอบอย่างละเอียด

4. เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนและแจ้งเตือนธุรกรรม

เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนให้กับอีเมล Apple Account หรือ Google Account และใช้ passkey หรือแอปสร้างรหัสยืนยันเมื่อบริการรองรับ สำหรับบัญชีธนาคารควรเปิดแจ้งเตือนเงินเข้าออกทุกครั้ง ตั้งวงเงินโอนให้เหมาะกับการใช้งาน และไม่อนุมัติรายการที่ไม่ได้เป็นคนเริ่มเอง

รหัส OTP มีไว้ให้ผู้ใช้กรอกในขั้นตอนที่ตนเองเป็นคนเริ่มเท่านั้น หากมีคนโทรมาขอรหัส บอกให้เราอ่านรหัสจาก SMS หรือให้กดยืนยันการเข้าสู่ระบบ นั่นไม่ใช่ขั้นตอนตรวจสอบความปลอดภัย แต่คือความพยายามยึดบัญชี

ถ้าเผลอรับสายหรือให้ข้อมูลไปแล้วต้องทำอย่างไร

ถ้าเพียงรับสายและยังไม่ได้ให้ข้อมูล ไม่ได้ติดตั้งแอป และไม่ได้กดยืนยันธุรกรรม ให้วางสาย บล็อกหมายเลข และไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ถ้าเผลอเปิดเผยข้อมูล กดอนุมัติ ติดตั้งแอปควบคุมเครื่อง หรือเห็นเงินออกจากบัญชี ให้รีบทำตามลำดับนี้

• วางสายทันทีและหยุดสนทนากับทุกหมายเลขที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากเหตุการณ์เดียวกัน

• ติดต่อธนาคารผ่านแอป เว็บไซต์ทางการ หรือหมายเลขที่บันทึกไว้เอง ขอระงับช่องทางที่เสี่ยงและเปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้

• หากมีเงินออก ให้แจ้งธนาคารโดยเร็วที่สุด จากนั้นติดต่อ AOC หมายเลข 1441 และแจ้งความผ่านช่องทางตำรวจไซเบอร์ พร้อมเก็บภาพหน้าจอ รายการโอน เวลาโทร และหมายเลขที่เกี่ยวข้องไว้

• หากติดตั้งแอปควบคุมระยะไกล อย่าเปิดแอปธนาคารซ้ำเพื่อทดลอง ให้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและขอผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องก่อน

ช้าไม่ได้เมื่อเงินออก เพราะการแจ้งธนาคารและศูนย์ช่วยเหลือเร็วช่วยเพิ่มโอกาสระงับเส้นทางเงินได้ทัน ส่วนการป้องกันที่ได้ผลที่สุดยังเป็นเรื่องพื้นฐานมาก นั่นคือไม่โอนเงินเพราะแรงกดดัน ไม่บอกรหัสลับ และตรวจสอบตัวตนผ่านช่องทางที่เราหาเองทุกครั้ง

สายโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจึงไม่ใช่กุญแจเปิดบัญชีธนาคาร แต่เป็นประตูที่มิจฉาชีพพยายามพาเราเดินเข้าไปเอง ถ้าเราวางสาย ตั้งสติ และตรวจสอบแยกอีกช่องทาง เสียงที่เหมือนแค่ไหนก็ไม่สามารถบังคับให้เงินออกจากบัญชีได้ง่าย ๆ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 76 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดการตายของรัสปูตินต่างจากตำนานที่เล่าต่อกันอย่างไรยูนิคอร์นไซบีเรียมีหน้าตาแบบใดกันแน่สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงามชื่อจัตุรัสแดงของมอสโกมีที่มาอย่างไรเรื่องจริงของระฆังกับปืนใหญ่ยักษ์แห่งเครมลินอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!ตรอกกระดูกวาฬบนเกาะอิตติกรันสร้างขึ้นเพื่ออะไรแนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 1 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รัสเซียเปลี่ยนสถานะเบียร์ในกฎหมายเมื่อปี 2011 อย่างไรตู้โทรศัพท์สาธารณะไทยเหลือกี่ตู้ เปิดข้อมูลล่าสุด กับตัวเลขที่ยังไม่มีคำตอบคืนที่สตานิสลาฟ เปตรอฟต้องตัดสินใจท่ามกลางสัญญาณเตือนนิวเคลียร์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เปิดมุมมองจิตวิทยาเด็กและครอบครัว: เหตุใด “เด็กที่รักตัวเองและเห็นคุณค่าในตัวเอง” จึงไม่ยอมจมอยู่ในความสัมพันธ์ที่แย่เมื่อโอกาสยื่นมือมาตรงหน้า: วินาทีสะท้อนวิสัยทัศน์ และบทเรียนจากการยื่นมือทักทายของ "อีลอน มัสก์"ศึกคารมการเมืองร้อนฉ่า! จาก "บุญตา" ถึง "รอให้บุญถึง" สรุปวาทะเด็ดตอบโต้กระทู้สภาฯ ระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลโซเชียลแห่แชร์! ไรเดอร์เจอเคสสุดพีค ค่ารถ 23 บาท แต่ผู้ปกครองฝาก ‘แต่งตัว-พาเด็ก 5 ขวบไปโรงเรียน’ ถกสะพัดเกินขอบเขตงานหรือบริการเกินร้อย?
ตั้งกระทู้ใหม่